.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 181/2562
ครม.เห็นชอบย้ายสลับตำแหน่งเลขาฯ กพฐ.- เลขาฯ กอศ.


มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 4 เรื่อง คือ เห็นชอบ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา, เห็นชอบโครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) รองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย, อนุมัติสับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้บริหารระดับสูง ศธ. 2 ราย และเห็นชอบการตอบรับเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมทบในสภาบริหาร PISA

เห็นชอบ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา

คณะรัฐมนตรีมีมติ

1. เห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เสนอ โดยในส่วนของการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ตามแผนดังกล่าวให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 เรื่อง การซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง การทบทวนข้อเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานของรัฐตามแผนการปฏิรูปประเทศอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแผนดังกล่าวในช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วน รวมถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องที่จะต้องนำแผนไปปฏิบัติ เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันและสามารถขับเคลื่อนการดำเนินการอย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป

2. ในการดำเนินการตามแผนดังกล่าว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม  สำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษาไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย  ระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป

สาระสำคัญของเรื่อง

     ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  มาตรา 258 จ. บัญญัติให้มีการดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และมาตรา 261 บัญญัติให้การปฏิรูปดังกล่าวมีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระคณะหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป (ให้คณะกรรมการฯ เสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 2 ปี  นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง)

     ดังนั้น  คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้จัดทำ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  และปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษาและสร้างเสริมธรรมาภิบาล ซึ่ง (ร่าง) แผนดังกล่าวประกอบด้วยแผนงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษา 7 เรื่อง จำแนกเป็นประเด็นปฏิรูป รวม 29 ประเด็น

     ซึ่งประเด็นปฏิรูปที่มีลำดับสำคัญสูงสุดและต้องดำเนินการให้บรรลุผลให้ได้ในระยะเร่งด่วนมี 6 ประเด็นคือ

    (1) ยกเครื่องระบบการศึกษา โดยการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่รวมถึงกฎหมายสำคัญอื่น ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. .... และการจัดตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติ

    (2) บุกเบิกนวัตกรรมของการจัดการศึกษาระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน หรือการจัดการระดับพื้นที่ โดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการยกระดับคุณภาพของการศึกษา  ผ่านการขับเคลื่อนเรื่องสถานศึกษาที่มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการและระบบนิเวศที่สนับสนุนการดำเนินการของการศึกษา

   (3) นำเสนอแนวทางการปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ  และรูปแบบการปรับหลักสูตรในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จัดตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติเพื่อเป็นเสมือนศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัยพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติเพื่อเป็นเสมือนศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัย  พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียนรู้  สำหรับการจัดการศึกษาในระดับต่าง ๆ

   (4) สร้าง “ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้แห่งชาติ” ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล นำความรู้และวิธีการเรียนรู้ไปสู่โรงเรียน  นักเรียน และครูทั่วประเทศ  โดยเฉพาะในท้องถิ่นห่างไกล

   (5) จัดระบบการผลิตครูให้มีคุณภาพและสมรรถนะความเป็นครู ผ่านการจัดตั้งกองทุนหรือแผนงานเพื่อการผลิตและพัฒนาครูสำหรับครูรุ่นใหม่  และพัฒนาบัณฑิตครูที่มีอยู่ให้ตรงตามความจำเป็นของประเทศ  ในระยะแรกเน้นครูปฐมวัย  และครูประถมศึกษาสำหรับท้องถิ่นขาดแคลน

   (6) ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ตามที่กำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติและการปฏิรูปการศึกษาให้เริ่มดำเนินการได้และมีความต่อเนื่องในระยะยาว


เห็นชอบโครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับปริญญาตรี และโครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นโครงการที่มีเงื่อนไขพิเศษผ่อนปรนกว่าการดำเนินการให้กู้ยืมตามเงื่อนไขปกติของกยศ. เพื่อสนับสนุนให้มีนักเรียน นักศึกษา เข้าเรียนในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการในอุตสาหกรรมเป้าหมายมากขึ้น และหากในอนาคต กยศ. มีความจำเป็นต้องขอรับงบประมาณให้ กยศ. ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

