ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วยนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดท.) นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) และนายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมเศรษฐกิจผู้ประกอบการในชุมชนท้องถิ่น ปีที่ 2 ภายใต้โครงการการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เมื่อวันพุธที่ 22 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ โดยมีนายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ร่วมลงนาม

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เป็นที่น่ายินดีที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ได้มีการบูรณาการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการทำงานตามแนวทางประชารัฐ และเป็นไปตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องการจะขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้ประเทศก้าวสู่ Digital THAILAND ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระยะยาวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย Digital THAILAND อย่างเต็มกำลัง โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาการเรียนรู้ และให้ความรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับนักเรียนนักศึกษาและประชาชนผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม, การศึกษาทางไกลด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ, การยกระดับภาษาอังกฤษผ่านแอพพลิเคชั่น Echo English รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชนใน กศน.ตำบล 7,424 แห่งในทุกตำบลทั่วประเทศ เพื่อให้บริการความรู้แก่ประชาชน ทั้งข้อมูลการเข้าถึง การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการค้า เป็นต้น

การดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมา เป็นความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน คือ ศธ. ดท. และดีแทค โดยได้จัดการอบรมให้ความรู้แก่ครู กศน.ตำบล จำนวน 9,080 คน โดยวิทยากรจากเครือข่ายเน็ตอาสาของดีแทคกว่า 500 คน เพื่อพัฒนาครู กศน. ให้เป็นวิทยากรแกนนำที่มีความรู้ความชำนาญด้านการใช้งานดิจิทัล และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้สมาร์ทโฟน การค้าออนไลน์ การทำการตลาดดิจิทัลผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 7,424 แห่ง ให้กับประชาชนสามารถเข้าถึงกว่า 4 แสนคน ซึ่งในจำนวนนี้มีประชาชนประมาณ 42,000 คน ที่สามารถพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสู่การเป็นผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ได้สำเร็จ

การดำเนินโครงการในปี 2560 เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีการขยายความร่วมมือเพิ่มขึ้นกับอีก 2 กระทรวง คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขยายความร่วมมือในการพัฒนาผู้ที่มีขีดความสามารถอยู่แล้ว ให้ได้รับการยกระดับการใช้ประโยชน์จากความรู้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาการค้าในเชิงธุรกิจต่อไป ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้แนวทางการดำเนินงานแก่สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ในการเพิ่มระดับความเข้มข้นของเนื้อหาหลักสูตรและการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาธุรกิจชุมชนเข้าสู่การขยายเป็นร้านค้าออนไลน์ หรือเพจออนไลน์ ให้ได้ถึง 1 แสนร้านค้า พร้อมกับให้มีการวางโครงสร้างการบริหารงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อและศูนย์กลางข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์และเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการศึกษาให้กับประชาชน ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาอาชีพ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิต ที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมเศรษฐกิจผู้ประกอบการในชุมชนท้องถิ่น เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผู้ประกอบการรายใหม่ (Startup) ตลอดจนวิสาหกิจชุมชน ให้ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการทำร้านค้าออนไลน์ โดยตั้งเป้าขยายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริมการประกอบอาชีพและการตลาด “ร้านค้าออนไลน์” ให้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 1 ล้านคน ซึ่งเพิ่มเป็น 3 เท่าจากเป้าหมายปี 2559 ผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชน 7,424 แห่ง และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร 882 แห่ง โดยดีแทคในฐานะภาคเอกชน ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ให้ประชาชนสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและติดต่อกับลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น พร้อมส่งทีมเน็ตอาสาลงไปยังพื้นที่เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประชาชนในการเชื่อมต่อโลกดิจิทัลสู่ชุมชน และจัดหลักสูตรการตลาดออนไลน์ สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรรุ่นใหม่กว่า 5,000 คน อีกด้วย


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
22/3/2560