สกศ. เวิร์กช็อปเข้มข้นทบทวนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. เร่งประชาพิจารณ์นำเสนอ รมว.ศธ. พิจารณา


          วันนี้ (๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๒) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….” ที่มีเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมีรองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์) ผู้แทนองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายการศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนองค์กรวิชาชีพครู ครู อาจารย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สกศ.


          ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ซึ่งได้ยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. และขณะนี้ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ จึงจำเป็นต้องมีการทบทวนกฎหมายและปรับปรุงให้มีความสอดคล้องนโยบายรัฐบาล แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และนโยบาย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) อย่างไรก็ตาม สกศ. จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน และประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก ๒ ครั้ง วันที่ ๒๖ – ๒๗  สิงหาคม ๒๕๖๒ ในงานมหกรรมการศึกษาแห่งชาติ : ก้าวสู่คุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า จัดโดย สกศ. ที่โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ เพื่อเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ ศธ. โดยจะได้สรุปความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากทุกฝ่ายอย่างรอบด้านส่งรายงานถึง รมว.ศธ. ในฐานะประธานกรรมการสภาการศึกษา (กกส.) เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ฯ ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถบังคับใช้กฎหมายนี้ได้ภายในปี ๒๕๖๒


          ที่ประชุมได้อภิปรายอย่างกว้างขวางหลากหลายมุมมองถึงสภาพปัญหาการศึกษาไทยมีคุณภาพตกต่ำตามที่อดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ที่ยกร่าง ฯ มีสาเหตุมาจากปัญหาหลัก ๔ ประการ ๑) ปัญหาทางโครงสร้างของการบริหารจัดการการศึกษาของ ศธ. ที่กระจายเกินไป ขาดจุดศูนย์รวม ๒) ปัญหาครูและผู้บริหารสถานศึกษาที่ไม่ขาดคุณภาพ ทำให้การศึกษาไม่มีคุณภาพ ๓) ปัญหาเงินค่าวิทยฐานะของข้าราชการครูที่เพิ่มสูงขึ้นมาตลอด แต่ไม่ได้ตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนให้ดีขึ้น และ ๔) ปัญหาการจัดทำหลักสูตรการศึกษาที่ไม่ทันสมัย ปัญหาการจัดการเรียนการสอนและการวัดผลการประเมินผลการศึกษาที่ไม่เคยได้รับการพัฒนามายาวนาน ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามารับผิดชอบ


          นอกจากนี้ ยังได้อภิปรายข้อเรียกร้องจากหลากหลายองค์กรของกลุ่มวงการวิชาชีพครู เช่น สมาพันธ์ครูประถมศึกษาภาคอีสาน สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ชมรมอดีตผู้อำนวยการสามัญศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น ที่ต้องการให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. หลายประเด็น เช่น ขอให้วิเคราะห์และทบทวนมาตรา ๒๒ ที่ให้สถานศึกษาจัดให้มีคณะกรรมการสถานศึกษา ทำหน้าที่กำกับเสนอแนะช่วยเหลือเพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุเป้าหมายตามมาตรา ๘ ที่มุ่งพัฒนาฝึกฝนคนตามช่วงวัย และหน้าที่อื่นตามวรรคสอง มีความจำเป็นมากน้อย และมีประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างไร


          มาตรา ๓๕ เสนอยกเลิกตำแหน่งผู้ช่วยครูใหญ่ ที่มีบัญญัติให้สถานศึกษามีครูใหญ่ ๑ คน รับผิดชอบงานบริหาร ให้มีผู้ช่วยครูใหญ่ตามความจำเป็นและเหมาะสมตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เจ้ากระทรวงกำหนด ผู้ช่วยครูใหญ่ อาจตั้งจากผู้ที่มิใช่ครูก็ได้ โดยให้คณะกรรมการนโยบายการศึกษา แห่งชาติมีแนวทางสรรหาคัดเลือกและพัฒนา


          มาตรา ๓๗ กรณีเสนอเปลี่ยนตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นครูใหญ่ บัญญัติว่าให้ครูใหญ่ ผู้ช่วยครูใหญ่ ครู อาจมีความก้าวหน้าตามที่กฎหมายกำหนด ครูใหญ่และผู้ช่วยครูใหญ่อาจมีชื่อตำแหน่งเรียกเป็นอย่างอื่นตามที่กฎหมายกำหนดก็ได้


          มาตรา ๑๐๐ ประเด็นเปลี่ยนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เป็นใบรับรองความเป็นครู ซึ่งเป็นเอกสารหนังสือที่แสดงว่าวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง โดยร่าง พ.ร.บ.ฯ บัญญัติว่า ครูซึ่งได้ใบอนุญาตประกอบวิชาอาชีพครูและครูที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาอาชีพครู มีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบอาชีพครูเพื่อรับรองความเป็นครู รวมถึงการผลักดันวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง โดยขอให้ยุติการบังคับใช้กฎหมายนี้จากร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. เป็นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. และเสนอให้มีคณะกรรมการทบทวนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….


          ขณะที่ ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า รัฐบาลมอบหมาย สกศ. ทบทวนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่ยกร่างโดย กอปศ. และมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระสำคัญบางส่วนในชั้นพิจารณาโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ สกศ. เตรียมจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย ๒ ครั้ง เพื่อสรุปสาระสำคัญรายงาน รมว.ศธ. ในที่ประชุมสภาการศึกษาอีกครั้ง


ที่มา : ประชาสัมพันธ์ สกศ.