การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

จังหวัดเชียงใหม่ – สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมวิชาการ “การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปีการศึกษา 2559” ภายใต้แนวคิดหลัก “มหัศจรรย์แห่งพระเมตตา พระกรุณาล้นฟ้า ทั่วพาราร่มเย็น” เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มกราคม 256 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่



หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กราบบังคมทูลรายงานการประชุมวิชาการฯ มีใจความดังนี้



” ขอพระราชทาน กราบบังคมทูลฝ่าละอองพระบาท


ข้าพระพุทธเจ้า หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ที่มาร่วมพิธี ณ ที่นี้ รู้สึกปลาบปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ใต้ฝ่าละอองพระบาทเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน เปิดการประชุมวิชาการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริในครั้งนี้ นับเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งแก่ปวงข้าพระพุทธเจ้า เป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้


กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พร้อมด้วยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกันรับสนองแนวพระราชดำริ จัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหมายที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชน ทางด้านโภชนาการและสุขภาพพลานามัย ด้านการศึกษา มุ่งเน้นการศึกษาเรื่องหน้าที่พลเมืองและความซื่อสัตย์สุจริตสร้างชาติ ด้านการส่งเสริมอาชีพ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมทั้งการบูรณาการ เพื่อให้เด็กและเยาวชนดังกล่าว มีความรู้ความสามารถ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นกำลังสำคัญของพื้นที่ด้านการพัฒนาชุมชนในถิ่นทุรกันดารได้เป็นอย่างดี


ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุรกันดาร สนองแนวพระราชดำริดังกล่าว ล้วนรู้สึกซาบซึ้ง และปลาบปลื้มปีติยินดี ที่ใต้ฝ่าละอองพระบาท เสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานและติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเสมอมา


ผลของการปฏิบัติงานตามแนวพระราชดำริดังกล่าว ก่อให้เกิดผลดีแก่เด็กและเยาวชน ส่งผลถึงครอบครัวของนักเรียนและชุมชนในถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดได้ศึกษาวิจัยผลงานของนักเรียนในแต่ละพื้นที่ สรุปเป็นผลงานวิชาการในแต่ละด้าน จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน เป็นการนำประสบการณ์ และข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ดี ไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่เด็กและเยาวชน ตลอดจนชุมชนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป โดยในปีพุทธศักราช 2560 นี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดจัดการประชุมทางวิชาการขึ้น ระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2560 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่


โอกาสนี้ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเบิก เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนำผู้เข้าร่วมประชุมถวายสัตย์ปฏิญาณ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รองเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเอกสารรายงานผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเบิก เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้แทนของแต่ละหน่วยงาน ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินสมทบกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร และพระบรมราชานุญาตเบิกครูผู้มีผลการปฏิบัติงานที่ดีเข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึก และเบิกผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเงินสมทบกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เข้ารับพระราชทานเข็มของที่ระลึก ตามลำดับ


และในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เป็นลำดับต่อไป จากนั้นขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญใต้ฝ่าละอองพระบาท ทอดพระเนตรการนำเสนอผลการปฏิบัติงานที่ดีของครู จำนวน 6 เรื่อง และเชิญเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามลำดับต่อไป


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม”



สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการฯ มีใจความดังนี้



ข้าพเจ้ายินดีเป็นอย่างมากที่เห็นพัฒนาการที่ดี ของการดำเนินงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ประสบผลเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ราษฎรในท้องที่ห่างไกลและเข้าถึงยาก ราษฎรมีความรู้เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น ทำให้มีสุขภาพอนามัยดี ประกอบสัมมาชีพเลี้ยงครอบครัวได้ ส่วนบุตรหลานมีสภาวะโภชนาการดีขึ้น ร่างกายแข็งแรง สามารถเข้ารับการศึกษา และมีโอกาสที่จะพัฒนาความรู้ให้สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป เด็กและเยาวชนเหล่านี้ หลายคนจบการศึกษาแล้ว สามารถกลับไปเป็นกำลังช่วยพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง อันเนื่องมาจากได้รับการปลูกฝังเรื่องจิตสำนึกรักท้องถิ่น ซึ่งครูในพื้นที่และท่านทั้งหลายได้เพียรพยายามสร้างกันมาอย่างต่อเนื่อง


อขอบใจรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะที่ได้จัดการนำเสนอผลงานความก้าวหน้าของโรงเรียน ทั้งขอขอบใจหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานพัฒนาพิงคนคร ที่รวมพลังกันนำเสนอผลงานการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ในการจัดประชุมในปีนี้ได้อย่างน่าชื่นชม


ได้เวลาอันควรแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการ “การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร” ปีการศึกษา 2559 ณ บัดนี้ และขออำนวยพรให้การประชุมวิชาการประสบผลสำเร็จ ให้ทุกท่านที่มาร่วมประชุมในวันนี้ ประสบความอิ่มเอมใจ และมีความสุขสวัสดีโดยทั่วกัน”





โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานเข็มที่ระลึกให้แก่ครูที่มีผลงานวิธีปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ จำนวน 12 ราย และพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินสมทบกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร จำนวน 120 ราย รวมทั้งทอดพระเนตรการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 3 เพลง จากตัวแทนนักเรียนในโครงการตามพระราชดำริฯ



นอกจากนี้ ได้ทอดพระเนตรการนำเสนอผลการปฏิบัติงานที่ดีของครู จำนวน 6 เรื่อง ได้แก่


1) ด้านโภชนาการและสุขอนามัย เรื่อง การควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนอย่างยั่งยืน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาสามัคคี จ.นครพนม


2) ด้านการศึกษา เรื่อง การพัฒนาและส่งเสริมการอ่านผ่านกระบวนการเรียนรู้สู่เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โดยใช้รูปแบบ READ MODEL โรงเรียนบ้านห้วยโก๋น สพป.น่าน เขต 2


3) ด้านส่งเสริมอาชีพ เรื่อง การแปรรูปสมุนไพรเจียวกู่หลาน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบ็ตตี้ดูเมน จ.พะเยา


4) ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง เพิ่มคุณค่าลายสลักด้วยเยื่อกระดาษรีไซเคิล โรงเรียนร้องแหย่งวิทยาคม โรงเรียนพระปริยัติธรรม จ.แพร่


5) ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น เรื่อง บ๊ะกะเออ หนึ่งภูมิปัญญาพื้นบ้านนำพาเรียนรู้เมนูสุขภาพ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยตองหลวง จ.เชียงใหม่


6) ด้านบูรณาการ เรื่อง เด็กหอพักรักความดี โรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม สพม.เชียงใหม่ เขต 34 และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตืองอช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 13 จ.นราธิวาส



จากนั้น เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานการดำเนินงานทั้ง 6 เรื่อง ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมสาธิตเศรษฐกิจพอเพียงในโครงการตามพระราชดำริฯ เยี่ยมนักเรียนในพระราชานุเคราะห์  พร้อมทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้บริหาร และคณะทำงาน ตามลำดับ



ภาพเพิ่มเติม Facebook @ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี



นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
นวรัตน์ รามสูต: ถ่ายภาพ
27/1/2560