สกศ.ลงพื้นที่ระยอง ส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายการศึกษา


 


           วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมการส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายการศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ ๔ และบรรยายพิเศษ เรื่อง แนวทางการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ระยอง จังหวัดระยอง ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านมาร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการศึกษา เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนและผลักดันการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘ – ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๒


 



 



 


            ดร.สมศักดิ์  ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยได้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) และดำเนินการตามภารกิจหลักในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยเน้นย้ำแนวทางการปฏิรูปการศึกษาตามยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๗ ประการ ได้แก่ ๑) ปรับระบบการศึกษาด้วยกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นธรรมนูญด้านการศึกษา ๒) ให้ความสำคัญกับการศึกษาตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่การให้ความสำคัญกับการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย ๓) ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพครู ด้วยกลไกของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และเพิ่มขีดความสามารถทางการศึกษาโดยการมุ่งเน้นการจัดการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ๔) เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ๕) ปรับโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับการสร้างผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ๖) ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาและเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และ ๗) พัฒนาระบบการจัดการฐานข้อมูลและองค์ความรู้ด้านการศึกษาด้วยกลไกของ National Digital Learning Platform (NDLP)


            นอกจากนี้ งานด้านกฎหมายการศึกษา จะถูกขับเคลื่อนผ่านกลไกที่เป็นมาตรการเชิงกฎหมาย ๓ ฉบับ คือ ๑) พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ มุ่งเน้นสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ช่วยเหลือผู้เรียนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา และพัฒนาครูให้มีศักยภาพและมีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูอย่างแท้จริง ๒) พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ เป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ให้เป็นต้นแบบในการจัดการศึกษา และ ๓) พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มุ่งเน้นการสร้างคนที่มีคุณภาพตั้งแต่ช่วงอายุแรกเริ่มของการศึกษา ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๒  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้รับมอบหมายให้เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นหลักในการประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกันในแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง


             อย่างไรก็ตามในอนาคตจำเป็นต้องพร้อมรับมือกับการปรับบทบาทและรูปแบบการดำเนินงานของโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ให้มีโครงสร้างกระทรวงเป็นแบบ Single command เน้นการบริหารการศึกษาในระดับพื้นที่ (ระดับจังหวัด) เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านการศึกษาต่อไป


            นายสวัสดิ์ ภู่ทอง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา กล่าวตอนหนึ่งในการอภิปราย เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระบบด้านการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ว่า ปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญเกี่ยวกับกลไกการติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อเป็นมาตรการที่สำคัญประการหนึ่งในการส่งเสริมหลักความรับผิดชอบต่อการให้บริการสาธารณะ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัดทำบันทึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ในการจัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-corruption Education) เพื่อเป็นมาตรฐานกลางให้กับสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึก เห็นประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ ดังนั้น ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางด้านนโยบายและหน่วยงานภาคปฏิบัติด้านการศึกษาจึงนับเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งที่จะร่วมขับเคลื่อนในการสร้างผู้เรียน และสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม


            นายประนัย วณิชชานนท์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยาย เรื่อง วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและคดีปกครองที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ว่า หลักความเป็นกลางในการพิจารณาทางปกครองนำมาใช้ในการพิจารณาออกคำสั่งทางปกครอง โดยก่อนมีการออกคำสั่งทางปกครองจำเป็นต้องมีการนำหลักความยุติธรรมโดยธรรมชาติ ประกอบด้วย หลักความไม่มีอคติ และหลักการรับฟังอย่างเป็นธรรม รวมทั้ง นำหลักความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาออกคำสั่งทางปกครองที่ได้ระบุไว้ในมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๖ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เพื่อให้คำสั่งทางปกครองนั้นมีความชอบธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
          


            นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายวีระ  พลอยครบุรี  นายนิวัตต์ น้อยมณี  นายอาทร  ทองสวัสดิ์ นายมานิตย์ คณะโต ร่วมอภิปรายเรื่อง แนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ และแนวทางการส่งเสริมหลักความรับผิดชอบต่อการให้บริการสาธารณะ


 


ที่มา : ข่าว สกศ.