.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 68/2562
รมว.ศธ.ประชุมกับคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรการป้องกันเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะ


นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมร่วมกับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมี รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ดร.พีระ รัตนวิจิตร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ดร.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวในที่ประชุมว่า จุดมุ่งหมายในการประชุมครั้งนี้ เพื่อให้เกิดการร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบและถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และการดำเนินงานภายใต้แนวคิดเชิงบวกเพื่อพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ, ปราบปรามการทุจริตต่อหน้าที่ หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ โดยให้รัฐบาล, ศธ. และ สพฐ. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับมาตรการดังกล่าวไปดำเนินการ ซึ่ง ศธ.พร้อมจะปฏิบัติตามและทำงานร่วมกับ ป.ป.ช. เพื่อให้การรับนักเรียนเป็นไปอย่างยุติธรรมและลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นต่อไป (อ่านมติ ครม.ฉบับดังกล่าว)

รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กพฐ. ว่าที่ประชุมมีมติแก้ไขประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2562 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบ มาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ ที่สำคัญ ๆ ดังนี้

  • มีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับนักเรียน กรณีนักเรียนเงื่อนไข ซึ่งเดิมกำหนดไว้ 7 ประเภท ให้ลดเหลือ 4 ประเภท ได้แก่

     1) นักเรียนที่อยู่ในความอนุเคราะห์ของผู้บริจาคที่ดินเพื่อจัดตั้งโรงเรียน เนื่องจากเป็นข้อผูกพันเดิมของโรงเรียน
     2) นักเรียนที่เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาส
     3) นักเรียนที่เป็นบุตรผู้เสียสละเพื่อชาติ หรือผู้ประสบภัยพิบัติ ที่ต้องการได้รับการสงเคราะห์ดูแลเป็นพิเศษ
     4) นักเรียนที่เป็นบุตรข้าราชการครูและบุคลากรของโรงเรียน

ส่วนที่เหลืออีก 3 ประเภทให้ตัดออก ได้แก่ 1) นักเรียนที่ทำคะแนนสอบคัดเลือกเท่ากันในลำดับสุดท้าย 2) รับนักเรียนโควต้าตามข้อตกลงของโรงเรียนคู่สหกิจ หรือคู่พัฒนา หรือโรงเรียนเครือข่าย และ 3) นักเรียนที่อยู่ในอุปการะของผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ

  • มีมติแก้คำนิยาม คุณสมบัติ และหลักเกณฑ์การเป็นนักเรียนในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนให้มีความชัดเจนและเข้มงวดขึ้น โดยนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ หมายถึง นักเรียนที่มีชื่อในทะเบียนบ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนอย่างน้อย 2 ปี นับถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 และต้องอาศัยอยู่จริงกับบิดามารดา หรือผู้ปกครองที่เป็นเจ้าบ้าน โดยให้เจ้าบ้าน หรือเจ้าของบ้าน รับรองการอาศัยอยู่จริง เพื่อให้ได้นักเรียนที่เป็นผู้มีภูมิลำเนาและอาศัยอยู่ในพื้นที่จริง มิใช่เพียงแต่ชื่อปรากฏในทะเบียนบ้านแต่มิได้อาศัยในทะเบียนบ้านดังกล่าว  ทั้งนี้ ผู้ปกครอง หมายถึง บิดามารดา หรือ ผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงบุคคลที่เด็กอยู่ด้วยเป็นประจำ โดยเด็กต้องอาศัยอยู่ที่บ้านนั้นจริง ๆ ซึ่งในการรับสมัครนักเรียน จะมีใบสมัครของผู้ปกครองให้รับรองตนเองว่า “เด็กพำนักอยู่ในบ้านนั้นจริง หากมีการตรวจสอบพบภายหลังว่าไม่ได้พักอาศัยอยู่จริง ยินดีรับโทษให้เด็กออกจากโรงเรียนนั้นได้โดยไม่ฟ้องร้อง” นอกจากนี้ ยังมีความผิดทางกฎหมายแพ่งและอาญาฐานให้ข้อมูลเท็จ

  • การรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในเขตพื้นที่บริการ 60% และรับนักเรียนทั่วไปด้วยวิธีการสอบคัดเลือก 40% ซึ่งในการประกาศรายชื่อ ให้สถานศึกษาประกาศรายชื่อตามลำดับคะแนนที่เด็กทำได้ทุกคนที่มาสมัครเข้าสอบคัดเลือก แต่ไม่ต้องประกาศผลคะแนน เนื่องจากการประกาศผลคะแนนจะเป็นการละเมิดสิทธิ์ ซึ่งหากผู้ปกครองต้องการรู้คะแนนของเด็กให้ไปขอดูที่สถานศึกษา ทั้งนี้ การประกาศรายชื่อโดยเรียงลำดับคะแนน จะทำให้ถ้ามีเด็กสละสิทธิ์เด็กในลำดับถัดไปก็ได้เลื่อนมาแทน ไม่สามารถนำเด็กที่ได้คะแนนน้อย หรือไม่ได้มาสมัครสอบเข้ามาสวมสิทธิ์แทนได้

  • การรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในโรงเรียนเดิม ให้สถานศึกษารับเด็ก ม.3 ทุกคนที่ประสงค์จะเรียนในโรงเรียนเดิม หากมีที่เหลือสามารถเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกเด็กทั่วไปได้ จากหลักเกณฑ์เดิมกำหนดให้โรงเรียนรับเด็กทั่วไป 20% ของแผนการรับนักเรียนชั้น ม.4 ซึ่งจะทำให้นักเรียน ม.3 ส่วนหนึ่งต้องหลุดออกจากโรงเรียนเดิม

  • การระดมทรัพยากร โรงเรียนสามารถดำเนินการได้ หลังจากสิ้นสุดการรับนักเรียนเข้าเรียนเรียบร้อยแล้ว

  • เห็นชอบปรับปฏิทินการรับสมัครรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4  ปีการศึกษา 2562 ซึ่งเดิมกำหนดรับสมัครระหว่างวันที่ 23-27 มีนาคม 2562 แต่เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้วันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ดังนั้น จึงเลื่อนวันรับสมัครเป็นวันที่ 22-27 มีนาคม 2562 โดยให้งดการรับสมัครในวันที่ 24 มีนาคม 2562  เพื่อให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น จึงมีระยะเวลาการรับสมัครเท่าเดิม คือ 5 วัน ทั้งนี้ สพฐ. จะประกาศหลักเกณฑ์การรับนักเรียนใหม่ให้สถานศึกษาถือปฏิบัติต่อไป

 

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

"บิ๊ก สพฐ.เชื่อตัด 3 ข้อรับ นร.เงื่อนไขพิเศษ ปิดช่องรับแป๊ะเจี๊ยะ ผอ.บดินทรฯ ชี้ทุก ร.ร.พร้อมปฏิบัติ"

Written by ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว, บัลลังก์ โรหิตเสถียร
ขอบคุณเนื้อหาเพิ่มเติม มติชน

Photo Credit อิทธิพล รุ่งก่อน
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  066 รศ.นพ.โศภณ ตรวจเยี่ยม รร.โครงการในพระราชดำริ จ.ตาก
  056 Edu Digital 2019 ภาคตะวันออก ที่ระยอง
  055 ติดตามโรงเรียนบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ที่เชียงราย
  050 กลุ่มทรูสนับสนุนโน้ตบุ๊ก 5,000 เครื่องใน รร.สานพลังประชารัฐ
  047 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก ผอ.สพท.
  043 ประชุม ผอ.สพท.โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
  039 ตรวจสนามสอบ ผอ.สพท.
  034 ประชุม รร.ร่วมพัฒนา ที่เชียงราย
  032 ลงนามร่วมมือโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
  031 บทบาทผู้นำในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