การศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน

โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ – พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการ “การศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน” และกิจกรรมอาเซียนสัญจร ครั้งที่ 1 (ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร) โดยมีพลเอก สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนและนักศึกษา เข้าร่วมกว่า 700 คน เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2558 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม



รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนับว่าเป็นวาระสำคัญของไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาแห่งความร่วมมือกันอย่างแนบแน่นในทุกมิติเพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ อย่างยั่งยืน และเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในเชิงการแข่งขันของภูมิภาคให้มีความเข้มแข็งขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนเป็นการแสวงหาความร่วมมือและโอกาสใหม่ที่มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น


รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของวาระดังกล่าวเป็นอย่างดี และได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านสังคมและวัฒนธรรม และด้านเศรษฐกิจ


โดยมีปัจจัยที่สำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในทุกด้าน คือ  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือการพัฒนาคนไทยให้มีศักยภาพที่ดี ทั้งด้านความรู้ความสามารถ ทักษะ กระบวนการคิด ทัศนคติ มีคุณธรรม เป็นกำลังคนที่มีคุณภาพและมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการเข้าสู่การเป็นพหุวัฒนธรรม


ทิศทางการพัฒนาคนไทย เป็นโจทย์ใหญ่และมีความสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันคิดและดำเนินการ กระทรวงศึกษาธิการเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งที่รับผิดชอบในมิติด้านการศึกษา ซึ่งไม่ครอบคลุมมิติด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งหมด


อย่างไรก็ตามในฐานะ รมว.ศึกษาธิการที่รับหน้าที่บริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ โดยเฉพาะการปฏิรูปที่มุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่นักเรียนและห้องเรียนเป็นหลัก


โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการพร้อมกับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการไปสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาให้มีเอกภาพในการบริหารจัดการศึกษาและการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลน


ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาในการประกาศและผ่อนปรนข้อกำหนดเกี่ยวกับการออกใบประกอบวิชาชีพ มีการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินครู และการเลื่อนวิทยฐานะให้เชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเป็นหลัก ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับนักเรียนและลดภาระครูโดยตรง


นอกจากนี้ ได้มีการขยายความร่วมมือทวิภาคีกับภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศในการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทำให้ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน และเมื่อจบการศึกษาก็จะมีงานรองรับอย่างแน่นอน


นอกจากนี้ มีการจัดหาอุปกรณ์การเรียนอาชีวศึกษาในลักษณะ “ยืมเรียน” เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสฝึกทักษะกับเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย และเป็นการลดภาระให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง การสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษาที่ดี ตามโครงการอาชีวะอาสา โดยให้นักศึกษาช่วยเหลือประชาชนในช่วงเทศกาล ช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้และที่ประเทศมาเลเซียในเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา การดำเนินการตามหลักสูตร “เตรียมอาชีวศึกษา” รวมทั้งปรับปรุงกรอบคุณวุฒิให้สอดคล้องกับระบบสมรรถนะที่สามารถเชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิอาเซียนในอนาคต ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการศึกษา เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมมากขึ้น


สำหรับมิติด้านประชาคมอาเซียน ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนและการดำรงความต่อเนื่องภายหลังจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว โดยในระบบการจัดการศึกษาจะมุ่งเน้นการพัฒนาให้คนไทยมีทักษะ มีความพร้อมในการก้าวสู่ความเป็นพหุวัฒนธรรม มีความสามารถรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม มีความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ


การพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในหลักการประชาธิปไตย การยอมรับในความหลากหลายทางสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองอาเซียนที่ดี รวมทั้งสร้างมาตรฐานทางการศึกษาให้มีคุณภาพระดับสากลตามระบบการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต


และที่สำคัญคือ จะต้องปลูกฝังความเข้าใจในชีวิต วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ซึ่งเป็นรากเหง้าและเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นคนไทย ตลอดจนอุดมการณ์และความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนและสังคมโลกในศตวรรษที่ 21


การดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการศึกษากับประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจา จะให้ความสำคัญกับการขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา การเรียนรู้ การพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนาระบบการจัดการศึกษา ระบบคุณภาพและมาตรฐานทางการศึกษา ระบบการประเมินผล เทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาที่ทันสมัย ระบบการวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษา โดยจะต้องครอบคลุมการศึกษาในทุกระดับ และมีทิศทางที่สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนในตลาดแรงงานในอนาคตของประเทศและภูมิภาคด้วย


