ผลประชุมสภาการศึกษา

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา​ ครั้งที่ 1/2562 โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา คณะกรรมการสภาการศึกษา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เมื่อวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์​ 2562 ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร 56 ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)



รมช.ศึกษาธิการ​ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการ Youth Voice Forum #พลเมืองรุ่นใหม่ #มีวินัย #รักถิ่นฐาน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน เป็นเด็กดีมีวินัย กล้าแสดงออกทางความคิด รักถิ่นฐาน พร้อมทั้งเข้ามามีบทบาทเป็นพลเมืองรุ่นใหม่ ด้วยการสร้าง Platform เพื่อให้เด็กในทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยม​ศึกษา​ อาชีวศึกษา​ และอุดมศึกษา​ ได้มาแสดงออกทางความคิดเห็น และมุมมองด้านการศึกษา​ ถือเป็นทักษะพิเศษที่จะช่วยยกระดับความสามารถของเด็กรุ่นใหม่ก่อนออกไปทำงาน และให้ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาในมิติต่าง ๆ



นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบ​ผลการลงพื้นที่ศึกษา​ดูงานของกรรมการสภาการศึกษา​เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม​ 2562 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษา​เชียงราย โรงเรียนสันติคีรีวิทยาคม โรงเรียนสอนภาษาจีนซิงหัว และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่จัน จังหวัดเชียงราย​ โดยได้ประชุมระดมความคิดเห็น รับฟังสภาพปัจจุบัน​และปัญหา​ ตลอดจนแนวทางแก้ไขเพื่อสร้างความเสมอภาคและเท่าเทียม มีสรุปประเด็นการเรียนรู้ที่สำคัญ อาทิ เด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย ไม่สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา​ และจะเข้าทำงานในสถานประกอบการไม่ได้ เนื่องจากไม่มีเลขประจำตัวประชาชน​ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการร่วมกันแก้ไข เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและการมีงานทำ โดยคำนึงถึงรายละเอียดและปัจจัยในทุกด้านอย่างรอบคอบและครบถ้วน


ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับความสอดคล้องระหว่างมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ (National Education​ Standard : NES) กับกรอบคุณ​วุฒิแห่งชาติ (National Qualification Framework : NQF) กล่าวคือ มาตรฐานการศึกษาแห่งชาติเป็นเรื่องทางวิชาการ ส่วนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติจะเกี่ยวข้องกับวิชาชีพ ซึ่งประเทศไทยได้ปรับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติให้มีความสอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิอาเซียนที่มี 8 ระดับแล้ว เพื่อให้สามารถเทียบเคียงคุณวุฒิเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ขณะนี้อำนาจหน้าที่การกำหนดเทียบเคียงยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นของหน่วยงานใด จึงมอบให้ สกศ. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณารายละเอียดในการเทียบเคียงและกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตรอาชีวะนานาชาติที่เข้ามาเปิดสอนในสถาบันการศึกษาของไทยเพิ่มมากขึ้น ยิ่งจำเป็นต้องมีระบบเทียบเคียงคุณวุฒิที่ชัดเจน ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดเงินเดือนหรือค่าตอบแทนตามมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพในอนาคตด้วย

















Written by อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Photo Credit ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร