กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน อกท.”เกษตรชายแดนแฟร์ 42”

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน อกท.”เกษตรชายแดนแฟร์ 42”

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน อกท. ”เกษตรชายแดนแฟร์ 42“ ที่อรัญประเทศ เชื่อมั่นโควิด 19 ไม่สามารถขัดขวางอิสระทางความคิดสร้างสรรค์ของสมาชิก ด้าน รมว.ศธ. “ตรีนุช เทียนทอง” รายงาน 4 ทศวรรษ อกท. เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาการเกษตรของประเทศ

(25 กุมภาพันธ์ 2565) ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว – สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานงานประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อกท.) ครั้งที่ 42 “เกษตรชายแดนแฟร์ 42” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที 23-27 กุมภาพันธ์ 2565 โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว รวมทั้งข้าราชการ ประชาชน และนักเรียน นักศึกษา เฝ้ารับเสด็จฯ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุม อกท.ระดับชาติ ครั้งที่ 42 ว่า “การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในห้วงเวลาที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่จำเป็นต้องใช้มาตรการและแนวปฏิบัติในการเฝ้าระวัง การกำกับดูแลตามแบบชีวิตวิถีใหม่ หากมองอีกแง่หนึ่งจะเห็นว่าสถานการณ์ครั้งนี้นำไปสู่ความคิดใหม่ ๆ ในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ วิธีคิดและวิธีปฏิบัติงานต่าง ๆ ตลอดจนส่วนที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ เพื่อให้เราสามารถดำรงชีวิตและประกอบกิจการงานต่อไปได้ เป็นการแสวงหาโอกาสจากสถานการณ์ที่วิกฤติ ทำให้ได้เห็นพัฒนาการและความสามารถของ อกท.และสมาชิก อกท.มาเป็นลำดับ

จึงเชื่อมั่นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า แม้จะก่อให้เกิดความไม่สะดวกหลายประการ แต่ไม่สามารถขัดขวางอิสระทางความคิดสร้างสรรค์ของสมาชิก อกท. และหวังว่าจะได้เห็นเทคโนโลยีการเกษตรที่สมาชิก อกท.ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่

ในการประชุมครั้งนี้สมาชิก อกท.ทั้งหลายถือได้ว่าเป็นต้นแบบของเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความขยันหมั่นเพียร ความใฝ่เรียนใฝ่รู้ หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยกันสนับสนุนส่งเสริมก็จะเกิดกำลังใจที่จะฝึกฝนจนสามารถใช้ทักษะและประสบการณ์สร้างประโยชน์แก่ตนและแก่วงการเกษตรกรรมของประเทศได้ในอนาคต”

รมว.ศธ. กราบบังคมทูลรายงานว่า องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ หรือ อกท.ได้ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ทศวรรษ จนอาจกล่าวได้ว่า อกท.เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนานักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาเกษตร ภายใต้คติพจน์ขององค์การฯ ที่สมาชิกทุกคนต้องยึดมั่น

ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดและเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ แต่ยังคงสนองต่อนโยบายการพัฒนากำลังคนของประเทศ และนโยบายการจัดการอาชีวศึกษาที่เน้นการพัฒนาคุณภาพนำปริมาณ เป็นการพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาเกษตรสู่การเป็นเกษตรกรมืออาชีพ ที่มีความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการและมีความพร้อมเข้าสู่โลกอาชีพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาการเกษตรของประเทศ องค์การฯ ได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่พระราชทานให้ไว้กับสมาชิกไปดำเนินการสนองแนวพระราชดำริหลายโครงการ อาทิเช่น โครงการพี่ช่วยน้อง โครงการอาหารกลางวัน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เป็นต้น

การประชุมวิชาการฯ ครั้งนี้ ได้นำผลสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาเกษตร ให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพ และมีความเป็นผู้นำทั้งสมาชิกปัจจุบันและศิษย์เก่ามายกย่องเชิดชูเกียรติ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีและเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของสมาชิก รวมทั้งองค์กรได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในชุมชน ท้องถิ่น บริษัท ห้างร้านทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนนักศึกษา เกษตรกรและประชาชนได้รับองค์ความรู้ทางวิชาการ และนวัตกรรมทางการเกษตรสมัยใหม่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประกอบอาชีพด้านการเกษตรในศตวรรษที่ 21

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้กล่าวรายนามและขอพระราชทานพระราชวโรกาส เบิกผู้แทนบุคคลและหน่วยงานผู้ทำคุณประโยชน์แก่องค์การฯ ผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ผู้บริจาคเงินสมทบองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ผู้สนับสนุนการประชุมวิชาการระดับชาติ เพื่อเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มที่ระลึก จำนวน 104 ราย

