การวางแผน โรงเรียนปฏิรูปการศึกษา

 

 

                                                                           ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์

 

 

              

                     ด้วยแรงผลักดันจากกระแสโลกาภิวัฒน์   ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร  การแข่งขันที่รุนแรง และกระแสควาวมมต้องการสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ  ส่งผลกระทบและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ระบบการเงิน การคลัง ปฏิรูปการเมือง       ปฏิรูประบบราชการ   ปฏิรูปการศึกษา เป็นต้น               เพื่อให้การพัฒนาประเทศมีความต่อเนื่องและยั่งยืนจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 ได้เน้นการพัฒนาด้านอื่นๆ       การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะพัฒนาคนให้มีคุณภาพ แต่ในปัจจุบันสภาพการจัดการสึกษาพบว่ายังมีคุณภาพที่ต่ำ      ไม่สนองความต้องการของผู้เรียน  สังคม ประเทศชาติและก้าวไม่ทันกระแสโลกาภิวัฒน์   กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดนโยบายการปฏิรูปการศึกษา 4 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูประบบบริหาร และการจัดการ      ปฏิรูปหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน และการพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม การประกันคุณภาพ   การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและการใช้แผนยุทธศาสตร์เพื่อมุ่งเน้นสู่การศึกษาเป็นเลิศ ผู้เรียนมีคุณภาพ

โรงเรียนคือจุดเริ่มต้นของคุณภาพการศึกษา

            เป้าหมายของการปฏิรูปที่สำคัญคือคุณภาพของผู้เรียน  ดังนั้นกระแสผลักดันทุกด้าน จึงมุ่งไปที่โรงเรียน ซึ่งมีหน้าที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ       การทำโรงเรียนให้มีคุณภาพทั้งปัจจัยนำเข้า   กระบวนการ และ ผลผลิต จะเป็นจุดเริ่มต้นของคุณภาพการศึกษา     อย่างไรก็ตามปัจจัยดังกล่าวดรงเรียนไม่ได้เป็นผู้กำหนดทั้งหมด         แต่ส่วนที่โรงเรียนสามารถกำหนดเองได้คือปัจจัยด้านกระบวนการเรียนการสอนและการบริหารและการจัดการ          ผู้บริหารโรงเรียนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล   จะสามารถบริหารและจัดการการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้     และสามารถจัดทรัพยากรสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการที่เน้นผู้เรียนเป็นศุนย์กลาง   ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการปฏิรูปได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการดังกล่าว        ผู้บริหารโรงเรียนจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่จะนำมาใช้กำหนดทิศทางการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายได้  รวมทั้งการวางระบบและกำหนดกลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เครื่องมือดังกล่าวคือ แผนยุทธศาสตร์นั่นเอง

             แผนยุทธศาสาตร์หรือแผนกลยุทธ์ เป็นแผนรวมหรือบูรณาการกระบวนการต่างๆ      โดยเน้นกลยุทธ์หรือวิธีการเฉพาะเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน เป็นแผนที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง   มองภาพตลอดแนวสอดคล้องกับทุกระดับ และเกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายทั้งหน่วยงาน  ถ้าเป็นโรงเรียนมักจะเรียกว่าแผนปรับปรุงโรงเรียน

การวางแผนเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นเครื่องมือในการบริหารโรงเรียน 

            การการวางแผนเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารคุณภาพของการวางแผน   ขึ้นอยู่กับการรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด หลากหลายและเป็นจริงที่สุด เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลเลือกหนทางที่จะบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลถึงความยากง่ายในการปฏิบัติและเป็นไปได้ที่จะบรรลุผลด้วย    การวางแผนที่มีลักษณะดังกล่าว ก็คือ แผนยุทธศาสตร์         เนื่องจากมีขั้นตอนในการวิเคราะห์สถานภาพปัจจุบัน และศักยภาพของหน่วยงาน กำหนดภาพอนาคต เป้าหมายและวิธีการที่จะบรรลุจุดหมายปลายทาง   โดยเน้นความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นหลักและเน้นกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง           นอกจากนี้แผนยุทธสาสตร์ยังเป็นเครื่องมือสำหรับผู้บริหาร      เพื่อใช้ในการบริหารและการจัดการตามภารกิจของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แผนของโรงเรียนปฏิรูปคือแผนยุทธศาสตร์

