การศึกษาเอกชน




ศึกษาธิการ – สมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย นำโดยนางจิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ นายกสมาคมฯ และคณะจำนวน ๓๐ คน ได้เข้าเยี่ยมคารวะศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอรับทราบแนวนโยบายและขอรับการสนับสนุนในการจัดการศึกษาเอกชน เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕









 src=

สมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ได้มีข้อเสนอในประเด็นต่างๆ ดังนี้

-ได้เสนอขอให้มี สช.จังหวัดทุกจังหวัด (ปัจจุบันมีเฉพาะ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามมติ ครม.เพื่อความมั่นคง) เพื่อทำหน้าที่ประสานการจัดการศึกษาเอกชน โดยขอให้ รอง ผอ. สพป. เขต ๑ รับผิดชอบและโอนย้ายข้าราชการที่ทำหน้าที่ประสานการจัดการศึกษาเอกชน ใน สพป. ทำหน้าที่ สช. จังหวัด
-ขอให้พิจารณาการจัดเงินอุดหนุนประเภทต่างๆ ให้เพียงพอทัดเทียมกับโรงเรียนของรัฐ
-ให้โรงเรียนเอกชนขนาดกลางและเล็ก ๓.๖๐๐ แห่ง จากโรงเรียนเอกชนทั้งหมดกว่า ๔,๐๐๐ แห่ง ได้มีโอกาสทางการแข่งขันมากขึ้น
-ขอรับการสนับสนุนในส่วนของการเพิ่มเงินเดือนครู ๑๕,๐๐๐ บาท และสิทธิสวัสดิการต่างๆ โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่าเรียนบุตร ซึ่ง สช.มีกองทุนสงเคราะห์ครูและโรงเรียนเอกชน ปัจจุบันมีเงิน
สะสมอยู่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่เงื่อนไขให้ใช้ได้เฉพาะดอกผลเท่านั้น ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยลดลง
จึงทำให้สิทธิสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของครูถูกจำกัดอยู่ที่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี และไม่ครอบคลุมถึงคู่สมรสและบุตร
-โรงเรียนเอกชนระดับอนุบาล ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียน ๑๐๐-๒๐๐ คน หากรัฐบาลให้จ่ายเงินเดือนครู ๑๕,๐๐๐ บาท จะมีผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายของโรงเรียนในภาพรวมร้อยละ ๔๐-๕๐ จึงเสนอให้ สช.ได้พิจารณาเพิ่มเงินอุดหนุนให้โรงเรียนดังกล่าวด้วย
-ปัจจุบันโรงเรียนเอกชนมีการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ., อบต.) ที่ได้สร้างแรงจูงใจในการรับนักเรียน โดยจัดห้องเรียนติดเครื่องปรับอากาศ มีรถรับส่งนักเรียน ทำให้โรงเรียนเอกชนขนาดกลาง-เล็ก ประสบปัญหาในการรับนักเรียน มีนักเรียนมาเรียนน้อยลงมาก
-กรณีเงินวิทยฐานะของครูเอกชน เสนอขอให้รัฐมีส่วนในการอุดหนุน เพื่อเป็นแรงจูงใจ ให้ครูพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน
-เสนอขอให้พิจารณาแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนโรงเรียนเอกชนด้วย
-โรงเรียน English Program (EP) ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ ครูต่างชาติหายาก และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งต่างจากโรงเรียนของรัฐที่เปิดสอนตามหลักสูตร EP ที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
-ครูโรงเรียนเอกชนนอกระบบ เสนอขอให้พิจารณาสิทธิสวัสดิการเช่นเดียวกับครูของรัฐ

รมว.ศธ. ได้รับฟังสภาพปัญหา การดำเนินการและมีแนวนโยบาย ดังนี้

-ศธ.ได้ประกาศหลักการนักเรียนเป็นศูนย์กลาง โดยจะดูแลนักเรียนเหมือนลูกหลานของเรา ไม่ว่านักเรียนของรัฐหรือเอกชน
-ข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ จะได้มอบให้เลขาธิการ กช.ไปพิจารณาการจัดการศึกษาเอกชน โดยเน้นการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การจัดเงินอุดหนุนให้เป็นธรรม การดูแลสิทธิสวัสดิการ เงินวิทยฐานะ และแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคขัดขวางในการจัดการศึกษาของภาคเอกชน
-การเพิ่มเงินเดือนครูเอกชน ๑๕,๐๐๐ บาทนั้น ให้ สช.ไปพิจารณารายละเอียดร่วมกับสำนักงบประมาณแล้ว และจะเสนอรายละเอียดหลักเกณฑ์ให้ที่ประชุม กช.พิจารณาภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้
-ปัจจุบันค่าใช้จ่ายทางการศึกษามุ่งเน้นไปที่การจัดการมากกว่าที่เป้าหมาย คือ เด็ก ดังนั้นจึงทำให้ไม่เห็นผลถึงคุณภาพเด็กที่ชัดเจน ขอฝากให้ช่วยกันคิดว่าจะผลักดันให้มีการแข่งขันที่ทัดเทียมกันได้อย่างไร
-การจัดการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนขอให้พิจารณาให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้รับบริการ คือผู้เรียนเป็นหลัก (Demand Side) เพื่อเป้าหมายคุณภาพของผู้เรียน

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
ศิริรัตน์ ทิวะศิริ
สรุป/รายงาน


More Photos : ข่าวที่ 43/2555