กศน.-สช.สระแก้ว

เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 เวลา 9.00 น. นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ติดตามการนำนโยบาย กศน. สช. WOW WOW ไปสู่การปฏิบัติ ณ จังหวัดสระแก้ว ส่งท้ายภารกิจในช่วงเดือนแรกของปี 2563 รวมจำนวน 3 จุด โดยมีนายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายณัฐพงษ์ นวลมาก รองเลขาธิการ กศน. นายไสว สารีบท ศึกษาธิการจังหวัดสระแก้ว นายศรายุทธ พูลทรัพย์ ประธาน คกก.ประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ครู และบุคลากร กศน. และ สช. ให้การต้อนรับและเข้าร่วมจำนวนมาก

– ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ศว.) สระแก้ว มีบทบาทในการให้บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แก่กลุ่มเป้าหมาย ทั้งในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียน และประชาชนทั่วไป ใน 7 จังหวัดเขตภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว) โดยมีกิจกรรมหลัก 4 ส่วน ได้แก่ การเรียนรู้ผ่านนิทรรศการ ทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการเคลื่อนที่ ท้องฟ้าจำลอง ตลอดจนกล้องดูดาวพร้อมวิทยากรเคลื่อนที่, ค่ายวิทยาศาสตร์ ในรูปแบบไปกลับและค้างแรม แบ่งเป็น ค่ายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม และค่ายสนุกจัดเต็มกับสะเต็มศึกษา, กิจกรรมการศึกษา เพื่อจัดอบรมด้านวิทยาศาสตร์ สื่อการเรียนรู้ และส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการและข้อมูลที่ทันสมัย ตลอดจนการประกวดและแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมบริการวิชาการเชิงข้อมูลข่าวสาร ทั้งในส่วนของข่าวสารการจัดกิจกรรมเรียนรู้ และข้อมูลด้านวิชาการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ

โดยในปีงบประมาณ 2562 ศว.สระแก้ว สามารถให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายในทุกกิจกรรม รวมจำนวน 162,807 คน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีกิจกรรมที่สามารถให้บริการกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กิจกรรมการศึกษา จำนวน 60,237 คน กิจกรรมนิทรรศการ จำนวน 53,869 คน และกิจกรรมบริการวิชาการ จำนวน 46,317 คน ตามลำดับ

– ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน (ศฝช.) สระแก้ว มีบทบาทหน้าที่ในการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพ ให้สอดคล้องกับความจำเป็นต้องการของประชาชนบริเวณชายแดน 3 จังหวัด (สระแก้ว จันทบุรี ตราด) รวม 10 อำเภอ 32 ตำบล และ 137 หมู่บ้าน และพื้นที่ตามโครงการพระราชดำริ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนเป็นศูนย์สาธิต ทดลอง วิจัย และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาบุคลากร หลักสูตร สื่อ รูปแบบการเรียนการสอน ให้เหมาะสมกับอาชีพ และความต้องการของท้องถิ่น ทั้งยังร่วมกับภาคีเครือข่ายในบริเวณพื้นที่ชายแดนด้วย

โดยปัจจุบันได้ดำเนินโครงการที่สำคัญ ๆ ได้แก่ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (โครงการทับทิมสยาม 02) บ้านเขาตาง๊อก อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว และโครงการพัฒนาพื้นราบเชิงเขา ตามพระราชดำริ จังหวัดสระแก้ว-ปราจีนบุรี ใน 6 ตำบล 11 หมู่บ้าน ส่วนโครงการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ได้ดำเนินการจัดการศึกษาหลักสูตรระยะสั้น ทักษะชีวิต และการฝึกอบรม พร้อมจัดโครงการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นศูนย์สาธิตเพื่อการเรียนรู้ของประชาชน อาทิ ฐานการเรียนรู้เกษตรธรรมชาติ ฐานเรียนรู้เพาะเห็ด ตลอดจนจัดนิทรรศการ และหน่วยบริการเคลื่อนที่ ด้วย

– สำนักงาน กศน.จังหวัดสระแก้ว ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ ‘ประชาชนในจังหวัดสระแก้วทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ได้รับโอกาสการศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิต ที่เหมาะสมกับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21″ โดยในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 สำนักงาน กศน.จังหวัดสระแก้ว จัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียน รวมกว่า 90,000 คน ในสถานศึกษา กศน.อำเภอทั้ง 9 แห่ง และ กศน.ตำบล 59 แห่ง ตลอดจนมีแหล่งเรียนรู้ ซึ่งเป็นห้องสมุดประชาชนจังหวัดและอำเภอ บ้านหนังสือชุมชน และศูนย์การเรียนชุมชน รวม 156 แห่ง โดยมีนายโกวิท สละชั่ว เป็นผู้อำนวยการ และมีผู้บริหารและบุคลากร รวม 145 คน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความชื่นชมการจัดการศึกษาในภาพรวมของจังหวัดสระแก้ว ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และเครือข่ายการศึกษา โดยเฉพาะหน่วยงานและสถานศึกษาที่อยู่ในการกำกับดูแล ทั้งในสังกัดสำนักงาน กศน. และ สช. ซึ่งมีทิศทางการพัฒนาสอดคล้องกับวิสัยทัศน์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ที่ว่า “พัฒนาองค์กร ให้ผู้เรียนมีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาระดับชาติ และส่งเสริมศักยภาพแข่งขันระดับสากล”

