มข.พบวิธีผลิตผ้าไหมไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

คนดีโรงเรียนเด่นในวงการศึกษา 04 กรกฎาคม 2551
นักวิจัย มข.ใช้เวลากว่า 10 ปีคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการผลิตและทอผ้าไหมพื้นบ้านได้วิธีการฟอก ย้อมสี ถักทอและแปรรูปอย่างครลวงจรเกิดผ้าไหมพื้นบ้านคุณภาพใหม่ไม่เนอันตรายต่อผู้ผลิต ผู้สวมใส่ และสิ่งแวดล้อม เตรียมพัฒนาพร้อมจดลิขสิทธิ์ส่งออกแข่งขันในต่างประเทศ
รศ.มนตรี บุญเสนอ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ได้ทำการวิจัยคิดค้นกระบวนการผลิตผ้าไหมพื้นบ้านครบวงจร โดยต่อยอดจากภูมิปัญญาของชาวบ้านซึ่งใช้เวลาศึกษามารนานกว่า 10 ปี ในขณะนี้ผลการวิจัยก้าวหน้าบรรลุเป้าหมายไปมากกว่าร้อยละ 90 แล้ว ด้วยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาปรับใช้ในกระบวนการผลิตผ้าไหมอย่างครบงจรเริ่มตั้งแต่การลอกกาว การฟอกขาว การย้อมสี การทอ การแปรรูป ซึ่งแต่ละกระบวนการเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะยื่นขอจดลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาในเร็วๆ นี้ เพื่อผลักดันให้ผลผลิตไหมไทยเป็นที่ยอมรับในสากลมากขึ้น

รศ.มนตรีกล่าวว่า การวิจัยและพัฒนาด้านผ้าไหม เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาบริการ ชุมชนโดยากรให้คำปรึกษาแนะนำ ฝึกอบรม ตลอดจนเสริมทักษะแก่กลุ่มสตรีแม่บ้านที่ทอผ้าไหม รวมทั้งวิสาหกิจชุมชน ทั้งขนาดเล็กและขนาดกลาเป็นการต่อยอจากภูมิปัญญาชาวบ้าน และนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาปรับใช้ มีการคิดค้นวัตกรรมการลอกกาว และฟอกขาวเส้นไหมพื้นบ้านอีสาน โดยใช้สารเคมีผสมที่ไม่เป็นอันตราย ช่วยลดอันตรายต่อคน และลดมลพิษในน้ำ รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายลงได้ร้อยละ 30 มีการเลือกใช้นวัตกรรมการย้อมสีเส้นในไหมพื้นบ้านด้วยเทคนิคการย้อมสีที่สร้างบขึ้นเอง ทำให้แก้ปัญหาไหมด่างได้อย่างสิ้นเชิงโดยที่ค่าใช้จ่ายไม่ได้เพิ่มขึ้น มีการศึกษาคนกว่าเพื่อพัฒนาสีมาตรฐานสำหรับไหมพื้นบ้านเชิงอุตสาหกรรม ทำให้ได้ผ้าสีเดียวกันเป็นจำนวนมาก สามารถพัฒนาผ้าไหมพื้นบ้านเพื่อการส่งออกไปแข่งขันต่างประเทศ

รศ.มนตรีกว่าว่า ตามกระบวนการเดิมของชาวบ้านในการลอกกาวและการฟอกขาว มักจะใช้สารที่เรียกกันว่า ผงเหม็น ซึ่งเป็นอันตรายต่อชาวบ้านผู้ทำการลอกกาว ซึ่งตนได้สึกษาคิดค้นวิธีกาลอกกาวและฟอกขาวไหมโดยไม่ใช้ผงเหม็นแต่ใช้สบู่กั บสารเคมีบางตวทำการฟอกแทนโดยมีประสิทธิภาพในการฟอกดีกว่าและทีสำคัญไม่เป็นอ ันตรายตอ่ผู้ที่ทำการฟอกขาวและลอกกาวนอกจากนี้ วิธีการดังกล่าวยังช่วยลดมลพิษในน้ำที่ล้างเส้นไหมได้อีกด้วย ซ่งกระบวนการที่คิดค้นขึ้นใหม่นี้ช่วยร่นระยะเวลาในการทำงานให้สั้นลง ไม่ต้องเสีเวลาทำกันทีละขั้นตอนเหมือตอนที่ชาวบ้านเคยทำกันมาก่อนหน้านี้และ ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายไดมากถึงร้อยละ 30

