ระบบจัดการแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์

ระบบจัดการแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์


         

    ผศ.ดร.ประกอบ กรณีกิจ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2559 รางวัลประกาศเกียรติคุณ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ จากผลงานวิจัยเรื่อง “ระบบจัดการแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ” เปิดเผยถึงที่มาของการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้กำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติไว้ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านความรู้ ด้านทักษะทางปัญญา ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ และด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยกำหนดให้แต่ละหลักสูตรที่สอนอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาจะต้องตอบโจทย์ 5 ด้านนี้ ซึ่งผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ อาจประสบปัญหาว่าควรจะสอนอย่างไรจึงจะพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุ 5 ด้านดังกล่าว ซึ่งบางด้านไม่สามารถวัดได้ด้วยแบบทดสอบแบบดั้งเดิมอย่างครอบคลุม จำเป็นต้องมีเครื่องมือในการเก็บหลักฐานต่างๆ และมีการจัดระบบเพื่อให้ผู้สอนสามารถเข้าถึงและมีการประเมินผลงาน ผลงานวิจัยดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลการใช้งานของระบบจัดการแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจากโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทำการศึกษาวิจัยร่วมกับ รศ.ดร.จินตวีร์ คล้ายสังข์

         

    ผศ.ดร.ประกอบ กล่าวถึงวิธีศึกษาว่า เริ่มจากการเก็บรวบรวมสภาพและความต้องการของผู้สอนและผู้เรียนในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อนำมาออกแบบระบบ พบว่าสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ใช้ระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์ที่เรียกว่า Moodle คณะนักวิจัยจึงได้ทำการพัฒนาระบบจัดการแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ ให้เป็น Plugin ที่เชื่อมต่อกับระบบจัดการเรียนรู้ตัวนี้ ทำให้ผู้สอนและผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงผลงานหลักฐานต่างๆ ที่มีการจัดกิจกรรมบนระบบ Moodle นำมาเก็บรวบรวมในแฟ้มสะสมงานของผู้เรียนได้ โดยมีลักษณะเป็น Template ตามกรอบ 5 ด้าน ซึ่งสามารถที่จะปรับลดได้ตามต้องการ เนื่องจากแต่ละรายวิชาไม่จำเป็นต้องตอบสนองทั้ง 5 ด้านพร้อมๆ กัน โดยระบบนี้สามารถเก็บสะสมงานได้ใน 3 ลักษณะ คือ การเชื่อมโยงกับระบบ Moodle การอัพโหลดไฟล์ดิจิตอล และการนำเข้ามาด้วย Link เช่น ผู้เรียนในสาขาการแสดงอาจมีการบันทึกคลิปวีดิโอบน YouTube ก็สามารถนำ Link เข้ามาสะสมได้ ฯลฯ สำหรับผลงานที่ไม่ได้เป็นลักษณะดิจิตอลมาก่อน เช่น การจัดนิทรรศการ ก็อาจต้องแปลงผลงานให้เป็นดิจิตอล ด้วยการถ่ายภาพหรือถ่ายวีดิโอก่อนแล้วจึงนำเข้ามาเก็บสะสมในระบบ

         

    สำหรับระบบการทำงาน เมื่อผู้เรียนล็อกอินเข้าสู่ระบบก็จะเข้าสู่พื้นที่แฟ้มสะสมงานของตนเอง ซึ่งจะมีลักษณะการจัดการเป็นรายวิชา ผู้เรียนแต่ละคนก็จะมีแฟ้มสะสมงานในแต่ละรายวิชาของตนเอง ซึ่งในหลักของแฟ้มสะสมงานจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สะท้อนคิดทบทวนและไตร่ตรองเกี่ยวกับผลงานของตนเอง ข้อดีคือผู้เรียนจะได้ดูว่าผลงานของตนมีจุดเด่นหรือข้อบกพร่องอย่างไร เพื่อที่จะพัฒนางานต่อไปได้ นอกจากนี้ระบบยังเปิดโอกาสให้ทั้งผู้สอน ผู้เรียน และเพื่อนร่วมชั้นได้ประเมินผลงานร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ระบบแฟ้มสะสมงานแบบออนไลน์มีความยืดหยุ่น ผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาจากทุกอุปกรณ์ ทั้ง PC, แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน

         

    ผศ.ดร.ประกอบ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากพัฒนาระบบแล้ว ได้มีการทดสอบระบบและนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนออนไลน์ ด้านการจัดการศึกษา ด้านแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงด้านการประเมินกับสภาพจริง ทำการตรวจสอบและให้ความคิดเห็น จากนั้นมีการนำระบบไปทดลองใช้ในสถาบันต่างๆ เพื่อให้เกิดความครอบคลุม โดยจัดหมวดหมู่ของสถาบันเป็น 3 ลักษณะ คือ มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยเอกชน และแบ่งในแง่ของสาขาวิชาออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ พบว่าระบบยังมีจุดอ่อนอยู่บ้าง ซึ่งผลการศึกษาทำให้กลับมาปรับปรุงระบบให้สมบูรณ์มากขึ้น รวมไปถึงมีความต้องการเพิ่มเติม เช่น พบว่าผู้สอนอยากได้เป็นรายงานผลการเรียนจากการประเมินผลงานต่างๆ จึงมีการเพิ่มความสามารถในการนำออกรายงานทั้งในรูปแบบไฟล์ Excel และ PDF ได้ ฯลฯ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้เรียนมีความชื่นชอบการเก็บสะสมงานในลักษณะนี้ เนื่องจากสามารถที่จะนำผลงานไปใช้ในการสมัครงานหรือเผยแพร่ต่อได้ ปัจจุบันมีหลายมหาวิทยาลัยรวมถึงจุฬาฯ ได้นำระบบนี้ไปติดตั้งใช้จริงแล้ว ซึ่งได้มีการอำนวยความสะดวกในการติดตั้ง และมีการจัดทำคู่มือที่อธิบายเกี่ยวกับกรอบแนวคิด ทฤษฎี หลักการที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงวิธีการติดตั้ง วิธีการใช้งานระบบ ทั้งในฝั่งของผู้ดูแลระบบ ผู้สอน และผู้เรียน พบว่าได้รับผลตอบรับอยู่ในระดับดี

         

    ผศ.ดร.ประกอบ ได้เผยถึงแผนงานวิจัยในขั้นต่อไปว่า เนื่องจากยังพบช่องว่างในส่วนของการจัดกิจกรรมการเรียน ซึ่งคณาจารย์จากหลายๆ สาขาวิชาส่วนใหญ่ไม่ได้จบมาทางด้านครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์โดยตรง ทำให้ผู้สอนมีปัญหาในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ตอบโจทย์ครอบคลุม 5 ด้าน จึงจะมีการพัฒนา Plugin เพิ่มเติม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก โดยผู้สอนเพียงเลือกว่าจะพัฒนาผู้เรียนในด้านไหน ระบบก็จะแนะนำกลยุทธ์การสอนและเครื่องมือที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อที่จะตอบสนองคุณลักษณะด้านนั้นให้ นอกจากนี้ยังมีความสนใจจะศึกษาเกี่ยวกับระบบการจัดกิจกรรมการเรียนในรูปแบบของ e-Learning หรือ Mobile-learning ที่จะพัฒนาผู้เรียนให้ตอบสนองต่อคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

ที่มา :  http://www.banmuang.co.th/news/education/46496