จำเป็นต้องปฏิรูปตนเองให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
หลักการสำคัญหรืกระแสหลักในการพัฒนา หรือการปฏิรูปดังกล่าว
ประการแรก คือความเป็นประชาธิปไตยที่โปร่งใส ถ่วงดุล
และตรวจสอบการใช้อำนาจได้
ประการสอง
ลดอำนาจการบริหารในส่วนกลางกระจายให้หน่วยปฏิบัติในระดับล่างการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประชาชนได้ใกล้ชิดและแก้ปัญหา
ได้เองจะต้องมีความเข้มแข็ง
ประการที่สาม
สร้างกลไกเครือข่ายการเรียนรู้ของชุมชนระดับล่างมื่อรากฐานของการพัฒนาเข้มแข็งจะส่งผลให้การพัฒนาในภาพรวม
ของประเทศได้อย่าางยั่งยืน การเข้มแข็งระดับล่าง
จะช่วยให้เกิดกระบวนการจัดการทางสังคมเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมภายใต้สังคมเปิด
(open society) ทุกคนตระหนักถึงปัญหาร่วมกัน
และมีความกระตือรือรนที่จะร่วมกันแก้ปัญหา หรือที่เรียกว่า ความเป็นประชาสังคม
(civil society)
ประการที่สี่ สิทธิมนุษยชนเป็นหลักการสำคัญ โอกาส
และความเสมอภาคของทุกคนในสังคมต้องเท่าเทียมกัน
การศีกษาเป็นกระบวนการหลักที่จะพัฒนาคน
ความล้มเหลวที่ผ่านมาเกิดจากคุณภาพของคนและประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ถูกตอกย้ำด้วยเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
การศึกษาต้องรับผิดชอบความผิดพลาดดังกล่าว เพื่อรับรองกระแสดังกล่าวคือ สถานศึกษา
โดยเฉพาะสถ่นศึกษาระดับขั้นพื้นฐา ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ตำบล กระจายอยู่ทั่วประเทศ
จะต้องรองรับประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน การกระจายอำนาจ
การสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งดังกล่าวและวิทธิมนุษยชนเบื้องต้น
ผู้บริหารสถานศึกษาดังกล่าว ถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดต่อภารกิจนี้
แนวคิดการจัดการศึกษาต้องเปลี่ยนแปลงปรับกระบวนทัศน์ใหม่
1. ปรับวิถีชีวิตประชาธิปไตยในโรงเรียน
และแพร่สู่ชุมชนรวมทั้งจัดโรงเรียนเป็นองค์การที่เปิดสร้างองค์กรชุมชนให้สามารถตรวจสอบการบริหารโรงเรียนได้
เน้นการมีส่วนร่วม ความโปร่งใส
และสามารถตรวจสอบได้
ผู้บริหารต้องเตรียมพร้อมในเรื่อง การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นแน่นอน
ชุมชนจะเข้มแข็งมีอำนาจมากขึ้น แนวโน้มโรงเรียนจะเป็นนิติบุคคล
บริหารแบบคณะบุคคลโดยชุมชนเข้ามาร่วมบริหาร นั่นหมายถึงจะเข้าตรวจสอบการบริหาร
ถ้าไม่เปิดกว้างไม่เตรียมพร้อมก่อนจะเกิดขัดแย้งในบทบาทมากเมื่อถึงเวลานั้น
2. บริหารจัดการโรงเรียนได้ดวยตนเอง อย่ารอรับการเปลี่ยนแปลง
หรือการสั่งการที่มาจากเบื้องบนเพียงเดียว มิติการบริหารในเรื่องนี้
เพื่อรองรับการกระจายอำนาจที่จะได้รับในอนาคต โดยเผยแร่แนวคิดนี้ให้กับชุมชน
โดยเฉพาะองค์การบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดกับโรงเรียนคือองค์การบริหารส่วนตำบล
หรือสุขาภิบาล
หรือเทศบาล
การบริหารที่ผ่านมาเป็นการรวมศูนย์อำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง สถานศึกษาต้องรอการสั่งการ
กำหนดนโยบายมาจากเบื้องบน จึงกลายเป็นวัฒนธรรมที่ยากจะแก้ไข
บัดนี้ฐานอำนาจจากข้างบนจะลงสู่ภาคประชาชน และหน่วยงานปฏิบัติ
ผู้บริหารสถานศึกษาต้องปรับความคิดและกระบวนการใหม่
3. สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในชุมชน
รวมทั้งการอนุรักษ์ภูมิปัญยาท้องถิ่นประเพณี วัฒนธรรม
สร้างกระแสการคิดการพึ่งพาตนเอง
ความตระหนักที่จะช่วยเหลือกันในชุมชน
การพัฒนาประเทศที่ผ่านมาได้ทำลายภูมิปัญญาท้องถิ่น
ความเป็นชุมชนวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม บัดนี้กระแสการพัฒนาจะหมุนกลับมา
ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีบทบาท ในการที่จะนำเรื่องนี้ให้ชุมชนเข้มแข็ง
ตระหนักในการที่จะพัฒนาช่วยเหลือตนเอง ซึ่งแนวคิดสิ่งต่าง ๆ
เหล่านี้เคยเกิดขึ้นในชุมชนครั้งหนึ่ง
แต่ถูกทำลายในระยะเวลาหนึ่ง
4. คิดให้เป็นระบบทำสิ่งที่ใกล้ตัว คิดให้เป็นระบบหมายถึง การมองปัญหาต่างๆ
เป็นระบบองค์กรรวมอย่างแยกส่วนและแก้ปัญหาในแต่ละส่วนซี่งไม่ถูกต้อง
ทุกปัญหาจะมีปัจจัยต่าง ๆ เกี่ยวข้องกันต้องแก้ทั้งหมด เช่น
โทษเด็กสมัยใหม่ว่าไม่ชอบอ่านหนังสือ ชอบฟุ้งเฟ้อ คุยเรี่องไร้สาระ
แต่เราไม่มองระบบการศึกษาที่ไม่สอนให้ค้นคิด สอนแต่ท่องจำ
ไม่ส่งเสริมการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองเป็นต้น ทำในสิ่งใกล้ตัว
การศึกษาไม่เน้นให้นักเรียนรู้สิ่งที่อยู่ใกล้ตัว สภาพสังคมเศรษฐกิจ
การเมืองของชุมชนในท้องถิ่น นักเรียนไม่รู้เรื่อง
ซึ่งขัดกับปรัชญาการศึกษาอย่างสิ้นเชิง
ในเมื่อไม่รู้สิ่งที่ใกล้ตัวก็ขาดความตระหนักถึงปัญหาของท้องถิ่น
ทำให้ท้องถิ่นอ่อนแอไม่สอดคล้องกับการพัฒนา ปัจจุบันซึ่งต้องสร้างรากฐานให้เข้ม
แข็ง
สถานศึกษามุ่งสอนนักเรียนให้เรียนต่อระดับสูงขึ้น นักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้มาก
ก็ชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของโรงเรียน ซึ่งเป็นการตีความคุณภาพไม่ถูกต้อง
ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย เกิดผลเสียต่อสังคมไทยอย่างร้ายแรง
สี่ประการน่าจะเป็นกระบวนทัศน์ในการบริหารสถานศึกษายุคใหม่
ปัญหาของชาติบ้านเมืองในปัจจุบัน จะเกิดขึ้น
และสำเร็จได้อยู่ที่ความตระหนักในการที่จะแก้ปัยหาร่วมกันผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งมีบทบาทสำคัญมาก
ถ้าเกิดความตระหนักก็สามารถช่วยบรรเทาปัญหาต่าง ๆ ได้ และจะส่งผลต่อการพัฒนาระยะยาว
จงทำการแก้ไขปัญหาก่อน ก่อนที่จะถูกบังคับให้กระทำแจ็กเวลซ์ เคยกล่าวว่า
"จงเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลง"

|