สสวท.มอบรางวัลเด็กเก่ง โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพ วิทย์-คณิต ปี60


          สสวท.จัดพิธีมอบเหรียญรางวัล โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2560 พบเด็กไทยมีอัจฉริยภาพด้านวิทย์-คณิต กระจายอยู่อย่างทั่วถึงทั้งประเทศ สำหรับปีนี้นักเรียนที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดมาจากจังหวัดร้อยเอ็ด…


          เมื่อวันที่ 19 มี.ค.61 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดพิธีมอบเหรียญรางวัล โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2560


          ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการ สสวท. เปิดเผยว่าในปีนี้ มีนักเรียนจากทั่วประเทศสมัครสอบทั้งหมด จำนวน 168,756 คน เป็นนักเรียนในส่วนภูมิภาค 152,571 คน นักเรียนในกรุงเทพมหานคร 16,185 คน หลังจากการจัดสอบ 2 รอบ ได้คัดเลือกนักเรียนเข้ารับเหรียญรางวัล จำนวน 417 คน เป็นนักเรียนจากส่วนภูมิภาค 259 คน และนักเรียนในกรุงเทพมหานคร 158 คน ทั้งนี้ มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับเหรียญรางวัลทั้งสองวิชา จำนวน 17 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับเหรียญรางวัลทั้งสองวิชา จำนวน 14 คน โดยพบว่ามีนักเรียนเกือบทุกจังหวัดได้รับคัดเลือกเข้าโครงการฯ แสดงให้เห็นว่า นักเรียนผู้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มีกระจายอยู่อย่างทั่วถึงทั้งประเทศ โดยเฉพาะนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกวิชาวิทยาศาสตร์ที่ต้องสอบภาคปฏิบัติได้แสดงออกให้เห็นถึงคุณสมบัติพื้นฐานในการเป็นนักวิทยาศาสตร์อย่างเด่นชัด นักเรียนมีความตั้งใจและอดทนสูงในการทำการทดลอง และสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นจากการทดลอง บันทึกผลและสรุปผล ได้อย่างน่าชื่นชม



          ผอ.สสวท.กล่าวต่อว่า สสวท. ได้ดำเนินการโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับประถมศึกษา ได้แสดงความสามารถโดยการสมัครเข้าสอบคัดเลือกวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ช่วงชั้น คือ นักเรียนชั้น ป.1 – ป.3 สอบแข่งขันระดับชั้น ป.3 และ ป. 4 – 6 สอบแข่งขันระดับชั้นป.6 และจัดให้มีการสอบคัดเลือก 2 รอบ โดยรอบที่ 1 จะคัดเลือกไว้วิชาละประมาณ 1,000 คนต่อระดับชั้น นักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเกียรติบัตรและสื่อเสริมการเรียน และมีสิทธิ์เข้าสอบคัดเลือกรอบที่ 2 สำหรับการสอบคัดเลือกรอบที่ 2 ได้คัดเลือกไว้วิชาละประมาณ 100 คนต่อระดับชั้น เพื่อเข้ารับเหรียญรางวัลในวันนี้ ซึ่งในการจัดการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าร่วมโครงการนี้ ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทั้ง 181 เขตและโรงเรียนที่เป็นศูนย์สอบในกรุงเทพมหานคร 18 โรงเรียน ที่ได้ดำเนินการและจัดสอบรอบที่ 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 ของแต่ละจังหวัด และโรงเรียนดาราคาม กรุงเทพมหานคร ที่ได้ดำเนินการจัดสอบรอบที่ 2 รวมทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้ความอนุเคราะห์ในการสอบภาคปฏิบัติวิชาวิทยาศาสตร์


          สำหรับในปีนี้นักเรียนที่ได้รางวัลคะแนนรวมสูงสุด ได้แก่ ด.ญ.อิ่มสุข พูนวศิน ชั้น ป.3 โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด คะแนนสูงสุดวิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 ด.ช.ณชพล คูโณปการ ชั้น ป.3 โรงเรียนไผทอุดมศึกษา กรุงเทพฯ คะแนนสูงสุดวิชาคณิตศาสตร์ ป.3 ด.ช.ภูดิศ ธนกุลไกรฤทธิ ชั้น ป.6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย คะแนนสูงสุดวิชาคณิตศาสตร์ ป.6 ด.ช.พิพิชชญะ ศรีดำ ชั้น ป. 5 โรงเรียนนานาชาติบลูมส์เบอรี่หาดใหญ่ คะแนนสูงสุดวิชาคณิตศาสตร์ ป.6 และ ด.ช.คณิศร กีรติพงษ์วุฒิ ชั้นป.6 โรงเรียนจอย จังหวัดสุราษฎร์ธานี คะแนนสูงสุดวิชาวิทยาศาสตร์ ป.6


