แนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อการประกันคุณภาพภายนอก

 

 

ดร.ปรีชา  บุญคมรัตน์

 

 

 

การบริหารงานสถานศึกษา    ในยุคปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำระบบประกันคุณภาพการศึกษาเข้ามาในสถานศึกษา  เราต้องจัดการศึกษาให้ได้ตาม  มาตรา  6    ที่ระบุว่า “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย  จิตใจ       สติปัญญา  ความรู้  และคุณธรรม  มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข” ดังนั้นการจัดการศึกษาต้องเน้นด้านคุณภาพให้มีมาตรฐานเป็นที่พึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องทั้งมวล  (Stakeholder)  การที่จะให้สังคมยอมรับและศัรทธาในสถานศึกษาว่าทำได้ตามที่เขียนไว้หรือไม่    สถานศึกษาจำเป็นต้องมีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาที่มีคุณภาพ  ซึ่งในมาตรา  48  แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542 กำหนดไว้ว่า  “ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง   โดยมีการจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา  และเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก” จะเห็นได้ว่าหากผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะความเป็นผู้นำสูง      เอาจริงเอาจังรู้จักกระจายอำนาจความรับผิดชอบที่เหมาะสม      ให้ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลแล้วจะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะส่งผลให้การประกันคุณภาพการศึกษาประสบความสำเร็จ

                   ผู้บริหารสถานศึกษาในยุคนี้  ไม่ควรรอให้มีการประกาศตั้งกระทรวงการศึกษา  ศาสนา  และวัฒนธรรม  ในวันที่  20  สิงหาคม  2545   ก่อนแล้วค่อยเน้นเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา  ถ้าคิดอย่างนั้นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์       สิ่งไหนที่ปฏิบัติได้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  ที่เกิดประโยชน์ต่อเยาวชนและประเทศชาติ      เราต้องรีบปฏิบัติ  ในโรงเรียนรัตนาธิเบศร์  จังหวัดนนทบุรี  ซึ่งเป็นโรงเรียนนำร่องปฏิรูปการศึกษาของจังหวัดนนทบุรีนั้น    เราได้ร่วมคิด  ร่วมวางแผน  ร่วมทำ  ร่วมติดตาม  ประเมินผล  และร่วมการพัฒนา      เราเข้าสู่ระบบการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา  ตั้งแต่ปีการศึกษา  2542  นั่นหมายถึง เมื่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้ประกาศใช้ในวันที่  19  สิงหาคม  2542  เราได้ดำเนินการทันทีโดยไม่รีรอ    ขณะนี้เราพร้อมที่จะรับการประเมินคุณภาพภายนอก

 

การเตรียมความพร้อมเพื่อการประกันคุณภาพภายนอก  ต้องดำเนินการตามขั้นตอน  ดังนี้

                1.  สร้างความตระหนัก  (Awareness)  เราได้จัดประชุม  อบรม     สัมมนาบุคลากรของโรงเรียนให้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการประกันคุณภาพการศึกษา  หรือการพัฒนาสถานศึกษาให้สนองพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542 อย่างต่อเนื่องและจริงจังเช่นการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการจัดทำธรรมนูญโรงเรียน  (School  Charter)  การจัดทำรายงาน  การประเมินตนเอง  (Self  Study  Report  หรือ  SSR)  การอบรมเชิงปฏิบัติการ   เรื่อง  “การวิจัยในชั้นเรียน”  “การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ”  “การวัดผลประเมินผลตามสภาพจริง”  ฯลฯ

                 2.  ให้บุคลากรทุกคนมีความมุ่งมั่น  (Attempt)  ในการปฏิบัติงานตามโครงการ/งาน/กิจกรรม  ที่ตนเองรับผิดชอบอย่างเสียสละ  ทุ่มเท  เพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานและตัวชี้วัดต่าง    โดยมุ่งเน้น  “ผู้เรียนสำคัญที่สุด”

                 3.  มุ่งความสำเร็จ  (Achievement)    ให้บุคลากรที่ร่วมรับผิดชอบโครงการ  งาน  หรือกิจกรรมต่าง    ได้ติดตามประเมินผล  ว่าที่ได้ดำเนินการแล้ว  ผลของความสำเร็จที่เกิดกับผู้เรียนสถานศึกษา  และครู – อาจารย์  มีอะไรบ้าง  อย่างไร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด  ทั้งด้านคุณลักษณะ     และผลสัมฤทธ์ทางการเรียนเป็นที่พึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียงหรือผู้เกี่ยวข้อง  (Stake – holder) หรือไม่  เพียงใด

                 ในการปฏิบัติงานทุกอย่างในสถานศึกษา  ต้องยึดวงจรคุณภาพของ  Dr.Demming  คือ  P D C A  หรือที่มาจากคำเต็มว่า  Plan  Do  Check  และ  Action  โดยเน้นการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน  เรามีคณะกรรมการสถานศึกษาที่มีคุณภาพ  สมาคมผู้ปกครองและครู    สมาคมศิษย์เก่าและสังคมโดยทั่วไปให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง  โรงเรียนรัตนาธิเบศร์  จังหวัดนนทบุรี    จึงพร้อมตลอดเวลา  สำหรับการประกันคุณภาพภายนอก