สหกรณ์โรงเรียน
กับการพัฒนา เศรษฐกิจ แบบพอเพียง

 ว่าที่ร้อยโทบุญเลิศ เขียนวงศ์

                 เศรษฐกิจเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำมาหากินเพื่อให้ได้ปัจจัยพื้นฐาน 4 อย่างคือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงงชีวิตอยู่ในโลกอย่างมีความสุข การหาปัจจัยพื้นฐานมาตอบสนองความต้องการของแต่ละคน หาได้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความสามารถและโอกาสของแต่ละคนที่จะเอื้ออำนวยให้ได้ปัจัยเหล่านี้ โดยเฉพาะในปัจจุบัน ประเทศกำลังประสบภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจตกต่ำ ทางด้านการเงินการคลัง ทำให้โอกาสในการลงทุนลดลง ถึงแม้คนจะมีความสามารถ ก็ยังขาดโอกาสในการแข่งขันระดับโลก เนื่องจากเงินทุนไม่เอื้ออำนวย ทำให้ความสามารถในการหาปัจจัยพื้นฐานได้ต่ำ ไม่เพียงพอต่อการบริโภคก่อให้เกิดเป็นความเดือดร้อนต่อคนทั้งประเทศในขณะนี้

                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งวในการพัฒนาและบริหารประเทศโดยใช้ปรัชญา เศรษฐกิจแบบพอเพียง

                เศรษฐกิจแบบพอเพียงหมายถึง การทำมาหากินอย่างพอประมาณมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอ สมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในอย่างระมัดระวัง และรอบคอบ และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ ให้มีสนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีควารู้ที่เหมาะสมที่จะดำเนินชีวิตด้วยควาวมอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบเพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี ซึ่งการพัฒนาเศรฐกิจให้เป็ฯตามหลักการเศรษฐกิจอย่างพอเพียง จะต้องเป็นการสร้างจิตสำนึกของคนในชาติให้เปลี่ยนนิสัยในการดำรงชีวิตและการทำมาหากินเสียใหม่ ให้ยึดทางสายกลาง มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น วิธีปฏิบัติที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติให้เป็นรุปธรรมได้ และแพร่หลายในหมู่ประชาชนอย่างยั่งยืนจะต้องใช้หลักการของสหกรณ์มาปฏิบัติ เพราะว่า สหกรณ์ คือ องค์การธุรกิจอย่างหนึ่งที่จัดตั้งและดำเนินงานโดยกลุ่มบุคคลที่เป็นสมาชิก เพื่อหาทางแก้ปัญหาความเดือดร้อนทางด้านเศรษฐกิจและวังคมร่วมกัน โดยถือหลักความสมัครใจ หลักการช่วยเหลือตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หลักควาวมเสมอภาคและความวยุติธรรม หลักประชาธิปไตย หลัการไม่แสวงหากำไร หลักความเป็นกลางทางศาสนาและการเมือง หลักการให้การศึกษาอบรม และหลลักสันติภาพของกระบวนการสหกรณ์ ซึ่งก็สอดรับกับปรัญชา เศรษฐกิจแบบพอเพียง การที่จะทำให้กระบวนการสหกรณ์ได้เผยแพร่จนกลายเป็ฯวิถีชีวิตของประชาชน จะต้อองเริ่มที่โรงเรียน เพราะที่โรงเรียนจะประกอบด้วยบุคคล 2 กลุ่ม คือผู้เรียน ซึ่งเขาเหล่านี้ต้องเป็นประชาชนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของประเทศชาติ ที่พร้อมจะฝึกและเรียนรู้พฤติกรรมต่าง ๆ ที่สังคมต้องการและบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งคือครูซึ่งบุคคลที่มีหน้าที่ในการฝึกนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียน และประพฤติตนเป็นตัวอย่างแก่บุคคลในสังคม

