ภาวะผู้นำในการบริหารการศึกษา

 

 

ประชุม  โพธิกุล

  สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา

 

 

ภาวะผู้นำ  เป็นขบวนการสร้างสิ่งเร้าขบวนการพัฒนาและการทำงานกับคนในองค์การ  เป็นขวนการมุ่งคน  การมุ่งสร้างแรงจูงใจให้กับคน  การใช้มนุษย์สัมพันธ์หรือการปฏิสัมพันธ์ในองค์การการสื่อสารระหว่างบุคคล  การสร้างบรรยากาศใน
องค์การ  ความขัดแย้งระหว่างบุคคล  ความเจริญและการพัฒนานอกเหนือจากนั้นก็คือปัจจัยของมนุษย์ที่ส่งเสริมการผลิต  ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นในการปฏิบัติการขององค์การ   เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจในจุดหมาย  การตัดสินใจเลือกทางเลือก
ใหม่  การสนับสนุนส่งเสริมการบริการการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้น  การนำหลักการเปลี่ยนแปลงมาใช้ในองค์การและปัจจัยต่าง    ซึ่งสร้างความพึงพอใจหรือบางครั้งมีผลในทางตรงกันข้าม  คือสร้างความไม่พึงพอใจของมนุษย์ในองค์การ

                                ภาวะผู้นำทางการศึกษากับผู้บริหารการศึกษาจะต้องเหมือนกัน          หมายความว่าผู้บริหารการศึกษาจะต้องมีคุณสมบัติของภาวะผู้นำนั้นเอง  การเป็นผู้บริหารสมัยใหม่ต้องการความเป็นผู้นำในการบริหารงานของตน      จึงจะกล่าวได้ว่าเป็นผู้บริหารสมัยใหม่  ทั้งนี้  เพราะผู้บริหารสมัยใหม่ตระหนักดีว่ามนุษย์มีความแตกต่างกันตามลำดับขั้นของความต้องการจำเป็น  ซึ่งต่างกับการทำงานกับเครื่องกลหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กฎเกณฑ์ตายตัวได้ในการสั่งให้เครื่องทำงาน  แต่การสั่งให้มนุษย์ทำ
งานด้วยกฎเกณฑ์ที่ตายตัวอาจได้ผลมากบ้างน้อยบ้าง  หรือไม่ได้ผลเอาเสียเลยก็เป็นได้  ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องใช้ศาสตร์  คือความรู้ในเรื่องระเบียบ  ทฤษฎีต่าง    และศิลปในการบริหารทฤษฎีจะเป็นเครื่องมือและเครื่องช่วยนำทางสำหรับผู้บริหาร  ถ้าไม่มีทฤษฎีการบริหารงานจะประสบความสำเร็จก็ด้วยเหตุบังเอิญเท่านัน  ส่วนศิลปะนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถนำเอาทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติได้  ภาวะผู้นำหมายถึงอะไร  ภาวะผู้นำมีอยู่หลายความหมาย  อาจจะเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการด้วยกัน  ประการแรก  ภาวะผู้นำมีขอบเขตกว้างขวางและเกี่ยวกับตัวแปรต่าง ๆ  มากมาย  ประการที่สอง  ภาวะผู้นำเป็นผลงานของสหวิทยากร  สหสถาบันและ
สหอาชีพ  ฉะนั้นวิธีการมองภาวะผู้นำของแต่ละวิชา  สถาบันและอาชีพจึงแตกต่างกันออกไป  ประการสุดท้าย  องค์ความรู้เกี่ยวกับภาวะผู้นำยังถือเป็นข้อยุติไม่ได้  เรื่องจากผลการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังขัดแงกันอยู่มาก  แต่อย่างไรก็ตาม  จะได้นำเสนอทัศนะของนักวิชาการบางท่านเท่านั้น

