เส้นทางสู่นักบริหารการศึกษามืออาชีพ

 

 

ดร.จำลอง นักฟ้อน

             

                1. ความเป็นมา/ความสำคัญของเรื่อง

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 5 การบริหารและการจัดการศึกษา       ได้กำหนดให้มีดารจัดรูปองค์กรการบริหารการศึกษาออกเป็น 2 ระดับสำคัญได้แก่การจัดองค์กรการบริหารการศึกษาในระดับกระทรวงและการจัดองค์กรในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี รวมทั้งงานด้านศาสน า ศิลปะและวัฒนธรรมในภาคปฏิบัติการ กำหนดให้มีเขตพื้นที่การศึกษาที่มีขนาดพอเหมาะสำหรับการจัดการและการบริหารเป็นผู้รับผิดชอบ   โดยมีองค์คณะบุคคลที่มาจากตัวแทนประชาชนผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่นเป็นผู้บริหารงาน รวมทั้งให้สถานศึกษาในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา  มีความเป็นอิสระในการบริหารงาน โดยบริหารภายใต้การกำกับ ดูแลของคณะกรรมการสถานศึกษา   สำหรับการบริหารงานจะกระจายอำนาจทุกด้านทั้งด้านวิชากา งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป ไปยังเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา            โดยให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษาเป็นพิเศษ  ภายใต้มาตรา 38     แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้กำหนดให้เขตพื้นที่การศึกษามีหน้าที่กำกับ ดูแล   และส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและต่ำกว่าระดับปริญญาตรีทั้งของรัฐ และเอกชน         และการดำเนินการด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม  ภายในเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งส่งเสริมประสานงานการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองท้องถิ่น  โดยดำเนินงานภายใต้การกำกับของคณะกรรมการการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษา       ซึ่งมาจากองค์กรและตัวแทนประชาชนและผู้ทรงคุณวุฒิในเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งบริหารงานโดยผู้อำนวยการ สำนักงานศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษา       และในเรื่องนี้คณะปฏิรูประบบบริหารการศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการซึ่งมี ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน   เป็นประธาน ได้กำหนดแนวทางเพิ่มเติมไว้ว่า    ผู้บริหารการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษานั้น ต้องเป็นผู้บริหารการศึกษามืออาชีพ      รวมทั้งผู้บริหารการศึกษาในระดับสถานศึกษาก็เช่นเดียวกันที่ได้กำหนดไว้ว่าเป็นนักบริหารการศึกษามืออาชีพ เช่นเดียวกัน  

                ในเรื่องการจัดระบบครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาตามแนวทางในหมวด 7      ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเช่นเดียวกันคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา (สปศ.)      ในส่วนการเตรียมระบบงานบุคลากรซึ่งมี ดร.ปรัชญา เวสารัชช์  เป็นประธานได้กำหนดคุณสมบัติของผู้บริหารการศึกษาว่าต้องมีใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาเช่นเดียวกัน กล่าวคือ     ต้องมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการบริหารตามที่กำหนด    เช่นต้องจบปริญญาตรีทางบริหารการศึกษาหรือเทียบเท่า  (ในอนาคตควรกำหนดให้จบปริญญาโททางบริหารการศึกษา)   หรือได้รับประกาศนียบัตรทางบริหารการศึกษา ฯลฯ เป็นต้น
            
               จากความสำคัญและความเป็นมาของเรื่องดังกล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่าผู้บริหารการศึกษาทั้งระดับเขตพื้นที่การศึกษา        เป็นบุคลากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะต้องเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารสำนักงานฯ และบริหารงานตามมติของคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนขององค์กร   ประชาชนและผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่น ดังนั้นจึงต้องกำหนดคุณสมบัติและประสบการณ์ไว้ค่อนข้างสูง     จนถึงระดับที่เรียกว่าเป็นนักบริหารการศึกษามืออาชีพทีเดียว