                จากข้อสังเกตของผู้เขียนพบว่าเมื่อประเทศประสบกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ ระบบการเงิน การธนาคารซึ่งประชาชนทั่วไปมองว่ามั่นคงกลับมีการปิดตัวและล้มเลิกหลายแห่ง เกิดภาวะหนี้เสียล้นธนาคาร แต่สหกรณ์ก็สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง ไม่มีผลกระทบ ทางตรงกันข้ามกลับมีเงินจากสมาชิกไหลเข้ามาในระบบสหกรณ์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ของครู แม้ว่าจะมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยที่ต้องพัฒนาต่อไปก็ตาม แสดงให้เห็นว่าหลักการสหกรณ์เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเป็นหลักการที่สอดคล้องกับหลักการของเศรษฐกิจแบบพอเพียง ตามกระแสพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว ทำให้สหกรณ์ดำรงอยู่ได้ท่ามกลางกระแสธารของการเปลี่ยนแปลงที่เชี่ยวกราก ถึงแม้นการดำเนินการของสหกรณ์ในอดีตที่ผ่านมาจะมีปัญหาอยู่บ้างแต่ก็เป็นปัยหาซึ่งพอแก้ไขได้ไม่มีผลทำให้ระบบสหกรณ์ล่มสลาย ขณะนี้นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะใช้จุดแข็งของระบบสหกรณ์มานำเสนอเพื่อสร้างอุดมการณ์สหกรณ์ที่ถูกต้องให้กับสมาชิกสหกรณ์และปลูกฝังทัศนคติของประชาชนให้มีความศรัทธาและเชื่อมั่นว่าระบบสหกรณ์จะทำให้เกิดความมั่นคงในการดำรงชีวิต โดยอาศัยสหกรณ์โรงเรียน

                แนวทางดำเนินการสหกรณ์โรงเรียนให้สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง

                1.ปฏิรูประบบสหกรณ์โรงเรียน การดำเนินงานของสหกรณ์ดรงเรียนจากอดีตจนปัจจุบัน จะเน้นดำเนินการในเรื่องของรูปแบบ และที่ตั้งของสหกรณ์มากกว่าหลักการสหกรณ์ คือเน้นเปลือกมากกว่ากระพี้ จึงปรากฏเป็นการทั่วไปในทุกโรงเรียนเล็ก ๆ ก็แบ่งซอยห้องเรียนที่เต็มไปด้วยรูปแบบของร้านค้า ถ้าเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ก็แบ่งซอยห้องเรียนเป็นห้องร้านค้าสหกรณ์ ถ้าเป็นโรงเรียนใหญ่มีเนื้อที่มากก็ใช้ทั้งห้อง หรือสร้างแบ่งเป็นอาคารสหกรณ์ต่างหาก ดำเนินการโดยการขายหุ้นกับเด็กนักเรียนและครู ซึ่งการดำเนินการทั้งหมด ก็จะเกิดจากการสั่งการของผู้บริหารที่ต้องการก่อตั้งสหกรณ์ในโรงเรียนให้ได้ ผู้เป็นสมาชิกรู้แต่เพียงว่าได้ซื้อสินค้าราคาถูก และได้ปันผลเมื่อตอนสิ้นปี การดำเนินการธุรกิจก็ไม่แตกต่างกับร้านค้าธรรมดา เน้นการขายให้ได้ดำเนินการธุรกิจก็ไม่แตกต่างกับร้านค้าธรรมดา เน้นการขายให้ได้กำไรเป็นหลัก ถ้าขาดทุนก็ถือว่าร้านค้าสหกรณ์ล้มเหลว ไม่มีการเรียนรู้เกี่ยวกับกำไรขาดทุน ไม่มีการเชื่อมโยงการเรียนรู้สหกรณ์กับการเรียนการสอนในห้องเรียน สหกรณ์ร้านค้ากับการเรียนการสอนจะไม่สัมพันธ์กัน เพราะครูกลัวสหกรณ์ร้านค้าขาดทุน ไม่ไว้ใจนักเรียน ทำไปทำมาผู้บริหารโรงเรียน ก็มอบหมายหน้าที่ให้ครูคนใดคนหนึ่งเป็นแม่ค้าประจำโรงเรียน ทำหน้าที่ค้าขายสินค้าในร้านค้าสหกรณ์ในรูปแบบร้านขายสินค้าธรรมดา ๆ เท่านั้น

