บรรยายที่ รร.ศรีอยุธยา

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เรื่อง “ตามรอยพ่อ … สืบสานต่อพระราชปณิธาน” ให้แก่ครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ จำนวน 550 คน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2560



ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวตอนหนึ่งว่า โลกทุกวันนี้เป็นโลกแห่งยุคข้อมูลข่าวสาร สิ่งที่น่ากังวลคือมีภาพที่น่ากลัวต่าง ๆ ปรากฏลงหน้า 1 ในหนังสือพิมพ์เป็นประจำ เช่น ภาพการฆาตกรรม ภาพทิ้งลูกไว้ข้างถนน กองขยะ รางรถไฟ ซึ่งภาพเหตุการณ์กรณีเช่นนี้ในต่างประเทศจะนำไปลงตีพิมพ์ไว้ด้านหลังและเป็นเพียงภาพประกอบข่าวเล็ก ๆ เท่านั้น ส่วนที่เมืองไทยกรณีที่ตำรวจสืบสวนจนจับแม่แท้ ๆ ที่ทิ้งลูกไว้จนตาย ก็ต้องไปขอขมาต่อศพ แต่สิ่งที่ได้กระทำความชั่วไปแล้ว ต่อให้ล้างบาปเท่าไรก็ไม่หมด จึงฝากให้นักเรียนได้คิดถึงความดี-ความชั่ว แต่ก็ย้ำว่าการที่นักเรียนแม้จะทำความผิดอยู่บ้าง เช่น แกล้งเพื่อนในห้องเรียน หรือทำให้เพื่อนเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วขอโทษภายหลัง ฯลฯ กรณีนี้ยังไม่ถือเป็นความชั่ว เพียงแต่เป็นการกระทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่ความชั่วอันยิ่งใหญ่ที่ให้อภัยไม่ได้ คือ การกระทำการทุจริตต่อแผ่นดิน หลงลืมตัวเป็นวัวลืมตีน จึงขอฝากประเด็นแรกให้นักเรียน ซึ่งเปรียบเสมือนลูก ๆ ได้ช่วยกันคิดและพึงกระทำต่อความดีให้แผ่นดินไทยของเรา


หากย้อนกลับไปในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนชาวไทยไม่อยากให้ถึงวันนั้น แต่เมื่อโทรทัศน์ทุกช่องประกาศพร้อมกันว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสู่สวรรคาลัย พสกนิกรที่มาจากหลากหลายแห่งต่างร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า อย่างไรก็ตาม เราอย่ายอมให้พระองค์จากเราไปแค่นั้น แต่อยากอัญเชิญคำสอนของพระองค์ในเรื่องต่าง ๆ มาให้เราน้อมนำปฏิบัติตามรอยพ่อ เพื่อสืบสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ในเรื่องต่าง ๆ เช่น ความซื่อสัตย์สุจริต การอ่อนน้อมถ่อมตน ความกตัญญูกตเวทิตา ความพอเพียงในชีวิต คำสอนเรื่องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา โดยขอให้คำสอนเหล่านี้ของพระองค์ท่านได้ประทับสถิตเสถียรอยู่ในดวงใจของคนไทยทุกคนตลอดไป



สิ่งสำคัญประการหนึ่งของพระองค์ที่ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด คือ ความอ่อนน้อมถ่อมตนของพระองค์ ซึ่งมีแบบอย่างที่งดงามมากเหลือเกินจากสมเด็จย่าของพวกเรา เมื่อพูดถึงจุดนี้ จึงอยากสรุปว่าลูก ๆ ทุกคนในศรีอยุธยา ต้องมีแบบอย่างที่ดี (Idol) ในการดำเนินชีวิต อาจจะเป็นดาราดี ๆ ที่นิยมชมชอบส่วนตัว หรืออาจจะเอาพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ผู้บริหารที่มีความงดงาม ตรงกับความคิด หรืออัธยาศัยของเราเป็น Idol ก็ได้ แต่สิ่งสำคัญอย่าเอาผู้ร้ายหรือคนไม่ดีเป็น Idol ของเรา เพราะจะทำให้มีผลกับชีวิตของเราต่อไป


