ภาวะผู้นำ
เป็นขบวนการสร้างสิ่งเร้าขบวนการพัฒนาและการทำงานกับคนในองค์การ เป็นขวนการมุ่งคน การมุ่งสร้างแรงจูงใจให้กับคน
การใช้มนุษย์สัมพันธ์หรือการปฏิสัมพันธ์ในองค์การการสื่อสารระหว่างบุคคล การสร้างบรรยากาศใน
องค์การ ความขัดแย้งระหว่างบุคคล
ความเจริญและการพัฒนานอกเหนือจากนั้นก็คือปัจจัยของมนุษย์ที่ส่งเสริมการผลิต
ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นในการปฏิบัติการขององค์การ
เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจในจุดหมาย การตัดสินใจเลือกทางเลือก
ใหม่
การสนับสนุนส่งเสริมการบริการการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้น
การนำหลักการเปลี่ยนแปลงมาใช้ในองค์การและปัจจัยต่าง ๆ
ซึ่งสร้างความพึงพอใจหรือบางครั้งมีผลในทางตรงกันข้าม
คือสร้างความไม่พึงพอใจของมนุษย์ในองค์การ
ภาวะผู้นำทางการศึกษากับผู้บริหารการศึกษาจะต้องเหมือนกัน
หมายความว่าผู้บริหารการศึกษาจะต้องมีคุณสมบัติของภาวะผู้นำนั้นเอง
การเป็นผู้บริหารสมัยใหม่ต้องการความเป็นผู้นำในการบริหารงานของตน
จึงจะกล่าวได้ว่าเป็นผู้บริหารสมัยใหม่ ทั้งนี้
เพราะผู้บริหารสมัยใหม่ตระหนักดีว่ามนุษย์มีความแตกต่างกันตามลำดับขั้นของความต้องการจำเป็น
ซึ่งต่างกับการทำงานกับเครื่องกลหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กฎเกณฑ์ตายตัวได้ในการสั่งให้เครื่องทำงาน แต่การสั่งให้มนุษย์ทำ
งานด้วยกฎเกณฑ์ที่ตายตัวอาจได้ผลมากบ้างน้อยบ้าง หรือไม่ได้ผลเอาเสียเลยก็เป็นได้ ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องใช้ศาสตร์ คือความรู้ในเรื่องระเบียบ ทฤษฎีต่าง ๆ
และศิลปในการบริหารทฤษฎีจะเป็นเครื่องมือและเครื่องช่วยนำทางสำหรับผู้บริหาร
ถ้าไม่มีทฤษฎีการบริหารงานจะประสบความสำเร็จก็ด้วยเหตุบังเอิญเท่านัน
ส่วนศิลปะนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถนำเอาทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติได้ ภาวะผู้นำหมายถึงอะไร ภาวะผู้นำมีอยู่หลายความหมาย อาจจะเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการด้วยกัน ประการแรก ภาวะผู้นำมีขอบเขตกว้างขวางและเกี่ยวกับตัวแปรต่าง ๆ มากมาย ประการที่สอง
ภาวะผู้นำเป็นผลงานของสหวิทยากร
สหสถาบันและ
สหอาชีพ
ฉะนั้นวิธีการมองภาวะผู้นำของแต่ละวิชา สถาบันและอาชีพจึงแตกต่างกันออกไป ประการสุดท้าย
องค์ความรู้เกี่ยวกับภาวะผู้นำยังถือเป็นข้อยุติไม่ได้
เรื่องจากผลการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังขัดแงกันอยู่มาก แต่อย่างไรก็ตาม
จะได้นำเสนอทัศนะของนักวิชาการบางท่านเท่านั้น
ตามความเห็นของพีดเลอร์นั้น
ภาวะผู้นำหมายถึงความสัมพันธ์ส่วนบุคคลซึ่งมีบุคคลหนึ่งคอยอำนวยการ
ประสานงานและดูแลควบคุมคนอื่น ๆ
ในการปฏิบัติงานร่วมกัน
ต่อมาในปี ค.ศ. 1971
พีดเลอร์ได้ให้ความหมายที่เฉพาะเจาะจงซึ่งมองเห็นได้ในทางปฏิบัติไว้ว่า การที่ผู้นำมีอำนาจเหนือบุคคลอื่น ๆ
