ผลประชุม ก.ค.ศ.

ศึกษาธิการพลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2557 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณากฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้



n อนุมัติจัดสรรอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากการเกษียณอายุราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2556 จำนวน 10,929 อัตรา


รมว.ศธ.กล่าวว่า จากการที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) มอบอำนาจให้ ก.ค.ศ. พิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2556-2561 ตามมาตรการบริหารกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2557-2561) สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2556 มีหน่วยงานต่างๆ ได้รับการอนุมัติจัดสรรอัตราจากผลการเกษียณคืน จำนวน 10,929 อัตรา แยกตามสังกัด ดังนี้


1) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 10,499 อัตรา
2)
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 355 อัตรา
3)
สำนักงาน กศน. 53 อัตรา
4)
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) 3 อัตรา
5)
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) 2 อัตรา
6)
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 17 อัตรา


สำหรับการพิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้มีหนังสือแจ้งส่วนราชการให้รายงานข้อมูลภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 เมื่อส่วนราชการต่างๆ ส่งข้อมูลครบถ้วน และสมบูรณ์แล้ว คาดว่า ก.ค.ศ. จะพิจารณาจัดสรรคืนอัตราได้ภายในเดือนธันวาคม 2557 นี้



n อนุมัติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.


เนื่องจากที่ผ่านมามีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการประกาศตำแหน่งว่างในปัจจุบัน และจำนวนที่คาดว่าจะว่างหลังจากการเกษียณอายุราชการใน 2 ปีงบประมาณ ทำให้ไม่สามารถระบุจำนวนตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างได้อย่างถูกต้อง และเมื่อมีการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหา เรียงลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อยเท่ากับจำนวนตำแหน่งว่างในปัจจุบันและจำนวนตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างทำให้ผู้สอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ร้องขอขึ้นบัญชีเป็นผู้ผ่านเกณฑ์ และฟ้องร้องต่อศาลปกครอง


ที่ประชุมในครั้งนี้ จึงได้เห็นชอบให้มีการปรับปรุงหลักการให้มีความชัดเจนในทางปฏิบัติดังนี้




  • มอบอำนาจให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก



  • การคัดเลือกแบ่งเป็นกลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์



  • กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ตามมาตรฐานตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ ว17 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2557



  • ให้ สพฐ.กำหนดวันและเวลาในการดำเนินการคัดเลือกพร้อมกัน โดยผู้สมัครสามารถเลือกสมัครได้ทุกสังกัด



  • การประกาศตำแหน่งว่างและการรับสมัคร ให้ประกาศจำนวนตำแหน่งว่างในปัจจุบัน ตามสัดส่วนที่เท่ากัน



  • หลักสูตรการประเมิน ให้มีการสอบข้อเขียนและการสอบสัมภาษณ์ทั้งกลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์ รวมทั้งเพิ่มการสอบวิชาภาษาอังกฤษและการสร้างค่านิยมของคนไทย 12 ประการ โดย สพฐ.เป็นผู้ดำเนินการสอบภาค ก และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จัดสอบภาค ข และภาค ค



  • การขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์การตัดสินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 เรียงลำดับที่ตามผลคะแนนจากมากไปหาน้อย


ส่วนวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้หลักเกณฑ์ฯ เดียวกันกับหลักเกณฑ์ฯ ในพื้นที่ทั่วไป แต่เปิดโอกาสให้ผู้มีคุณสมบัติสามารถมาสมัครเข้ารับการคัดเลือกได้โดยไม่จำกัดเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเงื่อนไขในการบรรจุและแต่งตั้ง ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง จะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง จึงจะขอย้ายออกนอกเขตพื้นที่ได้ โดยจะนำเหตุแห่งความไม่สงบมาใช้เป็นเหตุผลในการขอย้ายก่อนกำหนดไม่ได้





n อนุมัติปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย


โดยอนุมัติให้ผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือใบอนุญาตอื่นที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติการสอน มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยได้ ซึ่งเป็นการรองรับผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ที่ไม่ได้ศึกษาวิชาชีพครู แต่หน่วยงาน/สถานศึกษา มีความจำเป็นต้องใช้บุคลากรดังกล่าวมาจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา ให้สามารถเข้ามาสอบแข่งขันได้ แต่มีเงื่อนไขว่าเมื่อจะบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น




n ให้ความเห็นชอบรายชื่ออนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ. อนุกรรมการผู้แทนคุรุสภา และอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และคัดเลือกอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งในส่วนราชการ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้ส่งรายชื่อคณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ในส่วนราชการ 4 ส่วนราชการ ที่ได้รับความเห็นชอบในครั้งนี้ไปให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนการประกาศตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับจากวันที่ประกาศแต่งตั้ง


ดรุวรรณ บุญมาก, นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
/11/2557