ช่วยเหลือประชาชน

จังหวัดปราจีนบุรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหาร ศธ. เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วม และช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยในจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2556



รมว.ศธ.กล่าวว่า การเดินทางมาตรวจเยี่ยมในวันนี้ มีผู้บริหารระดับสูงจาก ศธ.หลายท่านมาด้วย เนื่องจากมีกิจกรรมหลายอย่างที่สำคัญ รวมถึงกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมบทบาทของการอาชีวศึกษา ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) วิทยาลัยในสังกัด ครู อาจารย์ และนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาทั้งหลาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและจะเป็นประโยชน์ต่อการทำให้เห็นคุณค่าของการอาชีวศึกษา และเป็นการมาพบผู้ประสบภัยโดยตรง บางท่านเป็นผู้ประสบภัยด้วยและเป็นผู้ที่ต้องช่วยเหลือผู้อื่นด้วย จึงขอแสดงความชื่นชมต่อผู้ที่ทั้งต้องต่อสู้กับอุทกภัย แต่มีความห่วงใยและช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอีกด้วย


จากการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมของรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ทราบว่าขณะนี้มีสถานศึกษาทั่วประเทศที่ประสบอุทกภัยทั้งสิ้น 738 โรง เป็นสถานศึกษาในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 586 โรง สถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษา 56 โรง และสถานศึกษาในสังกัดของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อีกส่วนหนึ่ง รวมทั้งสิ้น 786 โรง มูลค่าความเสียหายประมาณ 180 ล้านบาท เฉพาะที่วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรีแห่งเดียว มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาท เพราะมีเครื่องไม้เครื่องมือจำนวนมากที่ได้รับความเสียหาย อีกทั้งมีเครื่องมือหนักที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้


นอกจากการป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัยแล้ว ศธ.กำลังดำเนินการในการส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัด ศธ. โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาในวิทยาลัยสังกัด สอศ. กศน.และ สช.ช่วยเหลือประชาชน เช่น การมีศูนย์ Fix It Center ที่ให้บริการซ่อมฟรีและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในด้านต่างๆ ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจลงชื่อเพื่อขอความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จึงมีความพยายามในการเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นโอกาสในการให้นักเรียนนักศึกษาใช้เทคนิคและความสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคม และเป็นโอกาสในการทำให้นักเรียนนักศึกษาเหล่านี้มีจิตอาสาและแสดงออกถึงการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน


เรื่องที่ ศธ.จะต้องให้ความสำคัญมากก็คือ หากน้ำท่วมเป็นเวลานาน จะต้องแก้ปัญหาเรื่องเด็กไม่มีที่เรียน เด็กขาดเรียน และต้องหาที่เรียนเพื่อเรียนชดเชย เพราะหลังจากนี้ไปก็จะไปตรงกับช่วงเปิดเทอมแล้ว เพราะฉะนั้น สถานศึกษาทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน เขตพื้นที่การศึกษาฯ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องเตรียมหาสถานที่และประสานกับผู้ปกครองและนักเรียนในการที่จะหาที่เรียน อาจจะอาศัยวัด อาคารของเอกชนหรืออาคารของราชการด้วยกันที่ไม่ถูกน้ำท่วม เพื่อเปิดสอนให้เด็กได้เรียนหนังสือชดเชย มิเช่นนั้นจะทำให้เด็กเสียโอกาสในการเรียน ในส่วนของงบประมาณเพื่อฟื้นฟูนั้น สถานศึกษาสามารถทำเรื่องขอได้จากต้นสังกัด เนื่องจากมีงบประมาณฟื้นฟูให้อยู่แล้ว หากงบประมาณไม่พอ ก็สามารถทำเรื่องขอจากรัฐบาลได้


การให้บริการของศูนย์ Fix It Center จะมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ในบางพื้นที่ก็ยังทำอะไรได้ไม่มาก คืออาจจะเข้าไปช่วยขนย้าย ดูเรื่องปลั๊กไฟสายไฟบ้าง แต่เมื่อน้ำลดแล้ว มีความต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น ทางศูนย์ Fix It Center สามารถที่จะดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น


กุณฑิกา พัชรชานนท์
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

20/10/2556