อำนาจเหนือบุคคลอื่น ๆ นี้จะช่วยให้ผู้นำสามารถปฏิบัติงานซึ่งเขาไม่สามารถปฏิบัติคนเดียวได้เป็นผลสำเร็จ อย่างไรก็ดี อำนาจเหนือบุคคลอื่น ๆ
ของผู้นำนี้
รวมไปถึงการหามาตรการที่จะให้ผู้ตามได้ยอมรับหรืออย่างน้อยที่สุดก็เต็มใจที่จะปฏิบัติตามความประสงค์ของผู้นำอยู่ด้วย ชมิดต์ ได้ให้ความหมายของภาวะ
ผู้นำไว้อย่างกว้าง ๆ
ว่า
หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนคนหนึ่ง (ผู้นำ)
กับกลุ่ม (ผู้ตาม)
และความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้เกิดจาก
การที่ผู้นำและกลุ่มผู้ตามมีผลประโยชน์ร่วมกันและประพฤติตนเอย่างภายใต้การอำนวยการหรือการกำหนดแนวทางผู้นำ
จะเห็นได้ว่าความหมายของภาวะผู้นำของชมิดต์ มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่ให้ไว้โดยพีดเลอร์ จากการพิจารณาดูความหมายของภาวะผู้นำที่นักวิชาการทั้งหลายที่ให้ไว้ข้างต้นนั้น ผู้เขียนขอสรุปว่า ภาวะผู้นำหมายถึงการที่บุคคลคนหนึ่ง (ผู้นำ) พยายามที่จะใช้กำลังสมอง กำลังกายและกำลังใจเพื่อจูงใจหรือดลใจเช่นนั้น
จะต้องไม่เป็นการบังคับตลอดจนต้องได้รับความยินยอมจากผู้ตามด้วย
สิ่งที่จะพิจารณาความเป็นผู้นำ
1. ผู้นำมีผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ใช่ผู้บริหารทั้งหมดที่เป็นผู้นำ ผู้บริหารมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่ต้องให้การนิเทศ
แต่ถ้าบุคคลเหล่านี้ไม่เต็มใจยอมรับหรือปฏิบัติตามการนิเทศแสดงว่า ผู้บริหารมิได้เป็นผู้นำ ผู้ใต้บังคับบัญชา
อาจปฏิบัติตามเพราะเกิดความกลัวก็ได้
แต่มิใช่การปฏิบัติตามเพื่อสนองตอบภาวะผู้นำในลักษณะที่เหมือนกันนั้น ไม่ใช่ผู้นำทุกคนที่เป็นผู้บริหาร
ผู้นำอาจไม่ใช่ผู้บริหารก็ได้ ตัวอย่างเช่น ผู้นำที่ไม่เป็นทางการในกลุ่มการทำงาน
เป็นผู้นำมีภาวะผู้นำแต่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร
2. ผู้นำต้องเป็นผู้ตัดสินใจ Zaleznik ได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของความคาดหวังของพฤติกรรมของผู้
บริหารกับผู้นำ
ผู้บริหารถูกคาดหวังให้เป็นผู้ตัดสินใจและผู้แก้ปัญหา
บรรดาผู้บริหารทั้งหลายใช้ความคิดในการวิเคราะห์ในขบวนการที่จะนำให้เป้าหมายขององค์การประสบผลสำเร็จ
ผู้นำถูกค่าหวังว่าต้องเป็นบุคคลที่น่านับถือ มีทรรศนะกว้างไกล
จะทำให้ผู้
ร่วมงานมีความหวังและมีความคาดหวังสูง
3. ผู้นำต้องรู้ใจลูกน้อย
ทั้งผู้บริหารและผู้นำต้องรู้ความต้องการขององค์การและความต้องการของสมาชิก
อย่างไรก็ตาม
ผู้บริหารต้องปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์การในขณะที่ผู้นำต้องรู้ความต้องการของสมาชิก
ผู้บริหารไม่สามารถจะเป็นผู้บริหารที่ดีได้ ถ้าไม่ทราบเป้าหมายขององค์การ
ผู้นำก็ไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้ถ้าไม่ทราบความต้องการและ
ความพึงพอใจของสมาชิกของตนเองได้
แบบจำลองขบวนการภาวะผู้นำ
ภาวะผู้นำเป็นภาวะการทางสังคมที่สลับซับซ้อน ซึ่งมีผลกระทบต่อบุคคลและปัจจัยต่าง
ๆ ในองค์การรวมถึงสิ่งต่อไปนี้
1. คุณลักษณะต่าง ๆ