             ยุทธศาสตร์การบริหารโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา คือการใช้แผนยุทธศาสตร์   มีขั้นตอนการวางแผนยุทธศาสตร์ และรายละเอียด ดังนี้

             1.ทบทวนภารกิจของโรงเรียน    เพื่อให้ทราบว่าโรงเรียนมีขอบข่ายงานและภาระหน้าที่อะไรบ้าง         และสามารถทราบว่ามีอะไรเป็นงานหลัก งานรอง และงานสนับสนุน     รวมทั้งได้ทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

             2.วิเคราะห์สถานภาพปัจจุบัน  มีเทคนิคการวิเคราะห์หลายวิธีที่สำคัญ      เช่นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงาน การวิเคราะหืความคาดหวัง/ความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นต้น

             การวิเคราะห์สภาพแวดลล้อม      ประกอบด้วยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน คือ จุดแข็ง และจุดอ่อน  ซึ่งเป็นสภาพปัจจัยภายในหน่วยงาน ได้แก่ คน เงิน วัสดุ          อุปกรณ์ การจัดการ การจัดทรัพยากรและอื่น ๆ   การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก คือ         โอกาส ซึ่งเป็นสภาพภายนอกที่ทำให้โรงเรียนมีโอกาสพัฒนาให้ก้าหน้าได้ อุปสรรค      เป็นสภาพภายนอกที่เหนี่ยวรั้งหรือกีดขวางการปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียน เช่น     การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี วัฒนธรรม ชุมชน และอื่น ๆ 

             การวิเคราะห์ความคาดหวัง/ความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นลักษณะการวิเคราะห์ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผลการจัดการศึกษาของโรงเรียน  เนื่องจากคุณภาพคือความพอใจของผู้รับบริการ          ดังนี้ความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการจึงมีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียน ผู้รับบริการหรือผู้มีส่นเกี่ยวข้องมี 2 ประเภท ได้แก่

              1. ผู้รับบริการภายใน คือผู้บริหาร ครูและบุคลากรในโรงเรียน
              2.ผู้รับบริการภายนอก อันดับแรก คือผู้เรีน อันดับสองคือผู้ปกครอง/ชุมชน    หน่วยงานที่รับผู้จบการศึกษาเข้าทำงานหรือศึกษาต่อ และอันดับสาม คือ รัฐบาล ประเทศชาติ/สังคม  

              3.กำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย/ ตัวชี้วัด 

                    วิสัยทัศน์ หมายถึง การมองาพอนาคตของผู้นำและสมาชิกในหน่วงาน    และการกำหนดจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน ท้าทาย มีพลังและมีวามเป็นไปได้     ทั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของค่านิยมและความเชื่อขององค์ด้วย เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่จะสะท้อนอนาคตของหน่วยงาน

                    ภารกิจ เป็นสิ่งที่จะทำให้การดำเนินงานของหน่วยงานบรรลุจุดหมายปลายทาง ตามที่กำหนดในวิสัยทัศน์ โดยกำหนดขอบข่ายงานและบทบาทหน้าที่ของผู้รับผิดชอบ

                    เป้าหมาย/ตัวชี้วัด         เป็นจุดหมายปลายทางที่หน่วยงานต้องการปรับปรุงและพัฒนาไปในอนาคตโดยมีตัวชี้วัดความสำเร็จที่สามารถวัดได้

               4.กำหนดกลยุทธ์สู่ความสำเร็จ     เป็นยุทธวิธีหรือวิธีการที่จะทำให้เกิดผลตามเป้าหมายและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และภารกิจที่กำหนดไว้

