กัญชาพาเรียนวิทย์ฯ

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษเรื่อง “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์’ ในงานประชุมวิชาการมหกรรมสุขภาพอาเซียน (ASEAN Health Wisdom Conference 2019) ครั้งที่ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 ณ ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ บางเดชะ จังหวัดปราจีนบุรี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวแสดงความขอบคุณโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ได้ร่วมกับองค์การเภสัชกรรมศึกษาเรื่องของกัญชาในทุกมิติ สอดคล้องกับการผลักดันนโยบายคลินิกกัญชาทางการแพทย์ของรัฐบาล และในความเป็นจริงของสังคมไทย ก็มีการตื่นตัวและมีการประชุมสัมมนาทางวิชาการ ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ มีเครือข่ายที่พบปะพูดคุยและรวมตัวกันในระดับชุมชนหลากหลายกลุ่ม ตลอดจนเป็นพืชเศรษฐกิจและใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในหลายประเทศ

ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้จุดประกายความคิดเรื่อง การผลิตหลักสูตร “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ในทุกเพศทุกวัย ในทุกมิติของสังคม ที่สำคัญคือให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้เข้าถึงข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง โดยต้องรู้จริง รู้ลึก รู้ถึงประโยชน์ รู้ถึงโทษ ของกัญชาทุกมิติ ตามความเหมาะสมของช่วงอายุ ช่วงวัย และตามการศึกษาที่เกี่ยวข้อง

พร้อมจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยเชิญทุกภาคส่วนเข้ามาร่วม เพื่อบูรณาการกัญชาในการเรียนวิทยาศาสตร์ ทั้งวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา รวมทั้งจะเชิญโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและเครือข่ายต่าง ๆ ในการเป็นฐานการเรียนรู้และให้ความรู้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การปลูก การเพาะพันธุ์ การสังเคราะห์ การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และที่สำคัญคือ โทษของกัญชาที่เกิดจากการใช้ผิดวิธี นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยินดีรับฟังข้อเสนอแนะ จากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์วิทยาศาสตร์ นักวิชาการ ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องให้กับเด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนคนไทยต่อไป

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงการจัดงานประชุมวิชาการครั้งนี้ว่า การจัดงานมหกรรมภูมิปัญญาสุขภาพอาเซียน ถือเป็นงานใหญ่ที่สุดในรอบปีของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างการแพทย์แผนโบราณและการแพทย์ทางเลือก และเพื่อให้เกิดพลังที่ช่วยกันรักษาและพัฒนาองค์ความรู้จากภูมิปัญญาตะวันออก เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพและเป็นความหวังของชุมชนอาเซียนและมวลมนุษยชาติในอนาคต

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการนำเสนอความรู้ การใช้นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการแพทย์ดั้งเดิมของแต่ละประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศนำข้อมูลที่น่าสนใจมานำเสนอหลายส่วน อาทิ เวียดนาม นำเสนองานวิจัย ว่านแร้งคอคำกับการรักษาต่อมลูกหมากโตและเนื้องอกมดลูก ซึ่งตรงกับภูมิปัญญาหมอยาพื้นบ้านของไทย, มาเลเซีย นำเสนอสมุนไพรพื้นบ้าน ปลาไหลเผือก (ตงกัต-อาลี) หรือ “โสมมาเลย์” ช่วยเพิ่มพลังและสุขภาพเพศชาย ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในเพศชายให้เพิ่มขึ้นได้ถึง 46.8% และยังเพิ่มความแข็งแกร่งและเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง, เมียนมา นำเสนอการรักษาอัมพาตใบหน้า ด้วยการแพทย์แผนเมียนมา ปัญจกรรม การฝังเข็มและการให้ยาสมุนไพรร่วมด้วย เป็นต้น

“อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานนี้ นอกจากสมุนไพรพื้นบ้านที่คุ้นเคยแล้ว ยังมีเรื่อง “กัญชา” ที่ถูกหยิบมาเป็นการเรียนรู้ในงานด้วย สปป.ลาวนำเสนอข้อมูลการใช้กัญชาร่วมสมุนไพรอื่นเพื่อรักษาโรค อาทิ ริดสีดวงทวาร รูมาตอยด์ มะเร็งกระดูก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้จัดนิทรรศการกัญชาทางการแพทย์ เพื่อนำเสนอข้อมูลและสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับกัญชา ตั้งแต่สายพันธุ์ การคัดเลือกสายพันธุ์ เทคนิคการปลูก การเก็บเกี่ยว จนถึงการแปรรูปและการเก็บรักษา พร้อมร่วมมือกับภาคการศึกษานำร่องกัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างการเรียนรู้ในเยาวชนอย่างครบมิติ ทั้งด้านคุณโทษ ชีววิทยาของต้นกัญชา หลักทางฟิสิกส์ และเคมีของกัญชา” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร กล่าว.

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: Facebook สมุนไพรอภัยภูเบศร

นวรัตน์ รามสูต: สรุป/เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
24/8/2562