นโยบาย ศธ.

ศึกษาธิการ – พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช. และคณะ ร่วมประชุมกับ ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารองค์กรหลัก ผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้บริหารหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับฟังสภาพปัญหา และการผลักดันโครงการเร่งด่วนสำคัญ รวมทั้งแนวทางการปฏิรูปการศึกษา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ

หัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการประชุมว่า ศธ.เป็นกระทรวงที่มีขนาดใหญ่มาก มีจำนวนบุคลากรและมีงบประมาณสูงมาก เนื่องจากประเทศไทยให้ความสำคัญกับระบบการศึกษา แต่จากการประเมินผลการศึกษาของนักเรียน ยังมีระดับคุณภาพที่ไม่น่าพึงพอใจนักเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนงบประมาณที่ต้องเสียไป

ฉะนั้น เมื่อมีโอกาสได้มาพบปะหารือกับผู้บริหารของ ศธ. และหน่วยงานในสังกัด ทำให้ได้รับทราบปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินงาน ซึ่งฝ่ายสังคมจิตวิทยาก็มีความพร้อมที่จะช่วยผลักดันและแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานของ ศธ.เป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีนโยบายและโครงการสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการภายในปี 2557-2558 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

โครงการที่ ศธ.จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ได้แก่

– แท็บเล็ต  ขอให้ ศธ.ทบทวนการจัดซื้อแท็บเล็ตในส่วนของปีงบประมาณ 2556 โซนที่ 4 ที่ยังไม่ได้ประกวดราคา และปีงบประมาณ 2557 ที่อยู่ในขั้นตอนการร่าง TOR ว่าโครงการยังมีความเหมาะสมหรือไม่ โดยจะต้องมีการประเมินความคุ้มค่าของประโยชน์ที่นักเรียนได้รับจากการใช้แท็บเล็ตเสียก่อน  หากทบทวนแล้วเห็นว่าควรจะชะลอโครงการ ก็จะนำงบประมาณในส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่น จัดห้องเรียนแบบ Smart Classroom ซึ่งเป็นห้องเรียนที่มีอุปกรณ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สารสนเทศต่างๆ ให้นักเรียนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันแทนการแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนแต่ละคน ทั้งนี้ จะมีการประชุมพิจารณาในเรื่องนี้ร่วมกับคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า (ต้นเดือนมิถุนายน 2557)

– การซ่อมแซมอาคารเรียนของสถานศึกษาทุกระดับที่ประสบเหตุแผ่นดินไหว เนื่องจากมีสถานศึกษาหลายแห่งในพื้นที่ภาคเหนือประสบเหตุแผ่นดินไหว จึงจำเป็นต้องเร่งประสานกับสำนักงบประมาณเพื่อของบกลางในการซ่อมแซมอาคารเรียนโดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานด้วย

– กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)  ศธ.ได้เสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กยศ.ไปแล้ว  แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการขออนุมัติเป็นมติคณะรัฐมนตรี  ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการพิจารณาทบทวนการนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีใหม่ เพื่อขอรับงบประมาณกองทุนในส่วนนี้เพิ่มขึ้น ในส่วนของหลักเกณฑ์ต่างๆ ทั้งการให้กู้ยืม การควบคุมการใช้เงินคืน จะต้องมีกระบวนการที่รัดกุมมากกว่านี้  ทั้งนี้ จะจัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเร็วๆ นี้

ในการมอบนโยบายเกี่ยวกับการดำเนินงานของ ศธ.ในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะดำเนินการในแนวทางเดิม เพียงแต่งานใดที่พ้นอำนาจจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทางฝ่ายสังคมจิตวิทยาจะช่วยกรองงานให้อีกชั้นหนึ่งเพื่อให้งานรวดเร็วขึ้น แต่ในเบื้องต้นยังไม่ได้พูดถึงรายละเอียดการปฏิรูประบบงาน เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องใช้เวลาพอสมควร ในส่วนของการยกระดับคุณภาพการศึกษา ได้มีการหารือในภาพรวมทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา เนื่องจากต้องพิจารณาในรายละเอียดมาก มีปัจจัยและผลกระทบหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงในโอกาสต่อไปอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำต่อที่ประชุมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการต่างๆ ว่า ขอให้มีการพิจารณาทบทวนถึงความคุ้มค่าของการดำเนินโครงการและงบประมาณที่จะต้องเสียไป ทั้งโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว และโครงการที่จะตั้งขึ้นใหม่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณให้ได้ผลอย่างคุ้มค่า เช่น โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ซึ่งที่ประชุมมีการพูดถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่คิดว่าจะต้องมีการประชุมพิจารณากันอีกครั้ง โดยอาจจะเพิ่มวงเงิน หรือหารือในรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป.

ภาพข่าว และรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.moe.go.th/websm/2014/may/134.html