บทคัดย่อ
ชื่อโครงการ การยอมรับและความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการปรับปรุงระบบราชการ
และระบบข้าราชการของกระทรวงศึกษาธิการ
Aceptance and Feasibility to Implementation of The Measures to Improve Bureaucracies and their systems of The Ministry of Educatio
ชื่อผู้วิจัย นายนิธิธัช กิตติวิสาร
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยประเภททั่วไป ประจำปี 2538
จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จำนวน 50,000 บาท
ระยะเวลาทำการวิจัย 1 ปี
ตั้งแต่ธันวาคม 2537 ถึง ธันวาคม 2538
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการยอมรับและความเป็นไปได้ในการปรับปรุงระบบราชการและระบบข้าราชการของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เกี่ยวกับ
1) การควบคุมโครงสร้างส่วนราชการและจำนวนข้าราชการ
2) การปรับระบบวิธีปฏิบัติราชการให้สั้น คล่องตัว และทันสมัย
3) การสรรหา บรรจุแต่งตั้ง และรักษาเฉพาะข้าราชการที่มีคุณภาพดี
4) การพัฒนาข้าราชการเพื่อสร้างคุณภาพและคุณธรรม
5) การควบคุมวินัยและจรรยาบรรณข้าราชการเพื่อสร้างความภูมิใจ และเปรียบเทียบความคิดเห็นของข้าราชการที่ปฏิบัติงานในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ต่อการยอมรับ และความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการปรับปรุงระบบราชการ และระบบ ข้าราชการ
ระเบียบวิธีการวิจัย
ได้ใช้แบบสอบถามจำนวนข้าราชการ 282 คน โดยส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ และส่งด้วยตนเอง สำหรับส่วนกลาง นอกจากนั้นผู้วิจัยได้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ และผู้บริหารระดับสูง รวม 29 คน เพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติร้อยละ และ X2 (chi - square)
ผลการวิจัยพบว่า
1. มาตรการควบคุมโครงสร้างส่วนราชการ และจำนวนข้าราชการ
1.1 การปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดส่วนราชการ ไม่มีมาตรการใดที่ข้าราชการให้การยอมรับ และส่วนราชการศึกษาทางด้านอื่นพบว่าไม่แตกต่างกัน
1.2การลดขนาดระบบราชการโดยควบคุมจำนวนข้าราชการไม่มีมาตรการข้อใดที่ข้าราชการให้การยอมรับข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างกันมีความคิดเห็นต่อมาตรการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05และ.01ในเรื่องการระงับการเพิ่มอัตราข้าราชการ,การชลอการกำหนดตำแหน่งเพิ่มใหม่,การให้ส่วนราชการรายงานจำนวนตำแหน่งที่ว่างจากผลการเกษียณและความคิดเห็นต่อความเป็นไปได้ในการนำมาตรการมาปฏิบัติ มีความแตกต่างกันที่ระดับ .05 และ .01 ในเรื่องยืมตัว ข้าราชการหรือรับโอนต่างสังกัด, การให้ส่วนราชการทบทวนจัดลำดับความสำคัญของแผนงาน/โครงการการพิจารณาโยกย้ายบุคลากรในกระทรวงเดียวกันในส่วนที่มีบุคลากรเกินปริมาณ
2. มาตรการปรับระบบวิธีปฏิบัติราชการให้สั้น คล่องตัว และทันสมัย
ไม่มีมาตรการข้อใดที่ข้าราชการให้การยอมรับส่วนความคิดเห็นต่อความเป็นไปได้ในการนำมาตรการนี้ไปใช้ ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างกันมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ .01 ในเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหาร, การลดขั้นตอนการตรวจสอบให้เหลือเพียง 2 ระดับ และจัดองค์กรให้เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแลมากกว่าเป็นองค์กรที่ปฏิบัติสำหรับด้านอื่นไม่แตกต่างกัน
3. มาตรการสรรหา บรรจุแต่งตั้ง และรักษาเฉพาะข้าราชการที่มีคุณภาพดี และมี ความสามารถสูงไม่มีมาตรการใดที่ข้าราชการให้การยอมรับข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างกันมีความ คิเห็นต่อการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างภาครัฐกับเอกชนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 ส่วนความคิดเห็นต่อความเป็นไปได้ในการนำมาตรการนี้ไปปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ.05และ.01ในเรื่องการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการดำรงตำแหน่งให้เปิดกว้างการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างภาครัฐกับเอกชนการสร้างระบบการตรวจสอบการใช้ระบบคุณธรรมในการสรรหาการสร้างเกณฑ์การสรรหา ให้เกิดความเป็นธรรมให้มีคณะกรรมการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการทุกระดับให้ผู้บังคับบัญชาควบคุมดูแลการปฏิบัติงาน ให้มีคุณภาพ การปรับปรุงระบบ และวิธีการสรรหาเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ การสรรหาบุคคลโดยตรงในสาขาวิชาที่ขาดแคลนจากสถาบันการศึกษาปรับปรุงระบบการทดลองตามลักษณะงานปรับปรุงระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานให้ได้มาตรฐานปรับปรุงระบบการเลื่อนตำแหน่งและแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาให้เข้มงวดจัดระบบบริหารตำแหน่งระดับสูงเป็นระบบพิเศษให้มีการตรวจสอบความเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมในการรับบุคคลเข้ารับราชการ สำหรับด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน
4. มาตรการพัฒนาข้าราชการเพื่อสร้างคุณภาพและคุณธรรม
ไม่มีมาตรการข้อใดที่ข้าราชการให้การยอมรับ ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนำมาตรการนี้ไปปฏิบัติ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ในเรื่องการกำหนดให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่พัฒนาบุคลาการก่อนมอบหมายหน้าที่และส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการพัฒนาตนเอง โดยทางเคเบิลทีวีของ ก.พ. สำหรับด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน
5. มาตรการควบคุมวินัย และจรรยาบรรณข้าราชการ
ไม่มีมาตรการข้อใดที่ข้าราชการให้การยอมรับข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อมาตรการนี้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01ในเรื่องให้บรรจุมาตรการให้ข้าราชการปฏิบัติตามจรรยาบรรณข้าราชการไว้ในแผนพัฒนาการศึกษาศาสนาและศิลปวัฒนธรรมระยะที่8ของกระทรวงศึกษาธิการส่วนความคิดเห็นต่อความเป็นไปได้ในการนำมาตรการนี้ไปปฏิบัติมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05และ.01ในเรื่องการกวดขันวินัยข้าราชการอย่างเคร่งครัดให้บรรจุมาตรการให้ข้าราชการ ปฏิบัติตามจรรยาบรรณข้าราชการไว้ในแผนพัฒนาการศึกษาศาสนาและศิลปวัฒนธรรมระยะที่8ของกระทรวงศึกษาธิการให้มีการทดสอบจรรยาบรรณของข้าราชการในการสอบและให้มีการเผยแพร่จรรยาบรรณข้าราชการในสถาบันการศึกษาเพื่อประกอบหลักสูตรการเรียนการสอนและให้มีการบรรจุเรื่องจรรยาบรรณในหลักสูตรฝึกอบรมด้วย