รมช.ศธ.”กนกวรรณ วิลาวัลย์” ร่วมกิจกรรมถ่ายทอดสดสุริยุปราคาบางส่วน และเยี่ยมชม รร.การศึกษาคนตาบอดร้อยเอ็ด

ข่าว ศธ.360 องศา 22 มิถุนายน 2563

รมช.ศธ.”กนกวรรณ วิลาวัลย์” ร่วมกิจกรรมถ่ายทอดสดสุริยุปราคาบางส่วน และเยี่ยมชม รร.การศึกษาคนตาบอดร้อยเอ็ด

(21 มิถุนายน 2563) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ร่วมกิจกรรมถ่ายทอดสดปรากฎการณ์สุริยุปราคาบางส่วน ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด และตรวจเยี่ยมโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมกิจกรรมถ่ายทอดสดปรากฎการณ์สุริยุปราคาบางส่วน ผ่านทาง Facebook ท้องฟ้าจำลองและ Facebook ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด ซึ่งประเทศไทยสามารถสังเกตสุริยุปราคาในวันนี้ได้แบบบางส่วน คือ ดวงอาทิตย์แหว่งเนื่องจากถูกดวงจันทร์บังไปบางส่วน โดยต้องใช้แผ่นกรองแสงสำหรับดูดวงอาทิตย์ หรืออาศัยการฉายแสงอาทิตย์ลงบนฉากรับภาพ จังหวัดร้อยเอ็ดเกิดสุริยุปราคาบางส่วน ระหว่างเวลา 13.17-16.16 น. โดยดวงอาทิตย์แบ่งลึกที่สุดเวลา 14.55 น. หากวัดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์จะบังดวงอาทิตย์ไปครึ่งดวง หรือคิดเป็นพื้นที่ 50.6 % ของวงกลมดวงอาทิตย์ รมช.ศึกษาธิการ ได้เยี่ยมชมการจัดนิทรรศการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และท้องฟ้าจำลอง ตลอดจนกล่าวขอบคุณผู้อำนวยการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ บุคลากรของศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด ที่ร่วมกันทุ่มเทดูแล บริหารจัดการทุกมิติ เพื่อให้บริการประชาชนอย่างดีที่สุด ขณะที่วันนี้ถือเป็นวันที่พิเศษอย่างยิ่ง เนื่องจากจะได้เห็นสุริยุปราคาบางส่วนถึงกว่า 50% เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด กลับมาเปิดให้บริการแล้ว หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 คลี่คลายลง รมช.ศึกษาธิการ จึงขอเป็นตัวแทนศูนย์วิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ เชิญชวนประชาชนทุกคนให้เข้ามาเยี่ยมชมและใช้บริการ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตของเราทุกคน
จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิธรรมิกชน เพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีการจัดกระบวนการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ขณะเดียวกันนักเรียนจำเป็นต้องฝึกทักษะเฉพาะ เช่น ทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม ทักษะการใช้อักษรเบรลล์ ทักษะการใช้ลูกคิด และทักษะการดำรงชีวิตประจำวัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้จัดโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนตาบอดโดยชุมชน (Community Based Rehabilitation-CBR) “ชุมชนเป็นฐาน บ้านเป็นหลัก อาสาสมัครเป็นแรงเสริม” โดยผู้ดำเนินงาน ของโครงการมีบทบาทเป็นผู้แนะนำ สาธิต ให้ความรู้แก่คนพิการ ญาติ ครอบครัวคนพิการและชุมชน กระตุ้นให้ครอบครัวและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นผู้ประสานงาน รวมถึงทำหน้าที่ส่งต่อในกรณีที่คนพิการต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านต่าง ๆ สนับสนุนทางด้านเทคนิค และให้กำลังใจ เพื่อพัฒนางานให้มีในชุมชนต่อไป ซึ่งผู้ทำงานในชุมชนของโครงการ CBR จะเป็นเพียงพี่เลี้ยงหรือผู้คอยกระตุ้นชุมชนในระยะแรกให้สามารถดำเนินโครงการไปได้เท่านั้น เมื่อเห็นว่าชุมชนมีความเข้มแข็งพอที่จะดำเนินโครงการได้เองแล้ว ผู้ทำงานในชุมชนจะลดบทบาทของตนลงและถอนตัวออกมาในที่สุด เพื่อให้โครงการ CBR มีความยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบของชุมชนเอง สำหรับปัญหาอุปสรรค ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการขาดงบประมาณสนับสนุนและบุคลากร ส่วนข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ต้องการให้ ศธ.พัฒนาการจัดการเรียนรู้และผลิตสื่อที่ทันสมัยสำหรับคนตาบอดทั่วประเทศ ด้าน รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในส่วนที่ สช.รับผิดชอบดูแลก็ให้เป็นไปตามเกณฑ์เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว อย่างไรก็ตามจะนำปัญหาข้อนี้กลับไปพิจารณาให้ว่าจะสามารถเพิ่มเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวได้อย่างไรบ้าง ขอให้มั่นใจว่า ศธ.ให้ความสำคัญกับผู้พิการเสมอ ซึ่งขณะนี้สภาการศึกษากำลังดำเนินงานตามขั้นตอนให้อยู่ เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้หากมีสิ่งใดที่สามารถขอความร่วมมือจาก กศน.ได้ ขอให้ประสานงานมาทันที เนื่องจากได้มอบนโยบาย Good Partnership ไว้ให้แล้ว ตลอดจนแนะนำให้มูลนิธิฯ หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อช่วยกันในมิติของการศึกษา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน กศจ. อยู่แล้วจะสามารถบูรณาการร่วมกันได้อย่างใกล้ชิดและถูกทิศทาง ตรงกับความต้องการของโรงเรียนได้อย่างแท้จริง จากนั้น รมช. ศึกษาธิการ ได้มอบหน้ากากอนามัย จำนวน 500 ชิ้น และตุ๊กตาของเล่น จำนวน 40 ชิ้น ให้กับนักเรียนของโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดร้อยเอ็ด พร้อมทั้งชื่นชมและเป็นกำลังใจให้นักเรียนพัฒนาตนเองในทุกด้าน เป็นพลเมืองดีของประเทศต่อไป
ปารัชญ์ ไชยเวช/สรุป ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า/ถ่ายภาพ
>