สกศ.ประชุมปรับปรุงแผนการศึกษาชาติ

 

        สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจด้านการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๘๐) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ โดยมีศาสตราจารย์สุพจน์ หารหนองบัว เป็นประธานอนุกรรมการฯ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต ชั้น ๒ อาคาร ๒ สกศ.

       ตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายนัฏฐพล ทีปสุวรรณ) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจด้านการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๘๐) ขึ้นเพื่อจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๘๐) ตามที่คณะกรรมการสภาการศึกษา มีข้อเสนอในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๘๐) ในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๒ มี ๖ ประเด็นที่สำคัญ ได้แก่

 

 

๑. การปรับเพิ่มเนื้อหาให้สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ (ร่าง) พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …นโยบายรัฐบาล นโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

        ๒. การกำหนดกลไกความเชื่อมโยงการดำเนินงานร่วมกันระหว่างองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงความเชื่อมโยงกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และสร้างระบบการประสานงานระหว่างแผนการศึกษาแห่งชาติกับแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน

        ๓. เพิ่มเติมเนื้อหาสาระเกี่ยวกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform)

        ๔. ให้อิสระในการวัดและประเมินผลกับต้นสังกัดและสถานศึกษาตามกรอบทิศทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด โดยเน้นการวัดและประเมินผลที่ผู้เรียนโดยตรง และพิจารณานำตัวชี้วัดแบบ OKR (Objective and Key Results) มาประยุกต์ใช้

        ๕. ปรับตัวชี้วัด โดยนำตัวชี้วัดเชิงปัจจัยนำเข้า (Input Indicator) ที่จำเป็นมาใช้แทนตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์ให้มากขึ้น

        ๖. กำหนดกลไกการบริหารจัดการกองทุนทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดยยุบรวมกองทุนการศึกษาที่มีอยู่ให้มีจำนวนน้อยลงหรือเหลือเพียงกองทุนเดียว

 

 

 และข้อเสนอจากผลการประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษา ครั้งที่ ๔/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ได้แก่

        ๑. ข้อเสนอของกกส. ทุกเรื่องมีความสำคัญ โดยเฉพาะการประสานเชื่อมโยงกับกระทรวง อว. เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยให้ประสบผลสำเร็จ

        ๒. การวัดและประเมินผลไม่ควรมุ่งเน้นเฉพาะผู้เรียน ควรกำหนดให้มีกลไกเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ระบบการวัดประเมินผลที่ใช้ในปัจจุบันยังไม่มีความเข้มข้นเพียงพอและไม่แสดงผลที่มุ่งเน้นถึงประสิทธิภาพของการจัดการศึกษา

        ๓. การผลักดันสถานศึกษาให้เป็นนิติบุคคลต้องมีการวัดประเมินผลที่ชัดเจน

        ๔. การกำหนดกลไกการบริหารจัดการกองทุนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษาให้กับเด็กทุกคน

        ที่ประชุมจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานฯ ๓ ชุด ได้แก่ ชุดที่ ๑ ประเมินสถานการณ์ มี ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เป็นประธาน ชุดที่ ๒ ปรับสาระของแผน มี ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เป็นประธาน และชุดที่ ๓ กลไกการขับเคลื่อน อยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือกประธาน นำผลมาปรับปรุง (ร่าง) แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๘๐) นำเสนอต่อที่ประชุมสภาการศึกษาเพื่อพิจารณาในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : สกศ.