การศึกษานอกระบบ

ประชุมบอร์ด กศน.

ศึกษาธิการนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2556 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2





  • เห็นชอบหลักสูตรการรู้หนังสือไทย พ.ศ. ….


รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลักสูตรการรู้หนังสือไทย พ.ศ. …. โดยให้รับความเห็นและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปปรับปรุงเพิ่มเติมด้วย


สาระสำคัญ


จากสถิติข้อมูลประชากรวัยแรงงาน พ.ศ.2552 ของสำนักงาน กศน.พบว่าประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 15-59 ปี จำนวน 11,190,758 คนทั่วประเทศ เป็นผู้ไม่รู้หนังสือจำนวน 262,708 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่รู้หนังสือแล้วแต่ไม่ได้ใช้ทักษะการรู้หนังสืออย่างต่อเนื่องที่มีโอกาสจะลืมหนังสือได้ รวมทั้งชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยในประเทศ แต่ไม่รู้หนังสือภาษาไทยอีกจำนวนไม่น้อย


ดังนั้น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) จึงได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยที่ไม่รู้หนังสือ หรือลืมหนังสือ และประชาชนทั่วไปที่สนใจจะเรียนรู้ภาษาไทย ได้เรียนรู้หนังสือไทย และเป็นแนวทางให้สถานศึกษาร่วมกับภาครัฐ เอกชน ชุมชน และสังคม นำไปพัฒนาสภาพการเรียนรู้เฉพาะสถานศึกษาต่อไป


ทังนี้ การจัดหลักสูตรดังกล่าว ประกอบด้วยความรู้และทักษะภาษาไทย ได้แก่ การฟัง พูด อ่าน เขียน คำหลักที่ใช้ในชีวิตประจำวันไม่น้อยกว่า 800 คำ รวมทั้งการคิดคำนวณเบื้องต้น โดยบูรณาการกับสภาพการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตผู้เรียน ครอบครัว ชุมชน และสังคม จำนวน 12 สภาพ คือ




  • สภาพที่ 1 เมืองไทยของเรา



  • สภาพที่ 2 ชีวิตของเรา



  • สภาพที่ 3 ภัยใกล้ตัว



  • สภาพที่ 4 การทำมาหากิน



  • สภาพที่ 5 สิ่งแวดล้อมยั่งยืน



  • สภาพที่ 6 ชุมชนเข้มแข็ง



  • สภาพที่ 7 กฎหมายต้องรู้



  • สภาพที่ 8 คุณธรรมนำสันติสุข



  • สภาพที่ 9 เปิดโลกเรียนรู้



  • สภาพที่ 10 เทคโนโลยีใกล้ตัว



  • สภาพที่ 11 พลังงาน



  • สภาพที่ 12 ท่องเที่ยวทั่วไทย


การจบหลักสูตร ได้กำหนดให้ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนและผ่านการประเมินสภาพที่ 1 (เมืองไทยของเรา)  และเลือกเรียนเพิ่มเติมอีก 11 สภาพ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่อิสระต่อกัน โดยผู้ที่จบหลักสูตรการรู้หนังสือไทย พ.ศ. …. จะต้องมีความสามารถในการฟัง พูด อ่าน เขียน ตามคลังคำที่กำหนดไม่น้อยกว่า 800 คำ และผ่านการประเมินตามเครื่องมือที่สถานศึกษา กศน. กำหนด







  • การคัดเลือกอนุกรรมการภาคีเครือข่าย


ที่ประชุมได้คัดเลือกผู้สมัครที่เป็นผู้แทนอนุกรรมการภาคีเครือข่าย ซึ่งพิจารณาคัดเลือกจากรายชื่อที่สำนักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ได้เสนอมาประเภทละ 2 คน รวม 22 คน ให้เหลือ 11 คน ดังนี้


