การจะเป็นผู้บริหารรั้นยากยิ่ง
แต่การเป็นผู้บริหารที่ดีนั้นยากยิ่งกว่า
จากประสบการณ์และการเรียนรู้จากผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ
พบว่าองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ผู้บริหารประสบความสำเร็จในชีวิตของการเป็นนักบริหาร
คือ
1. บุคลิกภาพ (ดี)
มีคำกล่าวว่า "มาดดี มีชัยไปกว่าครึ่ง"
ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจะต้องพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพที่ดีอยู่เสมอ
กล่าววคือ จะต้องเป็นผู้ที่มี "จิตใจแจ่มใส กายสง่า และวาจาดี"
จิตใจแจ่มใส หมายถึงการมีจิตใจที่แจ่มใส
ร่างเริงเบิกบานอยู่เสมอ การรู้จักมองโลกในแง่ดีและมีอารมณ์ขันไม่บ่น ไม่บึ้ง
และไม่เบี้ยว
กายสง่า การแต่งกาย ท่าทาง การวางตัว จะต้องถูกต้องเหมาะสมและภูมิฐาน
วาจาดี ผู้บริหารที่ดีจะต้อง "พูดดี พูดเป็น" อดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย
ชุณหวัณ กล่าวว่า "ก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด หลังพูดคำพูดเป็นนายเรา"
ฉะนั้นผู้บริหารจะต้องพัฒนาตนเองให้เป็นคนคิดก่อนพูดไม่ใช้พูดก่อนคิด
การพูดไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นพรแสวงที่ฝึกได้หัดได้ จะพูดแต่ละครั้ง
พึงระลึกถึงคำกลอนของสุนทรภู่ที่สอนว่า
"อันมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก
จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา
จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ"
2. ความรู้
(ดี)
ผู้รู้สอนว่า
"รู้อะไรให้รู้เป็รนครูเขา
จะได้เบาแรงตนเร่งขวนขวาย
มีข้าไทใช้สอยค่อยสบาย
ตัวเป็นนายโง่เง่าบ่าวไม่เกรง"
"อันข้าไทได้พึ่งเขาจึงรัก
ถ้าถอยศักดิ์เสื่อมอำนาจวาสนา
เขาหน่ายหนีมิได้อยู่คู่ชีวา
แต่วิชานั้นคู่กายจนวายปราณ"
ผู้บริหารที่ดีนั้นต้อง
"Know Something in everything" รู้บางสิ่งในทุกสิ่ง (ความรู้ทั่ว ๆ
ไปต้องรู้กว้างและรู้ไกล)
"Know everthing in Something" รู้ทุกสิ่งในบางสิ่ง
(รู้งานในหน้าที่ที่ต้องรู้ลึก)
"ผู้บริหารในยุคปฏิรูปการศึกษาจะต้องเป็นผู้นำทางวิชาการ
และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ"
3. (มี)
วิสัยทัศน์
ผู้บริหารที่ดีต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
วิสัยทัศน์ของบุคคลเกิดจากประสบการณ์และการเรียนรู้
ประสบการณ์และการเรียนรู้เกิดจากการได้อ่าน ได้ฟัง ได้ ดู และได้ปฏิบัติ
คนที่มีประสบการณ์และการเรียนรู้มาก ๆ คือ คนที่ได้อ่าน ได้ดู ได้ฟัง
และได้ปฏิบัติมามากย่อมมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
วิสัยทัศน์จะต้องควบคู่กับการปฏิบัติเสมอ "Vision with action" จึงบรรลุผล
ถ้ามีวิสัยทัศน์ แต่ขาดการนำสู่การปฏิบัติ "Vision without action"
ก็เท่ากับการเพ้อฝันเท่านั้นเอง
4. (มี)
ภาวะผู้นำ
มีคำกล่าวว่า "ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำ แต่ผู้นำไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหาร"
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์ถึงความสำคัญของผู้นำไว้ดัวนี้
"โขลงช้างย่อมมีพญษสาร
ครอบครองบริวารทั้งหลาย
ฝูงโคขุนโคก็เป็นนาย
มุ่งหมายนำพวกไปหากิน
ฝูงหงส์มีเหมราชา
สกุณามีขุนปักษิณ
เทวายังมีศักริทร์
เป็นมิ่งเทวัญชั้นฟ้า
เหล่าคนจะต้องเป็นคณะ
ถ้าต่างคิดเกะกะตามประสา
จะตั้งอยู่ได้ดีสักกี่เพลา
ดูท่าจะยับอับจน
จำเป็นต้องมีหัวหน้า
กะการบัญชาให้เป็นผล
กองทัพบริบูรณ์ด้วยผู้คน
ไม่มีจุมพลจะสู้ใคร"
ภาวะผู้นำมีหลายแบบ แต่ละแบบมีดีและมีเสีย ไม่มีวิธีที่ดีที่สุด "There is no best