สาระสำคัญ โครงการฯ ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับปริญญาตรี และ 2) โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งคณะกรรมการ กยศ. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของโครงการฯ แล้ว เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับปริญญาตรี
     1.1
 กลุ่มเป้าหมาย : 
นิสิตและนักศึกษาในระดับปริญญาตรีที่กำลังศึกษาหรือกำลังจะเข้าศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน
     1.2 วิธีดำเนินการ : ผู้กู้ยืมเงินที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่กำหนดจะคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 0.5 และได้ส่วนลดเงินต้นร้อยละ 30 อย่างไรก็ดี กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถสำเร็จการศึกษาหรือไม่ได้สำเร็จการศึกษาตามสาขาที่กำหนดไว้หรือผิดนัดชำระหนี้ จะไม่ได้รับส่วนลดเงินต้น โดยจะต้องชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่ 
กยศ. กำหนด
     ทั้งนี้ กยศ. จะพิจารณากำหนดสถานศึกษาและสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน โดยสามารถกำหนดหรือปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม

2. โครงการส่งเสริมทรัพยากรมนุษย์ในระดับอาชีวศึกษา
     2.1 กลุ่มเป้าหมาย : 
นักเรียนอาชีวศึกษาที่กำลังศึกษาหรือกำลังจะเข้าศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน
     2.2 วิธีการดำเนินการ : ผู้กู้ยืมเงินที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่กำหนดจะคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 0.5 และได้ส่วนลดเงินต้นร้อยละ 50 กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถสำเร็จการศึกษาหรือไม่ได้สำเร็จการศึกษาตามสาขาที่กำหนดไว้หรือผิดนัดชำระหนี้ จะไม่ได้รับส่วนลดเงินต้น โดยจะต้องชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่ 
กยศ. กำหนด
     ทั้งนี้ กยศ. จะพิจารณากำหนดสถานศึกษาและสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน โดยสามารถกำหนดหรือปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม

3. ระยะเวลาดำเนินการ : ปีการศึกษา 2562 – 2566 (5 ปีการศึกษา)

4. งบประมาณ เนื่องจากในขณะนี้การดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับปริญญาตรี และโครงการส่งเสริมทรัพยากรมนุษย์ในระดับอาชีวศึกษา จะยังไม่เกิดภาระต่องบประมาณ อย่างไรก็ดี หากในอนาคต กยศ. มีความจำเป็นต้องขอรับงบประมาณ ขอให้ กยศ. ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป


อนุมัติสับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้บริหารระดับสูง 2 ราย

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง จำนวน 2 ราย ดังนี้

1. นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียน


เห็นชอบการตอบรับเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมทบในสภาบริหาร PISA

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการตอบรับเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมทบในสภาบริหารของโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment : PISA) โดยประเทศไทยได้รับหนังสือเชิญจาก Mr.Angel Gurria เลขาธิการ Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมทบ (Associate Member) ในสภาบริหาร (Governing Board) ของโปรแกรม PISA ซึ่งเป็นการเข้าร่วมคณะทำงานของ OECD ในระดับสูงที่สุดสำหรับประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกของ OECD กล่าวคือ ประเทศไทยจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมในทุกการประชุมของสภาบริหาร รวมทั้งมีส่วนร่วมและมีพันธกรณีต่อกระบวนการตัดสินใจของสภาบริหารเช่นเดียวกับประเทศสมาชิก OECD

นอกจากนี้ ประเทศไทยจะมีพันธะกรณีที่จะต้องเข้าร่วมการประชุมของโปรแกรม PISA อย่างสม่ำเสมอ ชำระค่าสมาชิกตามที่กำหนด ตลอดจนให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโปรแกรม PISA ตามที่ได้รับการร้องขอ โดยเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นไปตามข้อกำหนดและแนวปฏิบัติของ OECD

Written by ปารัชญ์ ไชยเวช, บัลลังก์ โรหิตเสถียร
Photo

Rewriter/
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 รวมมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

   
  175 ครม.เห็นชอบมาตรการพยุงเศรษฐกิจในช่วงกลางปี
  169 ครม.รับทราบตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
  160 ครม.อนุมัติตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ กพฐ.
  150 ครม.อนุมัติโครงการส่ง นศ.ไทยอิสลามเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย
  122 มติ ครม. 19 มี.ค.62
  098 มติ ครม. 5 มี.ค.62
  089 มติ ครม.26 ก.พ.62
  072 ครม.แต่งตั้งผู้บริหาร ศธ.
  062 ครม.รับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตเพื่อโอกาสเข้าเรียนในสถานศึกษา สพฐ.
  044 มติ ครม.29 ม.ค. 62
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