               5. จัดทำแผนปฏิบัติงานและโครงการ           เป็นการนำกลยุทธ์มากำหนดเป็นแผนงาน /โครงการ        และงบประมาณที่ต้องใช้ดำเนินการในแต่ละปี มีตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนและแต่ละแผนงาน /      โครงการสามารถนำไปปฏิบัติได้

               6.ดำเนินการตามแผน   เป็นการนำแผนสู่การปฏิบัติ โดยมีกิจกรรม ขั้นตอนการดำเนินงานและผู้รับผิดชอบตามที่กำหนดในแผนงาน / โครงการ

               7.ประเมินผลและรายงาน         เป็นขั้นตอนที่จะทำให้ทราบว่าโรงเรียนได้มีการนำแผนปฏิบัติหรือไม่  มากน้อยเพียงใด มีอุปสรรคและปัญหาอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไข   บรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่    มีผลต่อคุณภาพของผู้เรียนอย่างไรบ้าง นอกจากนี้จะต้องรายงานให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง         เช่น นักเรียน    ผู้ปกครอง ครู คณะกรรมการโรงเรียน/ชุมชน และหน่วยงานที่โรงเรียนสังกัด เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานตามที่กำหนดในแผนด้วย

              จากขั้นตอนการวางแผนยุทธศาสตร์จะพบว่าเป็นการบูรณาการทั้งในเชิงแนวคิด    ค่านิยมและความเชื่อของหน่วยงาน และการวิเคราะห์สถานภาพที่เป็นจริงของหน่วยงานด้วย   นอกจากนี้ยังเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดทิศทางการปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียน    ตามคาดหวังและความต้องการเพื่อให้ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ

ประโยชน์ของแผนยุทธศาสตร์โรงเรียน

                 เนื่องจากแผนยุทธศาสตร์เครื่องมือในการบริหารและการจัดการของผู้บริหาร  และเกี่ยวข้องกับทุกส่วน  ทุกขั้นตอนและทุกคน           ดังนั้นทุกคนจึงมีข้อผูกพันและมีส่วนรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้น เป็นประโยชน์ในการกระตุ้นให้บุคลากรของโรงเรียนปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย          ได้อย่างเต็มศักยภาพ โรงเรียนมีกระบวนการทำงานเป็นระบบ   มีเป้าหมายชัดเจน เข้าใจตรงกัน อาจกล่าวได้ว่าแผนยุทธศาสตร์เป็นจุดเริ่มต้นของ "การร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว"   เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนให้โรงเรียนการจัดการศึกษาสู่ "คุณภาพ" ผู้เรียนเป็นคนเก่งและดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ใฝ่รู้     และมีพื้นฐานทางจิตใจที่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกาภิวัมน์

สรุปส่งท้าย

                    โรงเรียนเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา    และเป็นศูนย์รวมของการนำองค์ประกอบของการปฏิรูปทั้ง 4 ด้าน (ด้านหลักสูตร การเรียนการสอน วิชาชีพครู       และระบบบริหารและการจัดการ) สู่การปฏิบัติ    และเกี่ยวข้องโดยตรงกับยุทธศาสตร์ของการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง          และการประกันคุณภาพ ดังนั้นการใช้แผนยุทธศาสาตร์ของโรงเรียนจึงเป็นแนวทางที่สำคัญและจำเป็น       เนื่องจากเป็นเครื่องมือของการบริหารและการจัดการของผู้บริหารที่จะทำงานเป็นระบบ มีทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน           ซึ่งแผนยุทธศาสาตร์จะครอบคลุมสาระสำคัญ  ที่เป็นจุดหมายปลายทางในอนาคตและวิธีการที่จะดำเนินงาน ให้เกิดผลโดยตรงกับเป้าหมายของการปฏิรูปคือ คุณภาพของผู้เรียน