สำหรับการย้อมสีเส้นไหมพื้นบ้านของชาวบ้านที่ผ่านมา พบว่ามักมีปัญหาเรื่องไหมด่าง สีผ้าทอไม่สม่ำเสมอ แต่ด้วยเทคนิคการย้อมสีที่สร้างขึ้นใหม่ ทำให้แก้ปัญหาไหมด่างได้เป็นอย่างดี โดยสีมาตรฐานได้ถูกสร้างขึ้นสำหรบไหมพื้นบ้าน เพื่อให้สามารถผลิตผ้าทอสีเดียวกันเป็นจำนวนมากได้ ซึ่งปกติแล้วชาวบ้านจะได้ผ้าทอสีเดียวกันเพียงชุดเดียวและการสร้างสีมาตรฐาน สำหรับไหมพื้นบ้านดังกล่าวนี้ยังได้ใช้สีที่ไม่เป็นอ้นตรายต่อผู้สวใส่ ตามข้อกำหนดของภาคพื้นยุโรป ทำให้ผ้าทอไหมพื้นบ้านสามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ง่าย ส่งออกไปแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย

รศ มนตรีกล่าวตอไปว่า การเริ่มต้นศึกษาวิจัยกระบวนการผลิตผ้าไหมให้ได้มาตรฐานนี้ เริ่มมาเมื่อ 10 ปีก่อน โดยมีแรงบันดาลใจจากการทีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสนพระทัยและทรงสนับสนุนให้มีการพัฒนาการทอผ้าไหมพื้นบ้าน ซึ่งมั่นใจว่าหากสามารถพัฒนาผ้าไหมพื้นบ้านให้มีคุณภาพเชิงกายภาพ และรูปและการตัดเย็บแปรรูปที่ทันสมัยแล้วผ้าไหมพื้นบานจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิตในชุมชนทอ้งถิ่นได้เป็นจำนวนมาก และขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเริ่มต้นในการค้นคว้านั้นต้องใช้เงินส่วนตัวทั้งสิ้น แต่ในระยะต่อมาได้รับทุนสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้มีการศึกษาวิจัยค้นคว้ามาอย่างต่อเนื่อง และในปัจจุบันนี้ หากกลุ่มแม่บ้านสตรีหรือกลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมพื้นบ้านกลุ่มใด ชุมชนในภาคอีสานทีสนใจจะขอคำแนะนำ เพื่อจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปใช้ในกระบวนการผลิตผ้าไหม ตนก็พร้อมให้คำแนะนำปรึกษา

"ผลจากการคิดค้นพัฒนากระบวนการผลิตผ้าไหมพื้นบานกว่า 10ที่ผ่านมา สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แห่ผ้าไหมได้อย่างน่าพอใจ เพราะผ้าไหมที่ได้จากพัฒนามีคุณลักษณะพิเศษ ทั้งความนุ่มของผ้า ยับยาก บำรุงรักษาง่าย กรผลิตผ้าไหมผสม Polyestasilk ทำให้ผ้าเหลือบ 2 สี การผลิตผ้าไหมผสม Cottysilk การสร้าง Brand Name 'Dinosik' สำหรับผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากผ้าไหมไทยพื้นบ้านและไหมผสม เช่น เสื้อกันหนาว เสื้อแจ็กเกต เสื้อโปโล ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ สูทผ้าไหม เป็นต้น ซึ่งจากความสำเร็จในการค้นคว้าเทคนิคการเพิ่มมูลค่าผ้าไหมพื้นบ้านครั้งนี้เ ราได้เตรียมที่จะยื่นขอจดลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาในเรื่องของมาตรฐานสี สูตรการลอกกาว และเทคนิคการผลิตผ้าไหมผสมทั้ง Polyestasilk และ Cottysilk" รศ.มนตรีกล่าว