’เข็นผู้ใหญ่’ให้สมหวัง

 



     ณรงค์ชัย เล่าถึงการทำหน้าที่ว่า… ตนและเพื่อนทำงานคู่กัน โดยมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการที่เดินไม่สะดวก หรือบางทีอาจต้องเข้าไปช่วยปฐมพยาบาลให้แก่ประชาชนที่รู้สึกไม่สบายหรือจะเป็นลม


จันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2559 เวลา 06.00 น.


      พสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่ายังคงหลั่งไหลสู่บริเวณท้องสนามหลวงอย่างเนืองแน่น ด้วยหัวใจที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ การถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีจำนวนไม่น้อยที่ถึงแม้ด้วยวัย สภาพร่างกาย จะไม่เอื้ออำนวยนัก การเดินเหินอาจไม่คล่องแคล่วนัก แต่ก็มุ่งมั่นมาเพื่อการอันสำคัญ และก็ได้รับการดูแลช่วยเหลือ…



ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่…จาก จิตอาสา



อย่าง ลูกเสือ-เนตรนารี-นักศึกษาวิชาทหาร



ที่สังคมต่างก็ชื่นชม…มีเสียงชมอย่างล้นหลาม…



     ทั้งนี้  สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ที่มาทำหน้าที่นี้ในพื้นที่ พบว่า… บรรดา จิตอาสาวัยเยาว์กลุ่มนี้มาจากสถาบัน สถานศึกษา หลาย ๆ แห่ง มารวมตัวกันเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว และมีตั้งแต่นักเรียน-นักศึกษา จนถึงครู-อาจารย์



ที่ต่างก็ มุ่งมั่นตั้งใจทำหน้าที่นี้กันอย่างเต็มที่”…



     อย่าง ปรีชา หงสา คุณครูจากโรงเรียนท่าเสด็จ อ.เมือง จ.สุพรรณ บุรี ที่บอกเล่ากับ สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์ว่า… ได้รับเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1 ให้มาทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของเหล่าลูกเสือและเนตรนารีจาก 12 โรงเรียน มาทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ครั้งนี้ โดยในส่วนของลูกเสือและเนตรนารีที่ได้รับคัดเลือกมานั้น หากเป็นเด็กโตหน่อย คือนักเรียนชั้นมัธยมต้น ก็จะได้รับมอบหมายหน้าที่ บริการเข็นรถเข็นวีลแชร์ให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ ที่เดินทางเพื่อมาถวาย สักการะ ในหลวงรัชกาลที่ 9ส่วนเด็กเล็ก อย่างนักเรียนชั้นประถม ก็จะได้รับมอบหมายหน้าที่เก็บขยะรอบพื้นที่สนามหลวง



     ’ตัวแทนที่มาในส่วนนี้ มากันทั้งหมด 120 คน แบ่งเป็นโควตาโรงเรียนละ 10 คน โดยวันแรกที่มาถึงที่นี่ก็พร้อมเข้าจุดเพื่อปฏิบัติงานได้เลยทันที ในฐานะครู ก็ต้องยอมรับว่า… รู้สึกภูมิใจในตัวเด็ก ๆ มากจริง ๆ มีเด็ก ๆ อีกมากที่อยากมา แต่โควตาไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องคัดเฉพาะคนที่มีสุขภาพแข็งแรงมากที่สุดมาก่อน



     ครูปรีชา ระบุต่อไปว่า… การมาทำหน้าที่ครั้งนี้ เป็นช่วงวันธรรมดา ทำให้นักเรียนเหล่านี้ต้องขาดเรียนไปบ้าง แต่ทางผู้ใหญ่ก็ได้มีการหาแนว ทางในการจัดการเรียนการสอนเพิ่มเติมย้อนหลังให้แก่เด็ก ๆ เหล่านี้ไว้แล้ว จึงไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องที่มีความกังวลว่าเด็กจะเรียนตามเพื่อนไม่ทัน ซึ่งเด็ก ๆ ทุกคนบอกว่า…รู้สึกภูมิใจที่ได้มาทำงานเป็นจิตอาสาครั้งนี้ เพราะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต และได้ทำความดีช่วยสังคม เพื่อน้อมถวายในหลวงรัชกาลที่ 9