อีกประเด็นที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ได้กล่าวฝากลูก ๆ โรงเรียนศรีอยุธยา คือ ขอให้ใช้ Social Media อย่างสร้างสรรค์ แม้แต่ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ยังเคยกล่าวว่าเคยพบเด็ก ๆ บางคนโพสต์ด่าพ่อแม่ของตัวเองบน Facebook ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง หรือการแชร์เรื่องพระสงฆ์องค์เจ้านั้น ก็มีส่วนสำคัญต่อการสร้างความขัดแย้ง ซึ่งควรปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมายที่ดำเนินการ ไม่ใช่เรื่องของฆราวาสที่จะกระทำเพื่อสร้างความขัดแย้งทางสังคมในเรื่องเหล่านี้ และอีกเรื่องที่สำคัญที่ตั้งคำถามให้นักเรียนศรีอยุธยาคิดก็คือ เหตุใดชาวต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ จึงไม่มีปัญหาการใส่ร้ายป้ายสีกันทาง Social Media ซึ่งนักเรียนชั้น ม.5 ของศรีอยุธยา ที่ชื่อว่า น.ส.จิดาภาฯ ตอบได้ว่าเป็นเพราะจิตสำนึกของประชากรสิงคโปร์ โดย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวขอบคุณ น.ส.จิดาภาฯ ที่กล้าแสดงออกและตอบได้อย่างถูกต้อง เพราะการมีความรับผิดชอบของประชากรในเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อการสร้างความสามัคคีของคนในประเทศ



ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยในอดีตช่วงเวลาหนึ่งที่รอดพ้นจากการเสียเอกราชมาได้ด้วยพระปรีชาสามารถอย่างยิ่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ดังเช่น ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงในปี พ.ศ.2488 ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในฝ่ายชนะสงคราม เนื่องจากจำเป็นต้องประกาศเข้าข้างฝ่ายอักษะหรือประเทศญี่ปุ่น และได้มีการนิยามศัพท์ทางรัฐศาสตร์ที่ใช้เรียกประเทศไทยว่า เหยียบเรือสองแคม (Siamese Talking) เนื่องจากญี่ปุ่นแพ้สงครามแต่ไทยที่เข้าร่วมกับญี่ปุ่นกลับบอกว่าไม่แพ้สงคราม เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่าง ๆ และด้วยพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพของทั้งสองพระองค์ พร้อมทั้งการรักษาเอกลักษณ์ของชาติด้วยความงดงาม ทำให้นานาประเทศลืมคำที่ใช้เรียกประเทศไทยว่าเหยียบเรือสองแคม ทั้งนี้ การเอ่ยถึงชื่อบางประเทศในครั้งนี้ ก็อย่าไปโกรธเคืองใคร ทุกอย่างกลายเป็นตำนานไปหมดแล้ว แต่เราจำเป็นต้องพูดในเชิงวิชาการ


ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ยังได้แนะนำหนังสือเกี่ยวกับพระบรมราโชวาท ซึ่งมีประโยชน์มากต่อการสืบสานพระราชปณิธาน เช่น “The Power of Love พลังคำสอนของพ่อหลวง” ซึ่งแบ่งเป็นบทและหมวดหมู่ได้อย่างน่าอ่านมาก จึงฝากให้ลูกสาวลูกชายศรีอยุธยาที่จะสมัครใจในความซื่อสัตย์สุจริตและทำหน้าที่พลเมืองไทยที่ดี นำมาประกอบใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป เพราะหากเรามีความซื่อสัตย์สุจริต จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยกันสร้างชาติไทย



โอกาสนี้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ได้อัญเชิญพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 “ชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล แม้ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร” รวมทั้งคำกล่าวที่ว่า “ความจงรักภักดี แท้จริงนี้เอง คือความรักชาติ” เพื่อมุ่งหวังให้ครู นักเรียนโรงเรียนศรีอยุธยา ร่วมสมัครใจในการสร้างความสามัคคี และการมีความจงรักภักดีต่อแผ่นดินไทยด้วยการไม่ทุจริตคอร์รัปชัน ตามรอยพ่อ … สืบสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์สืบไป



บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
12/1/2560