1. ภาคีเครือข่ายประเภทบุคคล คือ นายศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์ ประธานคณะกรรมการประเมินเทียบระดับ กศน.
2. ภาคีเครือข่ายประเภทครอบครัว คือ น.ส.วิไลวรรณ ดาบสมเด็จ นายกสมาคมแพทย์แผนไทย
3. ภาคีเครือข่ายประเภทชุมชน คือ นายสนธยา ชำนะ ผู้จัดการกลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง
4. ภาคีเครือข่ายประเภทองค์กรชุมชน คือ นายเสนอ ทองคำ ผอ.สถาบันพัฒนาชุมชนท้องถิ่นบนฐานความรู้
5. ภาคีเครือข่ายประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ นายกลยุทธ ฉายแสง นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา
6. ภาคีเครือข่ายประเภทองค์กรเอกชน คือ นางเตือนใจ ดีเทศน์ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.)
7. ภาคีเครือข่ายประเภทองค์กรวิชาชีพ คือ นายจักรกฤษณ์ ฤทธิรณ ผอ.โรงเรียนชุมชนบ้านดอนอะราง
8. ภาคีเครือข่ายประเภทสถาบันศาสนา คือ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ประธานมูลนิธิวิมุตตยาลัย
9. ภาคีเครือข่ายประเภทสถานประกอบการ คือ น.ส.อาภา วราภิวัฒนกุล ผู้จัดการบริษัท เมธีภูเก็ต จำกัด
10. ภาคีเครือข่ายประเภทสถานศึกษาอื่น คือ ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้
11. ภาคีเครือข่ายประเภทองค์กรอื่น คือ นายประมูล ประเสริฐสุข ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดหนองคาย


นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน. กล่าวว่า สำนักงาน กศน.จะเชิญผู้แทนอนุกรรมการทั้ง 11 คน มาประชุมเพื่อคัดเลือกประธานคณะอนุกรรมการภาคีเครือข่าย 1 คน และเสนอให้ รมว.ศธ.ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการการภาคีเครือข่ายต่อไป โดยมีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  ดำเนินงานเพื่อให้เกิดความร่วมมือและความเชื่อมโยงในการทำงานระหว่างภาคีเครือข่าย  ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่กิจกรรม สร้างความเข้าใจที่ดีเพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งระดมทรัพยากรเพื่อใช้ในการจัดการศึกษา ตลอดจนปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการส่งเสริม สนับสนุนและประสานความร่วมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มอบหมาย







  • เห็นชอบการเพิ่มจำนวนชั่วโมงกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต


ที่ประชุมได้เห็นชอบการเพิ่มจำนวนชั่วโมงกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 จาก 100 ชั่วโมง เป็น 200 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการนำความรู้จากการเรียนรู้ไปปฏิบัติในสภาพจริง เพื่อฝึกทักษะด้านการอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะทำให้ผู้เรียน กศน.ได้รับการพัฒนาทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 ได้มากยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มจำนวนชั่วโมงกิจกรรมดังกล่าว ไม่กระทบต่องบประมาณในการจัดการศึกษาแต่อย่างใด




  • (ร่าง) นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557

สำนักงาน กศน.ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ (ร่าง) นโยบายและจุดเน้นดังกล่าว ซึ่งมีทั้งนโยบายเร่งด่วนและนโยบายต่อเนื่อง ที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล


รมว.ศธ.เห็นว่าการดำเนินงานของ กศน. ยังขาดข้อมูลด้านการประเมินสถานะนโยบาย และโครงการต่างๆ ซึ่ง กศน.มีหน้าที่ให้การศึกษาแก่คนหลากหลายวัยและครอบคลุมในด้านต่างๆ รวมทั้งได้ดำเนินโครงการสำคัญๆ เช่น การอ่านออกเขียนได้ การส่งเสริมโอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การเทียบวุฒิการศึกษา การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น เป็นต้น


จึงได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) และสำนักงาน กศน. ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อรวบรวมข้อมูล ศึกษาวิเคราะห์ และประเมินสถานะ รวมทั้งประสานกับองค์กรหลักที่ดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้ดีมีความก้าวหน้า เพื่อนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่องานของ กศน. อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในเรื่องของภาษา การอ่านออกเขียนได้ และอ่านเข้าใจ เป็นต้น


ทั้งนี้ ขอให้นำความคิดเห็นดังกล่าว รวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ จากที่ประชุมไปปรับปรุง (ร่าง) นโยบายดังกล่าว และนำเสนอให้ที่ประชุมรับทราบครั้งต่อไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ สำนักงาน กศน. สามารถนำร่างนโยบายนี้ ไปใช้ในการดำเนินงานไปพลางก่อนได้


บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
6/12/2556