มอบนโยบาย สกศ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.): ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  พบปะและมอบนโยบายแก่ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมี ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา, ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ และ ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ตลอดจนผู้บริหารและข้าราชการให้การต้อนรับและร่วมรับฟัง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2560 ที่ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร 56 ปี



ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการรับฟังสรุปรายงานการดำเนินงานของ สกศ. ถือว่ามีแผนดำเนินงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมชัดเจน และสามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย โดยส่วนตัวมองว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นหัวใจของแผ่นดินและเป็นกระทรวงที่สร้างคนอย่างแท้จริง ทำให้เด็กได้มีที่เรียน เติบโตเป็นผู้ใหญ่มีงานทำ และมีชีวิตที่ดีงาม ดังนั้นขอให้ทุกคนรักษาจุดยืนและหลักวิชาการ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ที่บูรณาการทางด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬา กับการศึกษาทุกระดับ และจัดทำข้อเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรด้านการศึกษาของชาติ ตลอดจนประสานการจัดทำข้อเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษาของชาติอย่างมั่นคง หากมีสิ่งใดให้ช่วยขับเคลื่อนก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกัน เพราะตนและทีมงาน สกศ. เปรียบเสมือนญาติพี่น้องกัน อย่าได้คิดเป็นอื่นไกล เราต้องช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง


ส่วนสำคัญที่ต้องการผลักดัน จะเป็นแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่งผ่านการแก้ไขปรับปรุงร่างตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา (ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา) เรียบร้อยแล้ว จากนี้คงต้องเร่งเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและนำไปสู่การขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ ที่จะมีความเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการผลิตครูให้มีความเป็นมืออาชีพ, การเพิ่มวิชาซื่อสัตย์สุจริต, การสร้างเด็กให้มีความเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ โดยในเรื่องการเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง กระทรวงศึกษาธิการจะน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใส่เกล้าฯ และสั่งสอนให้กับลูกหลานเพื่อปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการใช้ชีวิต, การพัฒนาคนด้วยแนวคิด บ้าน-วัด-โรงเรียน หรือ บวร เป็นต้น


ทั้งนี้ สกศ.ได้กำหนดแผนการศึกษาไว้อย่างครบถ้วนชัดเจนแล้ว สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการนำไปสู่การปฏิบัติที่จะมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งพบว่าที่ผ่านมางานยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก และจากการลงพื้นที่ในจังหวัดสงขลา เชียงใหม่ และนครพนม ทุกแห่งมีความต้องการตรงกันคือ กศจ.ต้องการให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยกลั่นกรองงานให้ กศจ. โดยมีองค์ประกอบ เช่น อธิการบดี คณบดี ผู้ทรงคุณวุฒิ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น เพื่อทำให้การประชุมรวดเร็วและงานเดินหน้ามากขึ้น ซึ่งการคัดเลือกคณะอนุกรรมการฯ อยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาตามความจำเป็นและภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะมีจำนวนไม่มากนัก แต่แม้จะกระจายอำนาจให้กับประธาน กศจ.ตั้งคณะอนุกรรมการได้เอง เราก็ยังเป็นประเทศเดียวกันที่จะต้องขับเคลื่อนเดินหน้าไปด้วยกัน


นอกจากนี้ ฝากให้ช่วยส่งเสริมเด็กไทยให้รักการอ่านหนังสือมากขึ้น เพราะการอ่านช่วยเพิ่มความคิด และเมื่ออ่านมาก ๆ ก็จะทำให้พูดได้ดี และเขียนหนังสืออย่างเป็นแบบแผนมากขึ้น ส่วนการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ควรใช้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ เคารพสิทธิส่วนบุคคลและผลประโยชน์ของสังคมส่วนรวม ตลอดจนการสอนให้เด็กรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทยเพื่อความภาคภูมิใจ ทั้งการไหว้ที่สวยงาม ความสุขุมรอบคอบ และความอ่อนน้อมถ่อมตน ในส่วนการสื่อสารภาษาอังกฤษกับนานาประเทศนั้น เชื่อว่าประเทศเราไม่เป็นรองใครและได้รับการยอมรับพอสมควร แม้จะพูดช้า แต่ก็ถูกหลักไวยากรณ์ จึงขอให้รักษามาตรฐานนี้เอาไว้



ดร. กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรนำขับเคลื่อนการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันสู่เวทีโลก” มีอำนาจหน้าที่จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และกำกับการศึกษาทุกระดับ จัดทำข้อเสนอนโยบายและแผนในการสนันสนุนทรัพยากรด้านการศึกษาของชาติ ประสานการจัดทำข้อเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษา วิจัยและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการศึกษา เครือข่ายการเรียนรู้และภูมิปัญญา ประเมินผลการจัดการศึกษา ตลอดจนให้ความเห็นเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยมีบุคลากรทั้งสิ้น 185 คน แบ่งเป็นข้าราชการ 170 คน และลูกจ้าง 15 คน


ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ เตรียมนำแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี เสนอต่อคณะรัฐมนตรีและนำไปสู่การปฏิบัติ, มาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ จัดประชุมระดมความคิดเห็นและจะมีการยกระดับการจัดการเรียนรู้ของสถาบันศึกษาปอเนาะ, กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เตรียมเสนอร่างกรอบคุณวุฒิฉบับปรับปรุงต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนตาม Road Map, การผลิตและพัฒนาครู จะขับเคลื่อนการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา, จัดทำมาตรฐานขั้นต่ำการเลี้ยงดูและให้การศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย, จัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาและสถิติการศึกษาของประเทศไทย ปี 2558-2559, จัดทำกฎหมายปฏิรูปการศึกษา อาทิ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ.การศึกษาปฐมวัย พ.ร.บ.เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา, จัดประชุมโต๊ะกลมไทย-สหรัฐ และไทย-ฟินแลนด์ เป็นต้น


โอกาสนี้ คณะผู้บริหาร สกศ. ได้นำ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมชมศูนย์สารสนเทศและองค์ความรู้ (OEC Knowledge & Data Center) ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคาร สกศ.




นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร สรุป/รายงาน
นวรัตน์ รามสูต: ถ่ายภาพ
ขอบคุณภาพถ่ายเพิ่มเติม: กลุ่มสารนิเทศ สป.
12/1/2560