                                ตามความเห็นของพีดเลอร์นั้น  ภาวะผู้นำหมายถึงความสัมพันธ์ส่วนบุคคลซึ่งมีบุคคลหนึ่งคอยอำนวยการ 
ประสานงานและดูแลควบคุมคนอื่น    ในการปฏิบัติงานร่วมกัน  ต่อมาในปี  ค.ศ.  1971  พีดเลอร์ได้ให้ความหมายที่เฉพาะเจาะจงซึ่งมองเห็นได้ในทางปฏิบัติไว้ว่า 
“การที่ผู้นำมีอำนาจเหนือบุคคลอื่น    อำนาจเหนือบุคคลอื่น    นี้จะช่วยให้ผู้นำสามารถปฏิบัติงานซึ่งเขาไม่สามารถปฏิบัติคนเดียวได้เป็นผลสำเร็จ  อย่างไรก็ดี  อำนาจเหนือบุคคลอื่น ๆ  ของผู้นำนี้  รวมไปถึงการหามาตรการที่จะให้ผู้ตามได้ยอมรับหรืออย่างน้อยที่สุดก็เต็มใจที่จะปฏิบัติตามความประสงค์ของผู้นำอยู่ด้วย  ชมิดต์  ได้ให้ความหมายของภาวะ
ผู้นำไว้อย่างกว้าง    ว่า  หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนคนหนึ่ง  (ผู้นำ)  กับกลุ่ม  (ผู้ตาม)  และความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้เกิดจาก
การที่ผู้นำและกลุ่มผู้ตามมีผลประโยชน์ร่วมกันและประพฤติตนเอย่างภายใต้การอำนวยการหรือการกำหนดแนวทางผู้นำ  จะเห็นได้ว่าความหมายของภาวะผู้นำของชมิดต์  มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่ให้ไว้โดยพีดเลอร์     จากการพิจารณาดูความหมายของภาวะผู้นำที่นักวิชาการทั้งหลายที่ให้ไว้ข้างต้นนั้น  ผู้เขียนขอสรุปว่า  ภาวะผู้นำหมายถึงการที่บุคคลคนหนึ่ง  (ผู้นำ)  พยายามที่จะใช้กำลังสมอง  กำลังกายและกำลังใจเพื่อจูงใจหรือดลใจเช่นนั้น  จะต้องไม่เป็นการบังคับตลอดจนต้องได้รับความยินยอมจากผู้ตามด้วย

สิ่งที่จะพิจารณาความเป็นผู้นำ

                                1.  ผู้นำมีผู้ใต้บังคับบัญชา  ไม่ใช่ผู้บริหารทั้งหมดที่เป็นผู้นำ  ผู้บริหารมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่ต้องให้การนิเทศ 
แต่ถ้าบุคคลเหล่านี้ไม่เต็มใจยอมรับหรือปฏิบัติตามการนิเทศแสดงว่า  ผู้บริหารมิได้เป็นผู้นำ  ผู้ใต้บังคับบัญชา  อาจปฏิบัติตามเพราะเกิดความกลัวก็ได้  แต่มิใช่การปฏิบัติตามเพื่อสนองตอบภาวะผู้นำในลักษณะที่เหมือนกันนั้น  ไม่ใช่ผู้นำทุกคนที่เป็นผู้บริหาร 
ผู้นำอาจไม่ใช่ผู้บริหารก็ได้  ตัวอย่างเช่น  ผู้นำที่ไม่เป็นทางการในกลุ่มการทำงาน  เป็นผู้นำมีภาวะผู้นำแต่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร

                                2.  ผู้นำต้องเป็นผู้ตัดสินใจ  Zaleznik  ได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของความคาดหวังของพฤติกรรมของผู้
บริหารกับผู้นำ  ผู้บริหารถูกคาดหวังให้เป็นผู้ตัดสินใจและผู้แก้ปัญหา  บรรดาผู้บริหารทั้งหลายใช้ความคิดในการวิเคราะห์ในขบวนการที่จะนำให้เป้าหมายขององค์การประสบผลสำเร็จ  ผู้นำถูกค่าหวังว่าต้องเป็นบุคคลที่น่านับถือ  มีทรรศนะกว้างไกล  จะทำให้ผู้
ร่วมงานมีความหวังและมีความคาดหวังสูง

                                3.  ผู้นำต้องรู้ใจลูกน้อย  ทั้งผู้บริหารและผู้นำต้องรู้ความต้องการขององค์การและความต้องการของสมาชิก 
อย่างไรก็ตาม  ผู้บริหารต้องปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์การในขณะที่ผู้นำต้องรู้ความต้องการของสมาชิก       ผู้บริหารไม่สามารถจะเป็นผู้บริหารที่ดีได้  ถ้าไม่ทราบเป้าหมายขององค์การ  ผู้นำก็ไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้ถ้าไม่ทราบความต้องการและ
ความพึงพอใจของสมาชิกของตนเองได้

แบบจำลองขบวนการภาวะผู้นำ

                                ภาวะผู้นำเป็นภาวะการทางสังคมที่สลับซับซ้อน  ซึ่งมีผลกระทบต่อบุคคลและปัจจัยต่าง ๆ  ในองค์การรวมถึงสิ่งต่อไปนี้

                                1.  คุณลักษณะต่าง    ส่วนบุคคลของผู้นำ

                                2.  พฤติกรรมของผู้นำ

                                3.  ปัจจัยสถานะการณ์ต่าง    เช่น  ผู้ใต้บังคับบัญชา  งานและการปฏิบัติงานในองค์การ

                                แบบจำลองขบวนการภาวะผู้นำในภาพนี้ชี้ให้เห็นปัจจัยต่าง    ซึ่งส่งผลให้ภาวะผู้นำมีประสิทธิภาพ  ซึ่งได
้อธิบายว่าขบวนการต่าง    ซึ่งมีคุณลักษณะต่าง ๆ  ส่วนตัวของผู้นำและปัจจัยต่าง    ในสิ่งแวดล้อม  ซึ่งมีผลกระทบต่อการเลือกพฤติกรรมผู้นำ  อิทธิผลต่าง    ของกลุ่มสมาชิกในการปฏิบัติงานที่ทำให้ผู้นำมีประสิทธิภาพ  แบบจำลองประกอบด้วยสิ่งต่าง    ดังต่อไปนี้


แบบจำลองของภาวะผู้นำแปรเปลี่ยนไปตามปัจจัยต่อไปนี้

                                1.  คุณลักษณะส่วนบุคคล  (Personal  trait)  ผู้บริหารมีคุณลักษณะเฉพาะ  ทัศนคติแรงจูงใจและบุคลิก
ภาพ  คุณลักษณะเหล่านี้มีอิทธิผลต่อพฤติกรรม  ต่อผู้นำ  ตัวอย่าง  ผู้บริหารผู้ที่เชื่อมั่นบุคคลอื่นย่อมปรึกษาหารือกับผู้ใต้บังคับ
บัญชามากกว่าผู้บริหารที่ไม่เชื่อมั่นผู้ใต้บังคับบัญชา

                                2.  พฤติกรรมผู้นำ  (Leader  Behavior)  ผู้บริหารจะแสดงรูปแบบพฤติกรรมในการบริหารบุคคล 
พฤติกรรมผู้นำเหล่านี้เป็นปฏิกริยาจากคุณลักษณะส่วนบุคคลของเขา  และความต้องการของสถานการณ์  พฤติกรรมต่าง ๆ   เหล่านี้ก็คือ

                                                2.1  การสั่งการ

                                                2.2  การสนับสนุน

                                                2.3  การมีส่วนร่วม

                                                2.4  พฤติกรรมมุ่งผลสัมฤทธิ์

                                3.  ปัจจัยสถานการณ์  (Situation  Factors)  ผู้บริหารไม่ได้ทำงานอยู่ในสุญญากาศ  สิ่งแวดล้อมมีอิทธิผล
ต่อพฤติกรรมของเขา  ปัจจัยสถานการณ์  ปัจจัยต่าง    ที่สำคัญของสถานการณ์

                                                3.1  กลุ่มงาน

                                                3.2  สมาชิกของกลุ่ม

                                                3.3  การปฏิบัติงานในองค์การ  เป็นอำนาจที่เป็นทางการที่เป็นที่ยอมรับ

                                4.  ความกลมกลืนของภาวะผู้นำ  (Leadership  match)  เมื่อผู้บริหารได้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมือนผู้นำ  ผู้บริหารจำเป็นต้องใช้พฤติกรรมผู้นำ ซึ่งเหมาะสมกับคุณลักษณะประจำตัวของเขาและความต้องการตามสถานการณ์  ถ้าไม่กลมกลืนกันก็ย่อมไม่มีประสิทธิภาพ  ภาวะผู้นำจะกลมกลืนกันจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ

                                                4.1  เลือกสถานการณ์ของภาวะผู้นำซึ่งเหมาะสมกับคุณลักษณะส่วนตัวของผู้บริหารและพฤติกรรมของผู้นำ

                                                4.2  ปรับปัจจัยต่าง    ของสถานการณ์ให้เหมาะสมกับผู้บริหาร  คุณลักษณะประจำตัวและพฤติกรรมของผู้บริหาร

                                                4.3  เพิ่มแบบภาวะผู้นำให้มากให้กลมกลืนกับสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนไป

                                5.  ประสิทธิผลของภาวะผู้นำ  ประสิทธิผลของภาวะผู้นำอาจวัดได้โดยดูระดับซึ่งผู้บริหารบรรลุถึงเป้าประสงค์ขององค์การและผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับการสนองตอบความต้องการ

                                รูปแบบจำลองนี้เป็นมโนทัศน์ของขบวนการผู้นำในองค์การและเป็นการพิจารณาถึงประสิทธิผลของภาวะผู้นำหลายทฤษฎี  ภาวะผู้นำได้มีตัวแปรเปลี่ยนไป  ตัวอย่างเช่น  ทฤษฎีคุณลักษณะของผู้นำสัมพันธ์กับคุณลักษณะของบุคคลที่เป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพทฤษฎีสถานการณ์ศึกษาคุณลักษณะของบุคคล  พฤติกรรมของผู้นำและปัจจัยสถานการณ์