วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง สอนศิลปะการทำกระทงจากน้ำแข็ง “กระทงแหล่งชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ให้นักศึกษา และคนในชุมชนโดยรอบ


          วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง สอนศิลปะการทำกระทงจากน้ำแข็ง “กระทงแหล่งชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ให้นักศึกษา และคนในชุมชนโดยรอบ นำไปสร้างอาชีพ สร้างรายได้ตามฤดูกาล แถมช่วยลดปริมาณขยะในแม่น้ำ ลำคลองอีกด้วย


          เรื่องของความคิดสร้างสรรค์นั้น คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะช่วงนี้อยู่ในช่วงเทศกาลลอยกระทงที่จะมาถึงนี้ หลายคนจะมีไอเดียแปลกๆ เพื่อสร้างสีสันให้กับกระทง รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้จากการทำกระทง เป็นต้น อย่างเช่น วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง ก็ได้มีการสร้างศิลปะการกระทงที่ไม่มีใครเหมือน ไม่สงวนลิขสิทธิ์ เป็นการฝึกอาชีพให้กับนักศึกษา และเป็นอาชีพให้กับคนในชุมชนโดยรอบวิทยาลัยอีกด้วย โดยศิลปะการทำกระทง จากน้ำแข็งดังกล่าว เรียกว่า “กระทงแหล่งชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”


          นายกิตติพงศ์ อุตมะเวทิน ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง กล่าวว่า สืบเนื่องจากเทศกาลลอยกระทงในแต่ละปี มีจะมีปริมาณขยะในแม่น้ำ ลำคลองเป็นจำนวนมาก และยังส่งผลให้น้ำเน่าเสีย ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการจัดเก็บขยะจากกระทง วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง จึงได้คิดไอเดียช่วยลดขยะขึ้น โดยเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้น ศิลปะการทำกระทงจากน้ำแข็งให้กับนักศึกษาและคนในชุมชนโดยรอบวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง เรียกว่าหลักสูตรตามฤดูกาล โดยสามารถนำไปทำขายในวันลอยกระทงที่จะมาถึงนี้ได้ ซึ่งกระทงที่ว่า การทำก็ไม่ยาก นำภาชนะลักษณะคล้ายขันตักน้ำ นำมาเป็นแบบตัวฐานกระทง จากนั้นก็ตกแต่งด้วยการใส่ดอกไม้ลงไป แล้วแต่ไอเดียของคนทำว่าจะใส่อะไรลงไป ใส่น้ำลงไปนำไปแช่จนแข็ง ขั้นตอนต่อไปก็ทำกลีบกระทง นำแม่พิมพ์ของขนมวุ้น หรือเค้กมาใช้ใส่ดอกไม้ลงไป และเติมน้ำลงไปนำไปแช่ในตู้เย้นในอุณหภูมิอย่างต่ำลบ 10 องศาเซลเซียส เมื่อแช่จนแข็งนำออกมา นำส่วนที่เป็นกลีบกระทงมาติด โดยใช้น้ำอุ่นผสมเกลือแกง เป็นตัวเชื่อมให้ได้กลีบที่ติดกระทงสวยงาม ก่อนจะนำมาเจาะรูตรงกลางฐานกระทงนำธูปเทียนมาปัก เท่านี้ก็เสร็จเรียบแล้ว อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 6 ชม. ก่อนจะละลาย ไอเดียสุดจี๊ดแบบนี้ไม่สงวน และไม่เก็บค่าลิขสิทธิ์ให้เสียเงินทองแต่อย่างใด นำไอเดียเจ๋งๆ แบบนี้ไปทำได้เลย แถมได้ทั้งเงินจากการขาย และยังช่วยลดประมาณขยะในแม่น้ำ ลำคลองอีกด้วย


ที่มา : http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG191110130917673