ส่วนบุคคลของผู้นำ
2. พฤติกรรมของผู้นำ
3. ปัจจัยสถานะการณ์ต่าง ๆ
เช่น ผู้ใต้บังคับบัญชา งานและการปฏิบัติงานในองค์การ
แบบจำลองขบวนการภาวะผู้นำในภาพนี้ชี้ให้เห็นปัจจัยต่าง ๆ
ซึ่งส่งผลให้ภาวะผู้นำมีประสิทธิภาพ
ซึ่งได
้อธิบายว่าขบวนการต่าง
ๆ ซึ่งมีคุณลักษณะต่าง
ๆ
ส่วนตัวของผู้นำและปัจจัยต่าง
ๆ ในสิ่งแวดล้อม
ซึ่งมีผลกระทบต่อการเลือกพฤติกรรมผู้นำ อิทธิผลต่าง ๆ
ของกลุ่มสมาชิกในการปฏิบัติงานที่ทำให้ผู้นำมีประสิทธิภาพ แบบจำลองประกอบด้วยสิ่งต่าง ๆ
ดังต่อไปนี้
แบบจำลองของภาวะผู้นำแปรเปลี่ยนไปตามปัจจัยต่อไปนี้
1. คุณลักษณะส่วนบุคคล (Personal trait) ผู้บริหารมีคุณลักษณะเฉพาะ ทัศนคติแรงจูงใจและบุคลิก
ภาพ คุณลักษณะเหล่านี้มีอิทธิผลต่อพฤติกรรม ต่อผู้นำ ตัวอย่าง
ผู้บริหารผู้ที่เชื่อมั่นบุคคลอื่นย่อมปรึกษาหารือกับผู้ใต้บังคับ
บัญชามากกว่าผู้บริหารที่ไม่เชื่อมั่นผู้ใต้บังคับบัญชา
2. พฤติกรรมผู้นำ (Leader
Behavior)
ผู้บริหารจะแสดงรูปแบบพฤติกรรมในการบริหารบุคคล
พฤติกรรมผู้นำเหล่านี้เป็นปฏิกริยาจากคุณลักษณะส่วนบุคคลของเขา และความต้องการของสถานการณ์ พฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือ
2.1 การสั่งการ
2.2 การสนับสนุน
2.3 การมีส่วนร่วม
2.4 พฤติกรรมมุ่งผลสัมฤทธิ์
3. ปัจจัยสถานการณ์ (Situation Factors) ผู้บริหารไม่ได้ทำงานอยู่ในสุญญากาศ สิ่งแวดล้อมมีอิทธิผล
ต่อพฤติกรรมของเขา ปัจจัยสถานการณ์ ปัจจัยต่าง ๆ
ที่สำคัญของสถานการณ์
3.1 กลุ่มงาน
3.2 สมาชิกของกลุ่ม
3.3 การปฏิบัติงานในองค์การ เป็นอำนาจที่เป็นทางการที่เป็นที่ยอมรับ
4. ความกลมกลืนของภาวะผู้นำ (Leadership match) เมื่อผู้บริหารได้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมือนผู้นำ
ผู้บริหารจำเป็นต้องใช้พฤติกรรมผู้นำ ซึ่งเหมาะสมกับคุณลักษณะประจำตัวของเขาและความต้องการตามสถานการณ์ ถ้าไม่กลมกลืนกันก็ย่อมไม่มีประสิทธิภาพ
ภาวะผู้นำจะกลมกลืนกันจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ
4.1 เลือกสถานการณ์ของภาวะผู้นำซึ่งเหมาะสมกับคุณลักษณะส่วนตัวของผู้บริหารและพฤติกรรมของผู้นำ
4.2 ปรับปัจจัยต่าง ๆ
ของสถานการณ์ให้เหมาะสมกับผู้บริหาร
คุณลักษณะประจำตัวและพฤติกรรมของผู้บริหาร
4.3
เพิ่มแบบภาวะผู้นำให้มากให้กลมกลืนกับสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนไป
5. ประสิทธิผลของภาวะผู้นำ ประสิทธิผลของภาวะผู้นำอาจวัดได้โดยดูระดับซึ่งผู้บริหารบรรลุถึงเป้าประสงค์ขององค์การและผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับการสนองตอบความต้องการ
รูปแบบจำลองนี้เป็นมโนทัศน์ของขบวนการผู้นำในองค์การและเป็นการพิจารณาถึงประสิทธิผลของภาวะผู้นำหลายทฤษฎี ภาวะผู้นำได้มีตัวแปรเปลี่ยนไป ตัวอย่างเช่น
ทฤษฎีคุณลักษณะของผู้นำสัมพันธ์กับคุณลักษณะของบุคคลที่เป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพทฤษฎีสถานการณ์ศึกษาคุณลักษณะของบุคคล พฤติกรรมของผู้นำและปัจจัยสถานการณ์