     คุณครูคนเดิมบอกอีกว่า… ก่อนที่จะเริ่มเข้ามาทำหน้าที่ ก็มีทหารจากทางกองทัพบก และเจ้าหน้าที่จากทาง กทม. ช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้รถเข็นหรือ รถวีลแชร์ให้ฟังก่อน รวมถึงเทคนิคในการเข็นรถเข็นขึ้นสู่พื้นที่ลาดชัน ว่าจะต้องเข็นอย่างไร หรือต้องทำอย่าง ไรบ้าง เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้นั่งมากที่สุด โดยได้จัดให้ลูกเสือและเนตรนารีทำงานร่วมกัน  เช่น ลูกเสือทำหน้าที่เป็นคนเข็นรถ ส่วนเนตรนารีกางร่มให้กับผู้ที่นั่งในรถเข็น โดยทางครููจะเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลการจัดคิวให้



     ’จุดให้บริการมี 2 จุดคือ บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณเต็นท์กองอำนวยการ แม้อากาศจะร้อน หรือแม้จะมีฝนตก แต่เด็ก ๆ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า…ไม่เหนื่อย แต่มีความสุขมากกว่าที่ได้มาทำหน้าที่บำเพ็ญประโยชน์ในครั้งนี้ และเด็ก ๆ ก็บอกว่าประสบการณ์ครั้งนี้พวกเขาจะจดจำไปตลอดชีวิต“ …ครูปรีชา บอกเล่าถึงเด็ก ๆ…



ทุกคนต่างกระตือรือร้นในการทำหน้าที่นี้



ทุกคนมาทำหน้าที่นี้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ



     ทั้งนี้ จากคุณครู ลองมาดู ความรู้สึกจากใจของเด็ก ๆ เยาวชน ที่มาทำหน้าที่นี้กันบ้าง… โดยหนึ่งในตัวแทนที่มา คือ ณรงค์ชัย ใจดี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนท่าเสด็จ จ.สุพรรณบุรี บอกเล่าว่า… ตั้งใจจะมาเป็นจิตอาสาที่สนามหลวงตั้งแต่วันแรก ๆ อยู่แล้ว แต่ขณะนั้นยังไม่รู้ว่าจะเดินทางมาอย่างไร มาทำอะไรได้อย่างไร จนโรงเรียนแจ้งว่าจะมีการเปิดรับสมัครลูกเสือและเนตรนารีเพื่อมาประจำที่สนามหลวง จึงรีบสมัครทันที และเมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบ ต่างก็ดีใจที่ลูกได้รับโอกาสนี้



     ณรงค์ชัย เล่าถึงการทำหน้าที่ว่า… ตนและเพื่อนทำงานคู่กัน โดยมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการที่เดินไม่สะดวก หรือบางทีอาจต้องเข้าไปช่วยปฐมพยาบาลให้แก่ประชาชนที่รู้สึกไม่สบายหรือจะเป็นลม แล้วแต่สถานการณ์ โดยแต่ละวันนั้นจะให้บริการเข็นรถเข็นได้ประมาณ 5-6 เที่ยว เนื่องจากระยะทางจากจุดบริการไปถึงจุดหมายนั้น ค่อนข้างไกล และใช้เวลา



     ’มีร้อนบ้างครับ แต่มีความสุขมากกว่าที่ได้ทำประโยชน์ และหลาย ๆ ท่านที่เราเข้าไปช่วยเหลือนั้น ยังให้ศีลให้พรเราด้วย เรียกว่าจากที่ร้อน ๆ พอเจอแบบนี้ ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งทันทีครับ“…ณรงค์ชัย กล่าวพร้อมรอยยิ้ม



กับหน้าที่ บำเพ็ญประโยชน์ที่ได้มีโอกาสทำ



     ด้านนักเรียนหญิงรายหนึ่งที่มาทำหน้าที่นี้ บอกว่า… ภูมิใจที่ได้มาทำหน้าที่ ซึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9ท่านทรงงานหนักเพื่อคนไทยมาตลอด จึงอยากทำความดีน้อมถวาย และการมาทำหน้าที่ครั้งนี้ก็ทำให้รู้ว่า… ความดีจริง ๆ ทำง่าย สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา และการได้มาทำงานจิตอาสาถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามาก  ขณะที่ นฤนาท นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสวนกุหลาบ นักศึกษาวิชาทหาร หรือ รด. ก็เผยถึงความรู้สึกคล้ายกันว่า… อยากทำงานจิตอาสา ทำความดีน้อมถวาย ซึ่งก่อนหน้าที่จะมา ก็ตั้งใจเอาไว้ก่อนแล้วว่า… อยากมีส่วน ช่วยให้ผู้ที่ต้องการถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9” …



ได้ทำสำเร็จตามที่หวัง-ตั้งใจไว้…ทุกคน.


ที่มา : http://www.dailynews.co.th/article/536142