                ถ้าสหกรณ์โรงเรียนยังเป็นในแบบนี้อีกต่อไป ก็คงหวังไม่ได้ที่จะให้สหกรณ์ช่วยพัฒนา ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงเกิดขึ้นจนเป็นลักษณะนิสัยประจำตัวประชาชนของประเทศได้ มีวิธีเดียวก็คือต้องปฏิรูประบบสหกรณ์โรงเรียน โดยการยกเลิกร้านค้าสหกรณ์โรงเรียนที่มีอยู่เดิมทั้งหมดให้การก่อตั้งสหกรณ์เป็นผลผลิตของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสหกรณ์ในห้องเรียน แล้วแสดงออกมาเป็นผลงานในรูปของสหกรณ์แบบต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้เรียน การดำเนินการสหกรณ์ไม่เน้นกำไรที่เป็นตัวเงินแต่เน้นกำไรที่การเรียนรู้ในหลักการของสหกรณ์ซึ่งจะเป็นปลูกฝังและฝึกนิสัยพื้นฐานที่นำไปสู่การเป็นสมาชิกสหกรณ์ที่ดี และการดำรงชีพแบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงเช่น นิสัยการอดออม การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความซื่อสัตย์ การไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น การรู้จักประมาณตนในการใช้จ่าย การทำงานเป็นกลุ่ม การเคารพในกฎเกณฑ์ของสังคม เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ต้องใช้เวลาการฝึกอย่างต่อเนื่อง

                2.ปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอนสหกรณ์ในโรงเรียน หลักสูตรการเรียนการสอนสหกรณ์ ต้องมีลักษณะที่สามารบูรณาการเข้าไปในทุกวิชา และเน้นเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มวิชาที่มีกิจกรรมภาคปฏิบัติและมีผลผลิตที่เป็นงานผีมือของนักเรียน เมื่อจะให้นักเรียนผลิตผลงานออกมา ครูผู้สอนต้องนำหลักการของสหกรณ์มาแทรกทันที ตั้งแต่เริ่มต้นคิดผลิต การผลิต และการขายผลผลิต ซึ่งกระบวนการก็จะจบลงเป็นครั้ง ๆ เมื่อกลุ่มเขาสามารถจัดเก็บผลผลิตได้ทั้งหมด เมื่อมีการผลิตผลงานใหม่ก็มีรวมกลุ่มกันอีกวิธีนี้จะเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับสหกรณ์อย่างเป็นรูปธรรม และผู้เรียนไม่เกิดความเบื่อหน่าย เพราะนักเรียนได้ปฏิบัติจริงแถมยังมีรายได้ในระหว่างเรียน เป็นการปลูกฝังหลักการสหกรณ์ ให้ติดตัวเป็นนิสัยโดยอัตโนมัติ ผู้เรียนก็สนุกสนานและมีความสุขในระหว่างเรียน มีผลพลอยได้เกี่ยวกับการสอนการปกครองในระบบประชาธิปไตยอีกาทางหนึ่ง

                3.ปฏิรูปการพัฒนาครูผู้สอน ถึงเวลาแล้วที่กระทรวงศึกษา จะต้องกำหนดเป็นข้อบังคับให้หลักสูตรวิชาสหกรณ์เป็นวิชาหนึ่งที่ผู้จะประกอบอาชีพครูทุกคน จะต้องฝึกอบรมหรือเรียนรู้ และข้าราชการครูต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์ประเภทใดประเภทหนึ่ง เพราะเมื่อครูทุกคนเข้าใจในหลักการของสหกรณ์แล้ว ก็จะสามารถนำหลักการสหกรณ์ไปบูรณาในการเรียนการสอน ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมโดยไม่ต้องบังคับให้ไปก่อตั้งสหกรณ์ขึ้นในโรงเรียน แต่ให้ครูไปส่งเสริมการปฏิบัติเกี่ยวกับกิจกรรมสหกรณ์ ให้เกิดขึ้นในการเรียนการสอนตามปกติตลอดเวลา แล้วสหกรณ์โรงเรียนก็จะเกิดขึ้นได้จากผลการเรียนการสอนนั้นเอง


ฺBack to top