ประชุม คกก.โรงเรียนร่วมพัฒนา

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เพื่อรองรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาตามนโยบาย Thailand 4.0 ครั้งที่ 2/2562 เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมี ผศ.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รศ.นพ.ปรีชา สุนทรานันท์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายมีชัย วีระไวทยะ คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา ตลอดจนผู้บริหารภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน ณ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีผลการประชุมสรุปดังนี้

รับทราบรายชื่อสถานศึกษา-ผู้สนับสนุนโครงการ รุ่น 2

ที่ประชุมรับทราบ รายชื่อสถานศึกษาและผู้สนับสนุนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา รุ่นที่ 2 จำนวน 84 โรงเรียน ใน 27 จังหวัด ประกอบด้วย สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 57 โรงเรียน, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำนวน 7 แห่ง, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จำนวน 3 โรงเรียน, สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ. จำนวน 15 โรงเรียน, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 1 โรงเรียน และกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 โรงเรียน โดยมีผู้สนับสนุนโครงการฯ จากบริษัท มูลนิธิ สถาบัน สมาคม ตลอดจนสภาอุตสาหกรรมและโรงเรียนนานาชาติ รวม 27 แห่ง

จัดทำคู่มือปฏิบัติงานเพื่อเป็นแนวทางการทำงาน

ที่ประชุมรับทราบ การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วยความเป็นมาและหลักการของโครงการฯ, การพิจารณาและคัดเลือกสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการฯ, แนวทางการดำเนินโครงการและบทบาทหน้าที่ของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการติดตาม ประเมินผลและวิจัย ซึ่งจะได้จัดส่งให้โรงเรียนในโครงการและผู้สนับสนุน เพื่อใช้เป็นคู่มือการปฏิบัติงานต่อไป

กำหนดแผนปฏิบัติการ (Action Plan) โรงเรียนร่วมพัฒนา

ที่ประชุมรับทราบ การจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา เพื่อเป็นทิศทางและกรอบการดำเนินงานที่จะนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาใน 4 ยุทธศาสตร์ คือ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน, การพัฒนาครู, การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และการพัฒนาคุณภาพการบริหาร โดยสามารถทบทวนและพัฒนาแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ในระหว่างการดำเนินงานได้ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์และประสิทธิภาพการทำงานมากยิ่งขึ้น

ตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจฯ เพื่อบริหารงานบุคคล

ที่ประชุมรับทราบ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) เรื่อง ตั้งคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา เพื่อดูแลระบบบริหารงานบุคคลให้เอื้อต่อการทำงานของสถานศึกษาในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนร่วมเป็นองค์ประกอบ เพื่อทำหน้าที่พิจารณา จัดทำ และพัฒนาร่างกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการบริหารงานบุคคล

เตรียมออกติดตามและประเมินผลโครงการ รุ่น 1

ที่ประชุมเห็นชอบ การติดตามและประเมินผลสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา รุ่นที่ 1 จำนวน 50 โรงเรียน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2562 โดยคณะกรรมการจากหลายหน่วยงาน อาทิ คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมฯ, คณะทำงานด้านต่าง ๆ ของโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา, คณะกรรมการจากผู้สนับสนุนโครงการ, ผู้แทนจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพทางการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ., ผู้แทนจาก สพฐ., ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, ศึกษานิเทศก์ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการลงพื้นที่ติดตามและประเมินอย่างเป็นมิตร พร้อมรับฟังปัญหาและสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นผลการดำเนินงานของโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความตื่นตัวของโรงเรียนจำนวนมากที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ จึงได้ย้ำให้สถานศึกษาพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนไปพร้อมกัน ไม่ควรรอการสนับสนุนจากภาคเอกชนเพียงฝ่ายเดียว

สำหรับการดำเนินโครงการในระยะที่ 2 ปีการศึกษา 2562 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) กับภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการคาดหวังขยายโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาให้ครอบทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ภายในปี 2562 ตามเป้าหมาย และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาและอุปสรรคด้านการบริหารงานบุคคล ตลอดจนกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้การบริหารงานและการดำเนินงานมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ผศ.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ กล่าวด้วยว่า โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา มีผลการดำเนินงานที่ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในพื้นที่ต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้น ควรมีการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา รุ่นที่ 1 เพื่อแสดงภาพความสำเร็จและเป็นผลงานเชิงประจักษ์ที่จะเชิญชวนให้ภาคเอกชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาร่วมพัฒนาและยกระดับโรงเรียนในโครงการนี้มากขึ้น

Written by อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Photo Credit อิทธิพล รุ่งก่อน
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร