ประชุมนานาชาติ UNESCO-APEID

การประชุมนานาชาติ UNESCO-APEID


พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุม the 18th UNESCO-APEID International Conference “In Pursuit of Quality Education: The Past, Present, and Future” เมื่อวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2559 ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ สีลม โดยมี Dr Kwang Jo Kim ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ, นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนักวิชาการชาวไทยและต่างชาติ เข้าร่วมประชุม

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในนามของพสกนิกรชาวไทยขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ทรงพระราชทานโครงการในพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ภายใต้แนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 ซึ่งรวมถึงโครงการด้านการพัฒนาการศึกษาด้วย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยในทุกพื้นที่ ประชาชนชาวไทยทุกคนจึงได้เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและมีความภาคภูมิใจที่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ของยูเนสโก เนื่องจากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงถูกนำมาใช้นานกว่า 40 ปีแล้ว แต่ก็สามารถนำมาปรับใช้กับบริบทของประเทศและบริบทโลกในปัจจุบันได้ ด้วยการยึดหลักความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญ ทั้งนี้ รัฐบาลและประชาชนชาวไทยจะสานต่อแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชต่อไป

สำหรับการประชุม APEID International Conference จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี โดยสำนักงานเพื่อการศึกษาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (UNESCO Asia and Pacific Regional Bureau for Education) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาการศึกษา โดยการประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ In Pursuit of Quality Education: The Past, Present, and Future ซึ่งเป็นหัวข้อที่มีความท้าทายต่อการบรรลุเป้าหมายของ Education 2030 Agenda อีกทั้ง เป็นเรื่องที่บางประเทศมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งอยู่แล้ว แต่ก็มีอีกหลายประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับ Education 2030 Agenda แม้ว่าทุกประเทศจะมีระยะเวลาเท่ากันในการที่จะบรรลุเป้าหมายตาม Education 2030 Agenda แต่ระยะทางจากจุดเริ่มต้นไปถึงเป้าหมายของแต่ละประเทศย่อมไม่เท่ากัน

นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีศึกษาเอเปค ครั้งที่ 6 ณ สาธารณรัฐเปรู ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้แทนจากประเทศสมาชิกเอเปค โดยพบว่าประเทศสมาชิกเอเปคเห็นพ้องต้องกันว่าการพัฒนาการศึกษานั้นควรให้ความสำคัญใน 10 ประเด็น คือ

1. Soft Skills หรือทักษะด้านสังคม (Social Skills) และทักษะด้านการทำงานสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต
2. การพัฒนาทักษะส่วนบุคคลเพื่อเตรียมพร้อมสู่การประกอบอาชีพหรือการเป็นผู้ประกอบการ
3. การแนะแนวเด็กนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสายอาชีพในอนาคต
4. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เพื่อการเรียนรู้ ด้วยการเลือกบริโภคสื่อต่าง ๆ
5. การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องด้านการศึกษาและทำให้เกิดความเท่าเทียมกันทางการศึกษา
6. การพัฒนาครูด้วยการอบรมทักษะในอนาคตให้ครู ทำให้ครูสามารถสอนนักเรียนให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ได้
7. การส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานให้กับบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการผลิตบัณฑิตที่ไม่ตรงกับความต้องการในตลาดแรงงานของประเทศ
8. การจัดการเรียนการสอนด้านสะเต็มศึกษา
9. การส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กปฐมวัย
10. การสร้างมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ

ในส่วนของประเทศไทยนั้น กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการปฏิรูปการศึกษาทั้ง 6 ด้าน ได้แก่

– การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้
– การฝึกอบรมและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเน้นพัฒนาครูตามทักษะในศตวรรษที่ 21และความสามารถในการสอนเด็กให้เห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงของโลก
– การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะด้านวิชาชีพ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาในระดับชาติและสอดคล้องกับตลาดแรงงาน ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชน
– การพัฒนาการระบบประเมินและประกันคุณภาพการศึกษา ด้วยการจัดทำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติที่สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิอาเซียน
– สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา
– พัฒนาระบบการบริหารจัดการด้วยการส่งเสริมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมกับการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

รมว.ศึกษาธิการ ได้เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านร่วมกันพิจารณาถึงแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้ทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประสบความสำเร็จหรือไปถึงเป้าหมายของ Education 2030 Agenda ได้ในเวลาอันเหมาะสม เนื่องจากทุกประเทศมีบริบทและระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันอย่างมาก โดย รมว.ศึกษาธิการ ได้เสนอแนะวิธีการบรรลุเป้าหมายของ Education 2030 Agenda ในเบื้องต้น ด้วยการเลือก Best Practice ที่เหมาะสมและสามารถนำมาปรับใช้ได้กับบริบทของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่สละเวลามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาอย่างมาก สำหรับประเทศไทยนั้นมีความพร้อมและได้มีความร่วมมือกับ UNESCO และประชาคมโลกในการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าการประชุมในครั้งนี้จะเป็นเวทีที่ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาการศึกษาและทำให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบรรลุเป้าหมาย Education 2030 Agenda ร่วมกันต่อไป


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร สรุป / รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี : ถ่ายภาพ
26/10/2559