          ด.ญ.อิ่มสุข พูนวศิน (อิ่ม) เล่าว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่สนุกมาก เพราะมันคือสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา และเวลาทำการทดลองวิทยาศาสตร์ทุกครั้ง รู้สึกตื่นเต้นว่าผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร และอีกอย่างถ้าได้รับเหรียญรางวัล ก็จะมีโอกาสได้เข้าค่ายที่จัดโดย สสวท. จะได้เจอเพื่อนใหม่ที่ชอบอะไรที่เหมือนๆ กัน และคงจะทำให้หนูเก่งขึ้นค่ะ ก่อนสอบครั้งนี้ ได้ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ที่ง่ายๆ กับคุณแม่ที่บ้าน ซึ่งยังไม่มีการเขียนผลการทดลองหรือการวิเคราะห์ที่เป็นรูปแบบ แต่พอรู้ว่าได้เข้ารอบและต้องสอบรอบปฏิบัติที่มีการทดลองวิทยาศาสตร์ จึงต้องได้หาความรู้เพิ่มเติมกับคุณพ่อคุณแม่ว่าขั้นตอนการเขียนรายงานผลการทดลองที่ถูกต้องควรจะเป็นอย่างไร ทำให้รู้สึกว่าได้รับความรู้เพิ่มเติมจากการสอบครั้งนี้มาก



          ด้าน ด.ช.ณชพล คูโณปการ (ไอติม) กล่าวว่า ความสงสัย การชอบซักถาม และความอยากรู้อยากเห็น และการอยากไปต่างประเทศ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้สนใจเรียนด้านคณิตศาสตร์ และเข้าร่วมโครงการนี้ ทำให้ได้รู้จักการคิดการนำไปประยุกต์ และเมื่อเจอโจทย์แปลกๆ ทำให้รู้จักการตีความปัญหาต่างๆ เมื่อตอนสอบพอทำโจทย์ข้อสอบไม่ได้ก็จะจำโจทย์ที่ไม่เข้าใจกลับไปถามหรือค้นคว้าคำตอบให้ได้ เทคนิคการสอบ คือ ตั้งใจฟังคุณครูสอน ฝึกทำโจทย์บ่อยๆ และสม่ำเสมอ จะได้เข้าใจและสามารถแปลความหมายโจทย์ได้ถูกต้อง นอกจากนั้นผู้ปกครองยังได้ช่วยหาหนังสือรวบรวมโจทย์ต่างๆ มาให้ฝึกทำ แล้วคอยอธิบายเมื่อไม่เข้าใจ พยายามฝึกให้รู้จักคิด รู้จักการแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดย จะคอยบอกเสมอว่าเมื่อเจอโจทย์ยากให้ค่อยๆ คิดทีละนิด ไม่ใช่บอกว่าทำไม่ได้เลย


          ด.ช.ภูดิศ ธนกุลไกรฤทธิ (อิม) เล่าว่า ตอนเด็กๆ ชอบบวกตัวตัวจากสิ่งที่พบเห็น ทำให้เกิดความสนุก และเมื่อเข้าสู่วัยเรียน ได้เจอโจทย์คณิตศาสตร์ ต้องค้นหาคำตอบ ยิ่งคิดยิ่งท้าทาย ยิ่งสนุก ทำให้ชอบคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ ก็จะทำได้ดี และจะไม่รู้สึกเบื่อ เนื่องจากการสอบโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ มีหลายระดับชั้น มีทั้งวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ทำให้ได้วัดความรู้ความสามารถของเรา ได้เห็นจุดอ่อนและได้ประสบการณ์จากการมาสอบแข่งขัน สามารถนำไปพัฒนาและปรับปรุงสำหรับการสอบในปีหน้า และปีต่อๆ ไปได้


          ด.ช.พิพิชชญะ ศรีดำ (สไปร้ท) เผยว่า การที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ มีการเตรียมตัวโดยฝึกทำโจทย์ ทำให้ได้เห็นโจทย์คณิตศาสตร์ที่สนุกสร้างสรรค์ แนวทางในการแก้ปัญหา ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยคุณพ่อคุณแม่ได้ส่งเสริมให้เรียนรู้ด้วยความชอบ ความสนุก อยากรู้อยากเห็น ช่วยหาโจทย์แปลกใหม่ที่ไม่ง่ายหรือยากเกินไป ณ เวลานั้น รวมทั้งให้กำลังใจ ส่งเสริมความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง


          ด.ช.คณิศร กีรติพงษ์วุฒิ (โชกุน) กล่าวถึง แรงบันดาลใจที่ทำให้สนใจวิทยาศาสตร์ เพราะคิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นวิชาพื้นฐาน ที่สามารถใช้อธิบาย และทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา ทำให้ผมได้เรียนรู้ ได้ทดลอง และที่สำคัญ วิทยาศาสตร์มีความสำคัญ สำหรับการวิจัย คิดค้น การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ประโยชน์ที่ได้รับจากการที่มีโอกาสได้เข้าสอน ในโครงการฯ ทำให้ได้เรียนรู้เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ ได้ศึกษาค้นคว้า อ่านหนังสือ และทำความเข้าใจ จนสามารถพัฒนาตนเอง ให้มีความรู้กว้างขวาง และมีความเข้าใจวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้งมากขึ้น


          ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์โครงการ http://genius.ipst.ac.th , คลังข้อสอบ http://genius.ipst.ac.th/datatest_update , เฟซบุ๊กโครงการ IPST Genius Project https://www.facebook.com/IpstGenius



ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1232329