สนทนากับ นศ.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาเยาวชน” เมื่อวันพุธที่ 5 เมษายน 2560 ณ ห้องประชุมโรงเรียนสตรีวิทยา โดยมีนักเรียน และอาจารย์ จากสถานศึกษาในโครงการครอบครัวพอเพียงสู่สถานศึกษาและชุมชน เข้าร่วมงานกว่า 300 คน



ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวว่า ในการพบปะสนทนาครั้งนี้ได้ให้ข้อคิดแก่นักเรียนว่า เราเป็นครอบครัวคนไทยทั้งประเทศ ไม่มีประเทศใดที่จะรักกันดุจญาติพี่น้องกันทั้งแผ่นดินเหมือนกับประเทศไทย เป็นข้อเท็จจริงว่าทำไมผู้คนถึงชื่นชมประเทศไทย ซึ่งน้ำในแก้วที่ “ใสสะอาด” กับน้ำในแก้วที่ “ขุ่นมัวมีสิ่งสกปรกอยู่ในแก้ว” ทำอย่างไรมันก็เป็นแก้วเดียวกันไม่ได้ ทดแทนกันไม่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องทำความดีช่วยเสริมช่วยสร้างให้แก้วที่ใสสะอาดเกิดความครบถ้วนเต็มแก้ว เป็นการชนะด้วยคุณงามความดี เหมือนกับที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสว่า คุณงามความดีเท่านั้นที่จะสถิตเสถียรอยู่กับตัวเรา ซึ่งเหมือนกับพระองค์ท่านยังคงสถิตเสถียรอยู่ในดวงใจคนไทยทั้งชาติ


นอกจากนี้ ได้ฝากถึงข้าราชการของประชาชนด้วยว่า อยู่ได้ด้วยภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ข้าราชการจึงจะต้องมีจิตบริการ อ่อนน้อมถ่อมตน เข้าหาผู้คน ไม่ใช่จะหลงระเริง ลืมตัว อวดใหญ่ อวดโต อวดดี ซึ่งหากกระทำตัวแบบนี้ไม่ใช่ข้าราชการ ข้าราชการจึงจะต้องเป็นผู้ที่มีจิตสาธารณะ มีความสุภาพต่อพี่น้องประชาชน และให้รู้จักเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพราะหากเราไม่รู้จักวันวาน เราก็จะไม่รู้ที่มาของปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร และอย่ามองแต่วันนี้หรือมองอนาคต ทั้งยังฝากให้นักเรียนต้องมีไอดอล หรือบุคคลที่เป็นแบบอย่าง เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับตัวเอง ซึ่งไอดอลที่ใกล้ตัวเราที่สุด คือ คุณพ่อคุณแม่ ถัดมาคือครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณใหญ่หลวงต่อเรา


ม.ล.ปนัดดา ได้กล่าวถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ใจความว่า “คนไทยเราเคารพยกย่องครูมาก สงเคราะห์ครูเข้าในบุพการีรองจากบิดามารดาไม่ว่าผู้ใดมียศถาบรรดาศักดิ์มากเพียงใดก็ยำเกรงครู ไม่ลบหลู่ครู ไม่ลืมครู เพราะเราถือว่าครูเป็นผู้ปลูกฝังทั้งความรู้และความดีเป็นผู้ที่ปั้นเราให้เป็นคนดีมีประโยชน์ต่อสังคม” จึงขอฝากให้ครูอาจารย์ช่วยกันขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรมทั่วประเทศให้เกิดขึ้นเป็นผลสำเร็จให้จงได้ ในการเปิดภาคเรียนใหม่ที่จะมาถึงนี้



สุดท้ายได้ฝากสุภาษิต “หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก” กล่าวคือ หัวต้องทำสิ่งถูกต้อง ยึดหลักธรรมาภิบาล หาง คือ ลูกแถวลูกทีมสมาชิกในองค์กรก็จะดีไปด้วย



อิทธิพล รุ่งก่อน, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
5/4/2560