ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทแก่ครูที่รับรางวัล "ครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2562 รุ่นที่ 11"


          ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวให้โอวาทแก่ครูที่รับรางวัล “ครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2562 รุ่นที่ 11” จำนวน 9 ราย จาก 3 สังกัด ได้แก่ สพฐ. , ตชด. และ กศน. ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารมูลนิธิ พอ.สว. กรุงเทพมหานคร ใจความส่วนหนึ่งว่า “ในนามรัฐบาลต้องขอขอบคุณโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ที่ได้จัดให้มีโครงการคัดเลือกครูเจ้าฟ้าฯ ขึ้น ขอขอบพระคุณคณะกรรมการตลอดจนผู้มีส่วนในการคัดเลือก จนกระทั่งได้บุคคล 9 คนมานั่งต่อหน้าเรา พร้อมด้วยประวัติอันหมดจดงดงาม น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ผมขอแสดงความชื่นชมยินดีกับผู้ได้รับการยกย่องเชิดชูให้เป็นครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2562 รุ่นที่ 11 ในครั้งนี้ ผมเองก็เป็นครู แม้ใครจะบอกว่าเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่สิ่งที่ผมรักที่สุด ไม่เคยทิ้งและจะไม่ทิ้งก็คือการเป็นครู แต่การเป็นครูของผมนั้น เมื่อมาฟังคำพรรณาสดุดีเกียรติคุณของทุ้ง 9 ท่านแล้ว ผมสอนหนังสืออยู่ในห้องแอร์ ในขณะที่ท่านสอนอยู่ที่ห่างไกล ทุรกันดาร ผมสอนโดย มีเครื่องมือต่างๆพร้อม แต่ท่านอยู่ด้วยความยากลำบาก ผมเดินทางไปมาสะดวกสบาย และได้รับการต้อนรับที่ดี แต่ท่านอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงภัย เพราะฉะนั้นต้องบอกว่า ครูแบบนี้ยังมีอยู่มากในประเทศไทย อาจได้รับรางวัลในอนาคต หรืออาจจะไม่ได้รับการพิจารณาเลย และอาจจะไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ด้วยก็มีอยู่มาก แต่เพราะอย่างนี้ ประเทศของเราถึงยังอยู่ได้ อยู่ได้เพราะมีคนที่ยืนหยัดทำงานต่อสู้ ไม่ได้เห็นแก่สิ่งตอบแทน ซึ่งประเทศเราก็ยังต้องการคนอย่างนี้อีกมาก จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาของครูผู้เสียสละเหล่านี้ ได้เอาใจใส่ดูแลครูให้ดี อย่างให้รู้สึกท้อแท้หรือหมดกำลังใจ ช่วยกรุณาเป็นเจ้าภาพแทนรัฐในการโอบอุ้มเกื้อกูลครูเหล่านี้ด้วย สุดท้ายผมของมอบคาถาของฝรั้งที่ผมจดจำมาใช้ในการเป็นครู คือ KASA มีความหมาย ดังนี้
          K = Knowledge มีความรู้ในสิ่งที่สอน ซึงอาจไม่จำเป็นต้องถึงขั้นศาสตราจารย์ แล้วส่งต่อความรู้นั้นให้ลูกศิษย์ด้วยความปรารถนาดี
          A = Attitude ทัศนคติที่ดีของตนเอง และปลูกฝังส่งต่อทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับชาติบ้านเมืองไปยังลูกศิษย์
          S = Safety การทำงานในพื้นที่ต้องไม่มีความหวั่นไหวต่อความไม่ปลอดภัย ดังนั้นต้องหาวิธีการสร้างความปลอดภัยให้ตนเอง ลูกศิษย์ และผู้ปกครองด้วย
          A = Adaptation การปรับปรุงประยุกต์ ปรับตนเองให้เข้ากับสังคม ปรับสังคมให้เข้ากับตนเอง และประยุกต์ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด”



          ด้าน นายนรา เหล่าวิชยา รองเลขาธิการ กศน. มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับครู กศน. ที่เข้ารับรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2562 รุ่นที่ 11 ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารมูลนิธิ พอ.สว. กรุงเทพมหานคร ในครั้งนี้ด้วย