ซึ่งจากการรายงานการจัดการศึกษาในภาพรวมของจังหวัดสระแก้ว ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และเครือข่ายการศึกษา ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดยเฉพาะหน่วยงานและสถานศึกษาที่อยู่ในการกำกับดูแล ทั้งในสังกัดสำนักงาน กศน. และ สช. ซึ่งมีทิศทางการพัฒนาสอดคล้องกับวิสัยทัศน์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ที่ว่า “พัฒนาองค์กร ให้ผู้เรียนมีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาระดับชาติ และส่งเสริมศักยภาพแข่งขันระดับสากล” จึงขอชื่มชมชาวการศึกษาทุกคนจากใจจริง

ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ มีความตั้งใจมาติดตามการนำนโยบาย กศน. สช. WOW WOW ก้าวสู่ดิจิทัล ไปสู่การปฏิบัติ พร้อมรับฟังความต้องการเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการทำงานให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และหากมีสิ่งใดที่รัฐมนตรีจะช่วยเสริมเติมเต็มให้ได้ ก็ยินดีที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งในส่วนของสำนักงาน กศน. จากการได้เยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จังหวัดสระแก้ว ถือว่าให้บริการด้านวิทยาศาสตร์ ตามแนวคิด “สร้างระบบคิด ปลูกจิตสำนึกวิทยาศาสตร์” แก่นักเรียนนักศึกษา และประชาชนที่สนใจ ใน 7 จังหวัดภาคตะวันออกได้เป็นอย่างดี ทั้งยังได้รับรางวัลที่น่าภาคภูมิใจจากการประกวดต่าง ๆ อาทิ รางวัลที่ชนะเลิศระดับประเทศ สาขาหน่วยงาน/สถานศึกษา ประเภทสถานศึกษาขึ้นตรง ดีเด่น ประจำปี 2561 และพนักงานข้าราชการ ดีเด่น (นายอำพร ทองอาจ) ประจำปี 2561 เป็นต้น โดยกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมจะส่งเสริมการพัฒนาปรับปรุงนิทรรศการต่าง ๆ ให้ทันสมัย ไปจนถึงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งใช้งานมาเป็นนเวลานาน และมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ให้รองรับการบริการแก่กลุ่มเป้าหมายให้ดียิ่งขึ้น พร้อมฝากให้ทาง ศว.สระแก้ว ออกแบบและจัดกิจกรรมเชิญชวนหรือดึงดูดใจให้คนเข้ามาใช้บริการมากขึ้นด้วย

ในส่วนของศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน (ศฝช.) สระแก้ว พบว่าสามารถจัดสอนทักษะอาชีพ ที่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ฝากให้ ศฝช.สระแก้ว จัดหลักสูตรฝึกอาชีพที่มีความหลากหลายเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนมากขึ้น อาทิ ช่างตัดผมและเสริมสวยแบบครบวงจร ที่สามารถให้บริการประชาชนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ, ช่างออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า (ดีไซน์เนอร์) ที่นับวันจะหาช่างที่มีทักษะและฝีมือดี ๆ ยากมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมการปลูกกัญชา กัญชง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในพื้นที่นี้ และเตรียมรองรับกฎหมายที่จะส่งเสริมการปลูกเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และทางเศรษฐกิจที่มั่นคง ตามนโยบายรัฐบาล ต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ฝากถึงการใช้งบประมาณของ กศน.จังหวัดสระแก้ว ให้เป็นตามแผนงานที่วางไว้อย่างคุ้มค่า และสอดคล้องกับกรอบเวลาการใช้งบประมาณ เพื่อป้องกันมิให้ กศน.ต้องเสียโอกาสในการจัดการศึกษาแก่ประชาชน

ในส่วนของการศึกษาเอกชน ก็ดำเนินการได้ดีเช่นกัน โดยสามารถพัฒนาการจัดการศึกษาของเด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชน ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์การศึกษาที่มีคุณภาพ และบางส่วนอาจเรียกได้ว่า เทียบเท่ามาตรฐานสากล สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาการศึกษาของจังหวัด และเพื่อให้การจัดการศึกษาที่มีมาตรฐานของเอกชน ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้เรียนมากยิ่งขึ้น จึงขอให้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับ “การให้พี่หรือเพื่อนที่เก่งกว่า ช่วยสอนน้องหรือเพื่อนที่เรียนอ่อนกว่า” โดยการใช้ทรัพยากรและจุดเด่นทางวิชาการร่วมกัน ให้โรงเรียนที่มีความเข้มแข็งทางวิชาการ สนับสนุนและช่วยเหลือการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนที่มีความพร้อมน้อยกว่า เน้นที่วิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์เป็นหลัก ที่จะช่วยบ่มเพาะผู้เรียนให้คิดเป็นและวิเคราะห์ได้ไปด้วย

“นี่ถือเป็นมิติการทำงานรูปแบบใหม่ ที่เกิดจากความตั้งใจของตน ในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้ง กศน. สช. และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ทั้งเชิงการบริหารจัดการ การใช้ทรัพยากร การบริหารงานบุคคล ไปจนถึงเรื่องของวิชาการ องค์ความรู้และเครือข่ายการทำงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คงจะช่วยสะท้อนให้ทุกคนได้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐมนตรีคนนี้ ที่มีความมุ่งมั่นและจริงใจที่จะทลายทุกข้อจำกัดร่วมไปกับทุกคน ขอเพียงทุกคนได้ร่วมด้วยช่วยกัน และก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน เพื่อเป้าหมายที่สำคัญ คือ รอยยิ้มของประชาชนและคนทำงานทุกคนในทุกที่ ๆ ครูพี่โอ๊ะคนนี้ได้ไปเยือน และเชื่อเหลือเกินว่าเราไม่ได้เดินเพียงลำพัง ยังมีรัฐบาลและรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการทุกคน ที่พร้อมให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาของทุกภาคส่วนในจังหวัดสระแก้วอย่างเต็มที่” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

นวรัตน์ รามสูต: สรุป/เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
31/1/2563