นับเป็นความท้าทายของผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาของไทยที่จะต้องร่วมกันคิด พัฒนา และเร่งดำเนินการในส่วนที่รับผิดชอบให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในมิติด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านสังคมและวัฒนธรรม และด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเสาหลักในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือคนไทยที่เป็นรากฐานสำคัญในทุกมิติของการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


โครงการ “การศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน” จึงเป็นโครงการที่เพิ่มโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนไทย และบุคลากรทางการศึกษาได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะที่จำเป็น ตลอดจนการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อก้าวสู่เวทีสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยกลไกทางกิจกรรมเชิงวิชาการและสันทนาการที่สร้างสรรค์



ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนเป็นอย่างมาก โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างโอกาสและความท้าทายให้กับประเทศไทยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนามาตรฐาน คุณภาพ และการเตรียมการเพื่อเคลื่อนย้ายแรงงาน


ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการได้พัฒนากรอบอ้างอิงด้านคุณวุฒิอาเซียนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการอ้างอิงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของประเทศสมาชิกอาเซียน การพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นเพื่อให้แรงงานไทยมีขีดความสามารถในการเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี


รวมถึงการดำเนินความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนในการพัฒนากลไกเพื่อสร้างและยกระดับคุณภาพการศึกษาในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งการดำเนินความร่วมมือระหว่างกันจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในมิติที่ลึกขึ้นนับจากวันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป


ประเทศสมาชิกอาเซียนได้รับรองประเด็นสำคัญด้านการศึกษาในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 11-12 กันยายน 2557 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยได้กำหนดแนวทางการดำเนินความร่วมมือระหว่างกันใน 8 ประเด็น ได้แก่


1) ส่งเสริมให้เกิดความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียนผ่านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และความรู้พื้นเมือง


2) ยกระดับคุณภาพและสร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับทุกคนโดยไม่ละเลยผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส


3) พัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


4) สนับสนุนการพัฒนาการอาชีวศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตในภูมิภาค


5) ส่งเสริมการดำเนินงานของทุกภาคส่วนในการพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายของการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน


6) เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการอุดมศึกษาด้วยการพัฒนาระบบประกันคุณภาพทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ


7) ส่งเสริมบทบาทของการอุดมศึกษาให้เข้มแข็งด้วยการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการกับมหาวิทยาลัย


8) ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา


กระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทหลักในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนมาเป็นลำดับ เพื่อพัฒนาสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กและเยาวชนในทุกระดับการศึกษา รวมถึงพัฒนาคนไทยให้รอบรู้ ทันเหตุการณ์ และพร้อมเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน


ในปี 2558 เป็นปีที่สำคัญของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดนโยบายหลักสำหรับการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นกลไกการพัฒนาระดับภูมิภาคให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน


ด้วยการเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีให้เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ผ่านการบูรณาการปลูกฝังค่านิยมหลัก 12 ประการ ตามนโยบายที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำ เพื่อพัฒนาคนไทยทุกระดับให้รักในความเป็นไทย รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีสติ รู้ผิดชอบชั่วดี มีคุณธรรมจริยธรรม


การเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งพหุวัฒนธรรม และก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างมีประสิทธิภาพ การเร่งพัฒนาคุณภาพและปริมาณของกำลังแรงงาน และการพัฒนาความสามารถในด้านภาษาให้กับเยาวชน


โครงการ “การศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน” ถือเป็นการขับเคลื่อนการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยจะเริ่มดำเนินการในกรุงเทพมหานครและภาคกลาง ระหว่างวันที่ 26-27 มกราคม 2558 และจะดำเนินการในอีก 3 ภูมิภาค (ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้เรียนรู้และเข้าใจความเป็นประชาคมอาเซียน พร้อมที่จะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปี 2558 ร่วมกัน


กิจกรรมในการดำเนินงาน ประกอบด้วย 1) การเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ “พลเมืองอาเซียน พลเมืองโลก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” 2) การจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้ความรู้ในเชิงลึก 3) การแข่งขัน/ประกวดทักษะทางวิชาการและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และ 4) การจัดนิทรรศการ/สถานีกิจกรรมฐานความรู้ประชาคมอาเซียน


จากนั้น รมว.ศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมชมนิทรรศการ และสถานีกิจกรรมฐานความรู้สู่ประชาคมอาเซียน


กุณฑิกา พัชรชานนท์
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
26/1/2558