ฉีดแล้ว..”วัคซีนครู” พื้นที่สีแดงเข้ม เริ่มกรุงเทพฯ ก่อน

ข่าว ศธ.360 องศา 14 พฤษภาคม 2564

ฉีดแล้ว..”วัคซีนครู” พื้นที่สีแดงเข้ม เริ่มกรุงเทพฯ ก่อน

“ตรีนุช” ให้กำลังใจครูฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ย้ำไม่ต้องกังวล เสมา 1 ฉีดแล้วไม่มีผลข้างเคียง กำชับจัดการเรียนรู้ควบคู่ความปลอดภัย มั่นใจ 1 มิ.ย.นี้ ทุกพื้นที่พร้อมเปิดเทอม โดยประเมินได้เองว่าควรจัดการเรียนการสอนรูปแบบใด หรืออาจผสมผสานทั้ง 5 รูปแบบได้ ไม่ว่าจะเรียนที่โรงเรียน เรียนผ่าน DLTV เรียนผ่านแอปฯ เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต หรือเรียนที่บ้านด้วยเอกสาร
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ที่หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมชมการฉีดวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อาสาสมัคร และกลุ่มอาชีพเสี่ยง โดยมีครูจากโรงเรียนพญาไท ร่วมรับการฉีดวัคซีนด้วย รมว.ศธ. กล่าวว่า ต้องการมาให้กำลังใจครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีความห่วงใยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเพื่อนครู เนื่องจากใกล้ถึงวันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 หรือวันที่ 1 มิถุนายนนี้แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้อนุมัติหลักการฉีดวัคซีนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครอง นักเรียน และตัวครูเอง ว่า เราทำการเรียนการสอนภายใต้ความปลอดภัย
ทั้งนี้ จะเริ่มฉีดวัคซีนให้ครูในพื้นที่สีแดงเข้มก่อน จากนั้นจะกระจายครอบคลุมทุกภูมิภาคเป็นลำดับต่อไป ซึ่งคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติกำลังอยู่ระหว่างการจัดสรรวัคซีน คาดว่าในเดือนกรกฎาคมนี้ ครูและบุคลากรทางการศึกษาจะได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกพื้นที่ ยืนยันว่าการฉีดวัคซีนไม่ได้น่ากลัว เพราะตนฉีดมาแล้ว ไม่ได้มีผลข้างเคียงอะไร
สำหรับการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 มิ.ย.2564 ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ไม่ได้หมายความว่าทุกโรงเรียนจะต้องให้ครูและนักเรียนไปโรงเรียนพร้อมกันทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพราะแต่ละโรงเรียนสามารถเลือกรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่และความพร้อมของสถานศึกษา โดย ศธ.มีการเตรียมการเรียนการสอนไว้ 5 รูปแบบ คือ เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของ ศบค. , เรียนผ่าน DLTV, เรียนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ, เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต , เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน และในรูปแบบผสมผสาน หรืออาจใช้วิธีอื่น ๆ มั่นใจว่าในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ เราสามารถขับเคลื่อนเรื่องการเรียนรู้ของเยาวชนได้ในรูปแบบที่เหมาะสมและเน้นในเรื่องของความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง โดยได้กำชับให้ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียน ประเมินว่าในพื้นที่นั้น ๆ สามารถจัดการเรียนการสอนได้ในรูปแบบไหน ครูสามารถออกแบบการจัดการศึกษาให้เหมาะสมโดยอาจผสมผสานทั้ง 5 รูปแบบได้ และที่สำคัญ ไม่ว่าโรงเรียนจะเลือกรูปแบบใดก็ตาม จะต้องได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อน
>