

ข้าราชการครู คือ บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในกระทรวงศึกษาธิการ โดยผู้นั้นจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปครบถ้วน และมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่ได้รับบรรจุแต่งตั้งนั้น ๆ สำหรับอัตราเงินเดือนและอัตราเงินประจำตำแหน่ง ให้เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินเดือนและบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลม และอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวหรืออาจได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา หรือตามระเบียบที่ ก.ค.กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ตามลำดับ ส่วนบำเหน็จบำนาญข้าราชการครูให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ทั้งนี้ให้ ก.ค.เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการครู
ข้าราชการครูผู้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญปกติด้วยเหตุ 4 ประการ คือ
1. เหตุทดแทน สำหรับข้าราชการครูที่ออกจากประจำการเพราะเลิกหรือยุบเลิกตำแหน่ง หรือมีคำสั่งให้ออกโดยไม่มีความผิด
2. เหตุทุพพลภาพ สำหรับข้าราชการครูผู้เจ็บป่วยทุพพลภาพซึ่งแพทย์ที่ทางราชการรับรองตรวจและแสดงความเห็นว่าไม่สามารถรับราชการในตำแหน่งต่อไปได้
3. เหตุสูงอายุ สำหรับข้าราชการครูผู้มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์แล้ว และหากข้าราชการครูผู้ใดมีอายุครบห้าสิบปีบริบูรณ์แล้วประสงค์จะออกจากราชการ ให้ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุสูงอายุได้
4. เหตุรับราชการนาน สำหรับข้าราชการครูซึ่งมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญครบสามสิบปีบริบูรณ์แล้ว และหากข้าราชการครูผู้ใดมีเวลารับราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์แล้วประสงค์จะลาออกจากราชการ ให้ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุรับราชการนานได้ สิทธิในการรับบำเหน็จบำนาญปกติ 4 ประการนี้ข้าราชการครูจะต้องดำเนินการภายในสามปี (ขอเรียนว่า ควรดำเนินการทันทีจะดีที่สุด)
สิทธิในการรับบำเหน็จบำนาญข้าราชการครู ผู้ที่มีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญไม่ถึงสิบปีบริบูรณ์ มีสิทธิได้บำเหน็จ โดยคำนวณจากเงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปี เวลาราชการและเศษของปี ถ้าถึงครึ่งปีให้นับเป็นหนึ่งปี จะเป็นจำนวนบำเหน็จที่ได้รับ แต่ถ้ามีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตั้งแต่สิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีสิทธิได้บำนาญ (หรือจะเลือกรับบำเหน็จก็ได้ครับ) โดยคำนวณจากเงินเดือนสุดท้ายหารด้วยห้าสิบคูณด้วยจำนวนปี เวลาราชการและเศษของปี ถ้าถึงครึ่งปีให้นับเป็นหนึ่งปีเช่นกัน จะเป็นจำนวนบำนาญที่ได้รับรายเดือน และเมื่อได้รับแจ้งการคำนวณบำเหน็จบำนาญปกติแล้ว หากข้าราชการครูพบว่าผิดพลาดจะต้องดำเนินการแก้ไขภายในสองปี (ดูแล และรักษาสิทธิของท่านให้ดีนะครับ)
ข้าราชการครูผู้ที่ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญได้แก่ ข้าราชการครูผู้ที่มีเวลาราชการ สำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญไม่ครบหนึ่งปีบริบูรณ์ หรือข้าราชการครูผู้ถูกลงโทษทางวินัยไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ ขอภาวนาให้เพื่อนครูปราศจากปัญหานี้นะครับ
เอาใจช่วยครับ
.. มีหลายท่านสงสัยว่า หากข้าราชการครูที่เกิดวันที่ 1 ตุลาคม จะครบเกษียณอายุราชการเมื่อใด และผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้ว หน่วยงานต้นสังกัดถูกยุบหรือปรับเปลี่ยนไปอยู่กับกระทรวงใหม่ จะรับเงินบำเหน็จบำนาญที่หน่วยงานใด
.