way" ผู้นำที่ฉลาด
คือผู้ที่รู้จักเลือกใช้ภาวะผู้นำให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ บุคคล
และสภาพแวดล้อม
5. (มี)
มนุษยสัมพันธ์
ผู้บริหารจะต้องทำงานกับบุคคลหลายฝ่าย ทั้งผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน
ผู้ใต้บังคับบัญชาและบุคคลทั่วไป ดังนั้น
จึงต้องพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับนาย ลูกน้อง เพื่อน และคนทุกคน
คำกล่าวต่อไปนี้ล้วนแต่ให้ความรู้สึกที่ดี
ในเชิงของการสร้างมนุษยสัมพันธื
"ไมาฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย
ไม่ขายเพื่อน"
"สนับสนุนน้อง
สนองนโยบายนาย"
"จริงใจกับมิตร
พิชิตใจมวลชน"
"อุ้มน้อง ประคองพี่
กอดคอเพื่อน"
"นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน ขึ้นที่สูงไม่ได้"
ในทางตรงกันข้าม
การทะเลาะเบาะแว้งกับบุคคลอื่นเป็ฯสิ่งที่ผู้บริหารควรละเว้นเสียเป็ฯดีที่สุด
6. (มี)
คุณธรรมจริยธรรม
คุณธรรมประดุจดั่งโลหิตที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของผู้บริหารให้เป็นผู้ คิดดี พูดดี
ทำดี และสามารถ ครองตน ครองคน และครองงาน ได้อย่างสง่างาม มีคำกล่าวว่า
"ความดีฉกชิงวิ่งราวกันไม่ได้
ความชั่วนั้นทดแทนกันไม่ได้
ความกล้าแบ่งปันกันไม่ได้"
ผู้บริหารที่ดีจะต้องหมั่นตรวจสอบตนเองให้เป็นผู้มีคุณธรรม
และจริยธรรมอยู่เสมอ
การเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมนั้นจะทำให้ผู้บริหารได้รับความรัก ความเคารพ
ควมเชื่อถือ และความศรัทธาจากผู้ใต้บังคับบัญชา
และบุคคลทั่วไป
ผู้บริหารพึงระวัง 4 ส. และ 4 อ.
ต่อไปนี้
4
ส.
1.
สตรี
2.
สตางค์
3.
สุรา
4.
สรรเสริญ
4
อ.
1.อำนาจ
2.อาฆาต
3.อารมณ์
4.อคติ
เสียงกู่จากผู้น้อยในคำกลอนต่อไปนี้
จะช่วยสะกิดเตือนใจผู้บริหารให้ตระหนักในคุณค่าของความดี และมีคุณธรรม
คือ
"อธิษฐานตั้งใจ
ไว้เต็มที่
เกิดชาตินี้ชาติไหนไม่รู้จบ
หากเกิดเป็นผู้น้อยคอยไหว้
ขอได้พบนายดีมีคุณธรรม"
7. บริหารจัดการ
(ดี)
ประสิทธิภาพขององค์กรขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของผู้บริหาร
ผู้บริหารที่ดีจะต้อง "See throough" ในงานที่รับผิดชอบ
สามารถมองภาพของงานได้ตลอแนวรู้จักการวิจัยและพัฒนางาน (Research and Development)
และรู้จักนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทางการบริหารมาใช้ในการพัฒนางานอยู่เสมอ
มีผู้กำหนดประเภทของผู้บริหารเป็น 4 ประเภท
ดังนี้
ประเภทที่ 1 งานก็ไม่สน คนก็ไม่สร้าง
(ไม่ได้ทั้งงานและไม่ได้ทั้งคน)
ประเภทที่ 2 งานสน แต่คนไม่สร้าง (ได้งาน
แต่ไม่ได้คน)
ประเภทที่ 3 งานไม่สน แต่คนสร้าง (ได้คน
แต่ไม่ได้งาน)
ประเภทที่ 4 งานก็สน คนก็สร้าง (ได้ทั้งคน
และได้ทั้งงาน)
โดยปกติทั่ว ๆ ไป เรามักจะพบเห็นผู้บริหารประเภทที่ 1หรือ 2 หรือ 3
ส่วนประเภทที่ 4 นั้นหายากแต่อยากจะเรียนว่า ถ้าบริหารแล้วได้ทั้งงานและได้ทั้งคน
คือสุดยอดของนักบริหาร มีคำกลอนน่าคิดว่า
"ไม่มีองค์การเยี่ยม
แต่ผู้บริหารแย่
และไม่มีองค์การแย่
แต่ผู้บริหารเยี่ยม"
ดังนั้นผู้บริหารมืออาชีพต้องพัฒนาตน พัฒนาคน และพัฒนางาน
เพื่อให้ภารกิจขององค์การยรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผลให้จงได้
บริหารแล้ว ลูกน้องพอใจได้งาน ผู้บริหารก็เป็นสุข หรืองานบรรลุ
คนก็เป็นสุขนั่นเอง
ใคร่ขอสรุปอีกครั้งหนึ่งว่า ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จนั้นจะต้องมีคุณสมบัติ หรือ
คุณลักษณะดังนี้
1.
บุคลิกภาพดี
2.
ความรู้ดี
3. มีวิสัยทัศน์
4.
มีภาวะผู้นำ
5.
มีมนุษยสัมพันธ์
6.
มีคุณธรรมจริยธรรม
7. บริหารจัดการดี

|