นักวิจัย มมส – มข.จำแนกชนิดพยาธิตืดรักษาผู้ป่วยเร่งด่วน

 

    ทีมอาจารย์นักวิจัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยขอนแก่น  คิดค้นพัฒนาการจำแนกชนิดพยาธิตืด diphyllobothriidean (ไดไฟล์โลโบทริเดียน)ได้อย่างรวดเร็ว  ช่วยเรื่องการตรวจวินิจฉัยในการแยกเชื้อปรสิตในคน  ให้มีประสิทธิภาพนำไปสู่การรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว

 src=

 

   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ต้องจิตร ถันชม ดร. สมจินตนา ทั่วทิพย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือ มมส ร่วมกับ ศาสตราจารย์ ดร. วันชัย มาลีวงษ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะ ได้พัฒนาวิธีการตรวจพยาธิตืดdiphyllobothriidean โดยวิธี pyrosequencingได้อย่างรวดเร็ว  โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว.

 

 src=

 

 src=

   ทั้งนี้การพัฒนาการจำแนกชนิดพยาธิตืดดังกล่าว  เป็นวิธีที่มีความไวและ เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการตรวจวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการตรวจโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ หรือการตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยา ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน นอกจากนี้สามารถตรวจได้จำนวนมากในแต่ละครั้งทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับประเทศที่เป็นแหล่งระบาดของโรคเพื่อให้การตรวจวินิจฉัยในการแยกเชื้อปรสิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

 src=

   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ต้องจิตร ถันชมนาง  เปิดเผยว่า พยาธิ diphyllobothriidean (ไดไฟล์โลโบทริเดียน) เป็นพยาธิตืดที่พบการติดเชื้อทั้งในคน และสัตว์ คนติดพยาธิโดยการกิน เช่น  กินปลาดิบ จำพวกปลาในวงศ์ปลาแซลมอน  ที่มีระยะติดต่อเข้าไป จากนั้นพยาธิจะเจริญเป็นตัวเต็มวัยในลำไส้ คนที่ติดพยาธิจะมีอาการท้องร่วง ท้องเสียปวดท้อง ไม่สบายท้อง แต่คนส่วนมากจะไม่ค่อยมีอาการ แต่คนที่มีอาการรุนแรงจะทำให้ลำไส้อุดตันได้ พยาธิใน order (ตระกูล)นี้มีหลาย genus (สกุล)  ที่ก่อโรคในคน เช่น Diphyllobothrium (ไดไฟล์โลโบเทรียม), Adenocephalus (อะดีโนเซฟาลัส), Diplogonoporus(ไดโพลโกโนฟอรัส)และ Spirometra (สไปโรเมตรา)ซึ่งรูปร่างลักษณะคล้ายกันทำให้แยกชนิดได้ยาก ในการศึกษาครั้งนี้ คณะผู้วิจัยจึงพัฒนาวิธี pyrosequencing มาใช้สำหรับตรวจพยาธิ diphyllobothriidean tapeworms 9 ชนิด  

 

   จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าเทคนิค pyrosequencing สามารถตรวจเชื้อปรสิตได้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่มีศักยภาพสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตรวจวินิจฉัยเชื้อปรสิตในห้องปฏิบัติการได้ เป็นวิธีที่มีความไวและความจำเพาะสูง เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการตรวจวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการตรวจโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ หรือการตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยา ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน นอกจากนี้สามารถตรวจได้จำนวนมากในแต่ละครั้งทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับประเทศที่เป็นแหล่งระบาดของโรคเพื่อให้การตรวจวินิจฉัยในการแยกเชื้อปรสิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

ที่มา : http://www.banmuang.co.th/news/education/76238