ทั้งนี้ การจัดงานประชุมวิชาการองค์การ เกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยระดับชาติ จัดขึ้นปีละหนึ่งครั้ง เริ่มจากระดับหน่วยแต่ละวิทยาลัยคัดเลือกตัวแทนมาแข่งขันและเข้าร่วมในระดับภาค และเฟ้นหาผู้ชนะเลิศระดับภาคมาร่วมแข่งขันในระดับชาติ โดยสถานที่การจัดงานจะหมุนเวียนไปแต่ละภูมิภาค ซึ่งครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 42 จัดที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสัมมนาทางวิชาการ การแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทางการเกษตรและอาชีพที่เกี่ยวข้อง จำนวน 28 ทักษะ การประกวดสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่ จำนวน 6 สาขา ที่พัฒนาต่อยอดการเกษตรกับการพัฒนาค้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน การจัดแสดงนิทรรศการทางการเกษตร 4 ภาคเป็นสุดยอดของนวัตกรรมของ อกท. แต่ละภาค เป็นต้น

เวลา 13.38 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาสารภี อำเภออรัญประเทศ ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2513 จากพื้นที่ห่างไกลติดแนวชายแดน ปัจจุบันเส้นทางสัญจรสะดวก หน่วยงานต่าง ๆ จึงเข้าช่วยเหลือได้ง่าย มีครูผู้สอนที่จบเฉพาะทาง ทำให้ผลการเรียนมีพัฒนาการดีขึ้นทุกชั้นปี โดยเฉพาะวิชาภาษาไทย โรงเรียนฯ จัดกิจกรรมส่งเสริมการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทยสม่ำเสมอ ให้ทำแบบฝึกหัดซ้ำ ๆ เพื่อให้เกิดกระบวนการคิด เกิดทักษะที่ดีขึ้น

ปัจจุบัน มีนักเรียน 68 คน เป็นเด็กชาวกัมพูชา 28 คน สามารถเรียนร่วมและสื่อสารภาษาไทยได้เข้าใจสำหรับโครงการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ของโรงเรียน ตชด. ในสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 มี 11 แห่ง อยู่ที่จังหวัดสระแก้ว 8 แห่ง และฉะเชิงเทรา 3 แห่ง นักเรียนสามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนไทย ได้ตามเกณฑ์ ร้อยละ 80.78 ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จะส่งเสริมให้ฝึกการพูด วาดภาพประกอบคำ และทักษะการจำแนกคำ เพื่อให้เข้าใจการผสมคำ, เน้นการอ่านร้อยกรอง บทความ และหนังสือ ส่วนโครงการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร มีผลผลิตเพียงพอ 10 โรงเรียน แต่โรงเรียนมัธยมพระราชทานนายาว ต้องเพิ่มพื้นที่ปลูก 3 งาน ปลูกกล้วยน้ำว้า และมะละกอ อย่างละ 300 ต้น

วันนี้ มีสาธิตวิชาคอมพิวเตอร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สอนการสร้างชิ้นงานด้วย Microsoft Power Point สามารถต่อยอดไปใช้นำเสนอผลงานของตนเองได้, ชั้นอนุบาล สอนเรื่องสัตว์ตัวน้อยน่ารัก เพื่อให้รู้จักสัตว์แต่ละชนิด ส่วนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สอนเรื่องผลไม้ ให้เด็กกล้าแสดงออก กล้าพูดภาษาอังกฤษ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ช่วยจัดกิจกรรมทำสมุดฉีกจากกระดาษเหลือใช้ ช่วยฝึกสมาธิ และนำไปจดบันทึกได้, มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพอนามัย และการป้องกันตนเองในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ บ้านเขาสารภียังไม่พบผู้ติดเชื้อ มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด คัดกรองนักเรียน และตรวจ ATK ครูอย่างสม่ำเสมอ สามารถเปิดสอนได้ตามปกติ ให้เรียนนอกห้องเรียน สวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างที่โรงอาหาร ได้ติดตั้งเครื่องกรองน้ำแบบ RO ดูแลทำความสะอาด และเปลี่ยนไส้กรองสม่ำเสมอ ส่วนพื้นที่รับประทานอาหาร ติดมุ้งลวดตามที่พระราชทานพระราชดำริ เพื่อป้องกันแมลง และสุขอนามัยที่ดี โดย วิทยาลัยชุมชนสระแก้ว สอนแปรรูปอาหาร ได้แก่ ไส้อั่วกล้วย และขนมเปี๊ยะถั่วมะแฮะ มีปราชญ์ชาวบ้านสอนทำไม้กวาดทางมะพร้าว กิจกรรมฝึกอาชีพ สอนการต่อปลั๊กไฟเบื้องต้น ตัดผม และซ่อมจักรยาน ใช้หลักการสอนแบบลงมือทำ เพื่อเป็นความรู้ ความชำนาญติดตัวโครงการเกษตร แบ่งพื้นที่ทำโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ แปลงปลูกผักกินใบ มีแปลงอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์ปลูกผักสลัด จำหน่ายผ่านระบบสหกรณ์โรงเรียน ส่วนผักเถาเครือ ที่ให้ผลขนาดใหญ่ จะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพื่อขยายสู่ชุมชน

โอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นำ อธิบดีกรมพลศึกษา เฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคมทูลรายงานการสนับสนุนกิจกรรมของนักเรียน โดยปรับปรุงสภาพสนามกีฬาพระราชนิเวศน์กรีฑาสถาน กองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อยกระดับให้มีมาตรฐาน เป็นสนามกีฬาหลักสำหรับจัดการแข่งขันกีฬาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ และให้บริการประชาชน