ประชุมยูเนสโก

 สาธารณรัฐฝรั่งเศส – นายจาตุรนต์  ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนางสุทธศรี  วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารของยูเนสโก (UNESCO Executive Board) ครั้งที่ 194 ระหว่างวันที่ 6-10 เมษายน 2557 ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

รมว.ศธ. กล่าวว่าประเทศไทยได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารของยูเนสโก ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี (2554 – 2558) รวมทั้งยังเป็นกรรมการในคณะกรรมการว่าด้วยอนุสัญญาและข้อเสนอแนะ โดยในการประชุมคณะกรรมการบริหารของยูเนสโกครั้งนี้มีวาระการประชุมที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ  หลายชุด ได้แก่ การประชุมเต็มคณะ (Plenary) การประชุมคณะกรรมการว่าด้วยอนุสัญญาและข้อเสนอแนะ (Committee of Conventions and Recommendations) การประชุมร่วมของคณะกรรมการว่าด้วยโครงการและความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ (Committee of Programme and External Relations) คณะกรรมการว่าด้วยงบประมาณและการบริหาร (Finance and Administrative) และมีการรายงานผล   การประชุมของคณะกรรมการชุดต่างๆ ด้วย

รมว.ศธ.ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมเต็มคณะ (Plenary) ในช่วงบ่ายวันที่ 7 เมษายน 2557 โดยได้แสดงความยินดีกับนางอิรินา โกโบวา (Mrs. Irina  Bokova) ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกเป็นสมัยที่ 2 และกล่าวยืนยันว่าประเทศไทยจะสนับสนุนการทำงานร่วมกับยูเนสโกต่อไป จากการรายงานของผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการดำเนินโครงการต่างๆ ในช่วงปี 2555-2556 ได้มีการพัฒนากรอบยุทธศาสตร์และขยายเครือข่ายความร่วมมือกับหุ้นส่วนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดกิจกรรมต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เป็นที่ทราบกันดีว่าวิวัฒนาการทางการศึกษาทั่วโลกได้ก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญ ทศวรรษแห่งการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเริ่มในปี 2548 จะสิ้นสุดลงในปีนี้ และแน่นอนว่าเราจะไม่ยุติการดำเนินงานตามแนวคิดนี้ แต่จะปรับเพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนทัศน์ทางการศึกษาในอนาคต เช่นเดียวกับปฏิญญาจอมเทียนที่ประกาศเมื่อปี 2533 ได้มีการกำหนดให้บรรลุเป้าหมายทั้ง 6 ประการ ในการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนภายในปี 2558 (การจัดการศึกษาเพื่อเด็กปฐมวัย, การจัดการประถมศึกษา, ทักษะชีวิต, อัตราการรู้หนังสือของผู้ใหญ่, ความเสมอภาคทางเพศและคุณภาพการศึกษา)

ในส่วนของรัฐบาลไทย ได้สนับสุนนและร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับยูเนสโกตลอดมา โดยกระทรวงศึกษาธิการของไทยกับยูเนสโกจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการศึกษาเพื่อปวงชน ในเดือนสิงหาคม 2557 เพื่อเปิดโอกาสให้มีการปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสนอแนะประเด็นและเป้าหมายการจัดการศึกษาสำหรับวาระการศึกษาภายหลังปี 2558 และนำผลการประชุมดังกล่าว ไปเสนอในการประชุมระดับโลกว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชนในปี 2558 ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี

การศึกษาเพื่อปวงชนเป็นวาระที่ไม่สิ้นสุดและยังคงต้องดำเนินการต่อไป แม้จะมีพัฒนาการมากขึ้นเพียงใดก็ตาม ดังนั้นทุกประเทศทั่วโลกจึงต้องร่วมมือกัน และทำงานร่วมกับยูเนสโกในการกำหนดขอบเขต เป้าหมายของการศึกษาเพื่ออนาคต

สำหรับวาระการศึกษาภายหลังปี 2558 ยูเนสโกควรเร่งผลักดันให้เป็นวาระแห่งโลก เพื่อให้เกิดพันธสัญญาอันจะนำไปสู่การพัฒนาในระดับสากล โดยมีเป้าหมายอยู่ที่คุณภาพการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม การส่งเสริมวัฒนธรรมที่หลากหลายรวมทั้งการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม

นอกจากนี้ เราต้องคำนึงถึงทักษะเพื่อการแข่งขัน โดยเฉพาะการศึกษาเพื่ออนาคต นอกเหนือจากผลสำเร็จทางด้านวิชาการและทักษะทางปัญญา ซึ่งรวมถึงทักษะด้านอื่นๆ ได้แก่ การศึกษาเพื่อสร้างความสมานฉันท์ในสังคม ความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาทางสังคมและอารมณ์ กระบวนการเรียนการสอนโดยใช้บริบทที่หลากหลาย จะเป็นการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้เป็นอย่างดี

รมว.ศธ. กล่าวสรุปว่าในขณะที่เราต้องเตรียมการเพื่อวาระการศึกษาภายหลังปี 2558 แต่ก็พบว่าการศึกษาเพื่อปวงชนยังไม่บรรลุเป้าหมายและในส่วนของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษก็ต้องดำเนินการต่อไป ข้อเสนอของยูเนสโกด้านการศึกษาสู่ปี 2558 แสดงให้เห็นถึงข้อมูลพื้นฐาน เป้าหมาย ตัวชี้วัด และกรอบการปฏิบัติงาน สำหรับข้อเสนอเกี่ยวกับเป้าหมายของคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกัน และการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อปวงชนภายในปี 2573 นั้น ได้บรรจุอยู่ในนโยบายของรัฐบาลไทยอยู่แล้ว ภายใต้หลักการความเท่าเทียม การเข้าถึงการศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประเทศไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่ายูเนสโกจะสามารถผลักดันโครงการเหล่านี้ให้ประสบผลสำเร็จได้ในที่สุด

นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน
8/4/2557