เพื่อนข้าราชการครูครับ เมื่อคราวก่อนผู้เขียนติดค้างเรื่องที่มีข้าราชการครูหลายท่านสงสัยเกี่ยวกับกรณีที่ข้าราชการครูเกิดวันที่ 1 ตุลาคม จะเกษียณอายุราชการเมื่อใด และกรณีหน่วยงานเดิมถูกยุบหรือการปรับเปลี่ยนสถานภาพ จะรับบำนาญได้ที่ใดและอย่างไร จึงขอนำเรียนเพื่อทราบเป็นกรณี ๆ ดังนี้ ครับ
เกิดวันที่ 1 ตุลาคม 2486 จะครบเกษียณอายุราชการเมื่อใด
เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเข้าใจตรงกัน ผู้เขียนขอนำเสนอความตามนัย ในมาตรา 19 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2543 ซึ่งกำหนดว่า ข้าราชการซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์แล้ว เป็นอันพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่ข้าราชการผู้นั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ และความตามนัยมาตรา 16 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งบัญญัติว่า การนับอายุของบุคคลให้เริ่มนับแต่วันเกิด
ฯลฯ (ซึ่งใช้บังคับตามกฎหมายเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2535) จากความดังกล่าว จะเห็นว่ามีสาระสำคัญที่จะนำมาพิจารณาอยู่ 3 ประการ กล่าวคือ - วัน เดือน ปีเกิด ของข้าราชการครู - วันสิ้นปีงบประมาณ และหลักการนับอายุบุคคล ดังนั้น กรณีเกิดวันที่ 1 ตุลาคม 2486 จึงเริ่มนับอายุตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ซึ่งจะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 30 กันยายน 2546 ตามนัยมาตรา 16 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และจะพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2546 (ก็หมายถึงรับราชการได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2546 ครับ) สำหรับท่านที่เกิดวันที่ 1 ตุลาคม ปีใดก็ตาม ก็ให้นับวันครบเกษียณอายุราชการในลักษณะเช่นเดียวกันนี้นะครับ
ข้าราชการบำนาญ จะดำเนินการขอรับบำนาญอย่างไร
ข้าราชการครูซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญสามารถยื่นเรื่องขอรับบำนาญได้จากส่วนราชการดังต่อไปนี้
1. กรณีเป็นส่วนราชการที่มีชื่อเดิม ให้ยื่นแบบคำขอต่อส่วนราชการที่รับราชการครั้งสุดท้ายที่มีชื่อเดิม
2. กรณีเป็นส่วนราชการที่เปลี่ยนชื่อใหม่ ให้ยื่นแบบคำขอต่อส่วนราชการที่รับราชการครั้งสุดท้ายที่เปลี่ยนชื่อใหม่
3. กรณีเป็นส่วนราชการที่ถูกยุบเลิก จะยื่นแบบคำขอได้ดังนี้
- กรณีรับราชการครั้งสุดท้ายสังกัดส่วนกลางให้ยื่นต่อสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- กรณีรับราชการครั้งสุดท้ายส่วนภูมิภาค ให้ยื่นต่อจังหวัดที่รับราชการนั้น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะมอบหมายให้หน่วยงานใดเป็นผู้ดำเนินการแทนได้
..
สำหรับกรณีข้าราชการครูบำนาญ ที่จะต้องแสดงตนเพื่อยืนยันการมีชีวิตอยู่ ให้ยื่นต่อส่วนราชการเดียวกับที่ยื่นขอรับบำนาญนั้น ๆ (ก็คือรับบำนาญที่เดิม ที่เคยรับครับ)
หวังว่าจะคลายความสงสัยของเพื่อนข้าราชการครูได้พอสมควรนะครับ
![]()
พัฒนา รวบรวม : นางอรทัย
เพชรสันทัด
ศูนย์ข้อมูลการบริหารงานบุคคล กองวิชาการบริหารงานบุคคล | สำนักงาน ก.ค.ศ.