                2. สาระสำคัญ/การวิเคราะห์  

            ประเด็นสำคัญที่กล่าวไว้ตอนแรกก็คือ    การเป็นผู้บริหารการศึกษาทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับสถานศึกษาต้องเป็น "นักบริหารการศึกษามืออาชีพ" นั้นมีความจำเป็นและต้องมีการคัดเลือกบุคลากรเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และมีคุณภาพอย่างแท้จริง      เพราะบุคคลดังกล่าวมีภาระกิจที่ต้องปฏิบัติงานค่อนข้างยากให้บรรลุผลสำเร็จ ดังนั้นบุคคลใดก็ตามที่มีความตั้งใจหรือความมุ่งมั่นที่จะสมัครเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าว    จะต้องฝึกฝนและพัฒนาตนเองให้เป็นนักบริหารการศึกษามืออาชีพให้จงได้ ปัญหาที่ต้องพิจารณาและทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ก็คือ   คำว่า "นักบริหารการศึกษามืออาชีพ" นั้นคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร มีความรู้ความสามารถอย่างไร  และประการที่สำคัญที่สุด คือ เราจะพัฒนาตนเองให้เป็นนักบริหารการศึกษามืออาชีพได้อย่างไร

            "นักบริหารการศึกษามืออาชีพ" มีความหมายกว้าง ลึกซึ้งและมีความสมบูรณ์ในตัวมันเอง แต่พอสรุป     ได้ว่านักบริหารการศึกษามืออาชีพนั้นจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการบริหารการศึกษาได้อย่างเยี่ยมยอด สามารถทำให้เป้าหมายหรืออุดมการณ์ทางการณ์ศึกษาขององค์กรที่กำหนดไว้บรรลุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเป็นผู้ที่มีทั้ง "ศาสตร์"และ "ศิลป์"   ในการปฏิบัติงานอย่างสูงสุดจนเป็นแบบอย่างและเป็นตัวแบบที่ดีแก่ผู้บริหารสถานศึกษาอื่น ๆ และองค์กรอื่น ๆ ต่อไปได้    ดังนั้นการเป็นนักบริหารการศึกษามืออาชีพจึงต้องมีคุณลักษณะ ประสบการณ์ และความรู้ความสามารถแตกต่างจากนักบริหารการศึกษาปกติ หรือ "มือสมัครเล่น" อย่างสิ้นเชิง

            ในเรื่องคุณลักษณะ ทักษะ ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ฯลฯ    ของนักบริหารมืออาชีพ หรือนักบริหารการศึกษามือ   อาชีพ  ได้มีนักวิชาการ นักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศและต่างประเทศทำการศึกษาแบะเสนอความคิดเห็นไว้อย่างมากมาย แต่ ในที่นี้จะขอสรุปและนำเสนอพร้อมทั้งทำความเข้าใจไว้สัก 2-3 ประการก่อน กล่าวคือ ในด้านคุณลักษณะส่วนตัว   ทักษะและความรู้ความสามารถ    และประสบการณ์ที่นักบริหารการศึกษามืออาชีพต้องพึงมีและพัฒนาตนเองไปสู่องค์ประกอบเหล่านี้ให้ได้ซึ่งได้แก่    

           คุณลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งได้แก่คุณลักษณะที่ดีทั่วไปของผู้นำหรือผู้บริหารองค์กร     ในเรื่องนี้มีผู้จำแนกไว้มากแต่อาจพอสรุปได้ดังนี้ คือ
          1) มีความรับผิดชอบสูง    
          2) มีความขยันหมั่นเพียร
          3) มีความอดทน/อุสาหะ
          4) มีความซื่อสัตย์สุจริต
          5) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
          6) มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์/กระตือรือร้นในการทำงาน
         7) มีทักษะในการวินิจฉัยสั่งการ
         8) มีการรักษาระเบียบวินัยที่ดี
         9)มีความตรงต่อเวลา/การบริหารเวลา
         10) มีบุคลิกภาพที่ดี    

           ทักษะและความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานนอกเหนือจากการมีความรู้และความสามารถในงานที่รับผิดชอบแล้ว  ผู้บริหารการศึกษามืออาชีพจะต้องมีทักษะและความรู้ความสามารถเหล่านี้เพิ่มเติม
         1) ความรู้ความสามารถในเชิงวางแผน กล่าวคือ มีความรู้ความสามารถในการกำหนดเป้าหมาย แผนกลยุทธ์การควบคุมและการติดตาม งาน การจัดการระบบงานและการประเมินผล
        2) มีความรู้ความสามารถในเชิงผู้นำ กล่าวคือ มีทักษะและความรู้เรื่องการกำหนดวิสัยทัศน์ การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล การบริหารเชิงยุทธ์ การใช้เทคนิคการบริหารสมัยใหม่ การบริหารคน ฯลฯ
        3) ความรู้ความสามารถในการเป็นนักจัดการ คือการระดมทรัพยากรการบริหารทั้งมวลมาใช้ให้
เกิดประสิทธิภาพในการบริหารอย่างสูงสุดมีประสิทธิภาพที่สุด
       4) ความรู้ความสามารถในการเป็นนักวิจัยพัฒนา เพื่อเสาะแสวงหาความรู้ นวัตกรรมและรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้ในการบริหารงาน    
        5) การเป็นนักประสานงานและประสานประโยชน์ เช่นมีความรู้ความสามารถในการประสานงาน การประชุม   การบริหารงานในเชิงคณะกรรมการ ฯลฯ
       6) มีความรู้ความสามารถในเชิงการสื่อสาร    และมนุษยสัมพันธ์ ได้แก่ความรู้และทักษะในการใช้ภาษา นอกเหนือจากภาษาไทยแล้วจะต้องรู้ภาษาที่สอง และใช้งานได้เป็นอย่างดี
       7) มีความรู้ความสามารถในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่นการใช้คอมพิวเตอร์ การใช้ Word และ Program ต่าง ๆ การใช้ Internet และ OA/IT ทุกประเภท  เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานการศึกษาข้อมูลข่าวสาร
       8) เป็นผู้มีพลังหรือศักยภาพที่จะนำมาใช้ในการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง  

ประสบการณ์และผลสำเร็จในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา     ป็นการประเมินผลงานและประสบการณ์ที่ผ่านมาในภารกิจหน้าที่ที่จะได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติซึ่งจำแนกออกได้ดังนี้
      1) คุณวุฒิ/ประสบการณ์/ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ที่ผ่านมาตามภารกิจหน้าที่กำหนดหรือเกี่ยวข้อง
      2) การศึกษา/ฝึกอบรม/ดูงาน
      3) การผลิตผลงานทางวิชาการ/เอกสาร/การวิจัย/ตำรา ฯลฯ
      4) ผลสำเร็จในการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถและงานที่ปฏิบัติจนบรรลุผล
      5) แผนการดำเนินงาน/แผนพัฒนางาน ฯลฯ ในตำแหน่งหน้าที่ที่จะปฏิบัติงาน

                3. บทสรุป/บทส่งท้าย

            เท่าที่ได้รวบรวมมานี้ เป็นการสรุปความจากเอกสารและผลงานการวิจัยของผู้ทรงคุณวุฒิเป็นจำนวนมาก ซึ่งพอจะใช้เป็นแนว ทางในการพัฒนาตนเองต่อไปได้อย่างดี    ถ้าเราได้ให้ความสนใจและพัฒนาตนเองตั้งแต่บัดนี้

            เพื่อน ๆ นักบริหารการศึกษาที่รักทุกท่าน   ผมคิดว่าในการประเมินบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาทุกระดับ  ตั้งแต่ระดับส่วนกลางเขตพื้นที่การศึกษาและระดับสถานศึกษาคงต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการสรรหา  คณะกรรมการประเมินและมีการสร้างเครื่องมือในการวัดและประเมินบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งอย่างแน่นอน ทั้งนี้เพื่อให้ได้มาซึ่ง "นักบริหารการศึกษามืออาชีพ"   อย่างแท้จริงสมดังเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาตามแนวทางพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 

            หวังว่าพวกเราชาวกระทรวงศึกษาธิการจะได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง เพื่อเตรียมการรองรับการประเมินฯ   ดังกล่าวที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้