          จากการที่โครงการพระเมตาสมเด็จย่า ได้ประกาศผลการพิจารณาและตัดสินรางวัลครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี 2562 รุ่นที่ 11 ซึ่งมีผู้ได้รับการคัดเลือกจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ ครูจากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. จำนวน 3 ราย โรงเรียน ตชด. 3 ราย และในส่วนของสำนักงาน กศน. จำนวน 3 ราย ได้แก่ ครูนันธิดา จันทร์เปล่ง ศศช.บ้านอายิโก๊ะ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ครูประภาพร เพ็ชรวุฒ ศศช.บ้านปะไรโหนก อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และ ครูนิลาวรรณ อินตา ศศช.บ้านแม่จอเหนือ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน โดยกำหนดการจัดพิธีมอบ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี 2562 ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 เพื่อเชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งเผยแพร่ผลงานคุณความดีผู้ที่ได้รับรางวัลให้เป็นแบบอย่างการทำความดีให้ปรากฏแก่ครู นักเรียน ประชาชนทั่วไป



          สำนักงาน กศน. ขอชื่นชมยินดีกับครูทุกคนที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นทุรกันดารอย่างไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก เป็นแบบอย่างของการพัฒนาเยาวชนและประชาชนให้เป็นคนดีและคนเก่ง ตามปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทรทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จุดเด่นของครู กศน.ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ นางสาวนิลาวรรณ อินตา อายุ 48 ปี ปฏิบัติหน้าที่ครูอาสาสมัครมายาวนานถึง 24 ปี ได้ส่งเสริมการเกษตรตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ชุมชนปลูกผักผลไม้ เลี้ยงสัตว์ และขุดบ่อเลี้ยงปลา เป็นการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจัดทำแผนที่ 3 มิติ ของชุมชนทุกหลังคาเรือน เพื่อสำรวจปัญหาและหาแนวทางการช่วยเหลือด้านต่างๆ ของแต่ละครัวเรือน และเป็นที่รักใคร่ของคนในชุมชนเห็นได้จากการที่ชาวบ้านร่วมมือในการช่วยเหลืองานด้านต่างๆ ของ ศศช. อีกทั้งเป็นผู้ประสานหน่วยงานภายนอกเข้ามาช่วยเหลือชุมชนในทุกด้านที่ชุมชนต้องการ ลูกศิษย์ที่เคยสอนมีอาชีพที่มั่นคงและมีจิตอาสา กลับมาพัฒนาภูมิลำเนาจำนวนมาก ส่วนนางสาวประภาพร เพ็ชรวุฒ อายุ 47 ปี 23 ปี ในบทบาทครูอาสาสมัคร ผู้ส่งเสริมงานด้านสาธารณสุข ทำให้ชุมชนบ้านประไรโหนกที่อยู่ห่างไกล ติดชายแดนไทย – พม่า ไม่มีผู้ใดเป็นไข้เลือดออกและมาลาเลีย ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน เช่น การทำไม้กวาดดอกหญ้า การทอเสื่อกกวัตถุดิบในพื้นที่ สอนให้ชุมชนจัดทำบันทึกบัญชีครัวเรือน อีกทั้งประสานหน่วยงานภายนอกเข้ามาบูรณาการพัฒนาชุมชน และเป็นที่รักของคนในชุมชน ปัจจุบันลูกศิษย์ เป็นผู้นำชุมชนในพื้นที่จำนวนมาก สุดท้าย นางสาวนันธิดา จันทร์เปล่ง อายุ 44 ปี ปฏิบัติหน้าครูอาสาสมัคร 11 ปี นำนวัตกรรมการสอนการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากไส้เดือนพันธุ์ African Night Crawler ทำให้ได้ปุ๋ยมูลไส้เดือนที่มีคุณภาพสูง ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกร ไก่พันธุ์เนื้อ และปลาน้ำจืด รวมถึงการประสานหน่วยงานภายนอกส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนและบริหารงานยุวกรรมหย่อมบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่รักใคร่เชื่อถือของชุมชน ครูทั้ง 3 ท่านนี้ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของชาว กศน.ในการทำงานเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง






ที่มา : ฝนทอง ทอสายศิลป์ (ณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ)