.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 454/2561
รัฐและเอกชนเดินหน้ายกระดับคุณภาพวิชาชีพ เร่งผลิตอาชีวะคุณภาพยุค 4.0 ตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมโลก


28 พฤศจิกายน 2561 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว - ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะตัวแทนหัวหน้าทีมภาครัฐ พร้อมด้วยนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน "คณะทำงานด้านยกระดับคุณภาพวิชาชีพ (E2: Competitive Workforce)" และนายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมแถลงผลการยกระดับการผลิตกำลังคนอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะตอบโจทย์ความต้องการ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (First S-Curve และ New S-Curve) ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร  รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาคเอกชนที่เป็นหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของการทำงาน ตั้งแต่การร่วมแรงร่วมใจกับสถานศึกษาในการออกแบบหลักสูตร ให้คำชี้แนะในการจัดและปรับการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ เน้นผลิตกำลังคนให้มีทักษะและสมรรถนะตรงกับความต้องการของภาคเอกชน ถือเป็นพลังอย่างมหาศาลในการช่วยพัฒนาคนไทย 4.0 และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของทรัพยากรมนุษย์ตามยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายประเทศไทย 4.0

สำหรับผลการดำเนินงานตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สามารถผลิตกำลังคนออกสู่ตลาดงานในปี 2560 จำนวนกว่า 2.5 แสนคน และคาดว่าในปีการศึกษาหน้าจะมีกำลังคนที่จบการศึกษาอีกกว่า 2.6 แสนคน ถือว่าตอบโจทย์ตามเป้าหมายที่วางไว้ ความคาดหวังต่อไปคือการผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ สร้างนวัตกรรมที่จะทำให้เราพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งคณะทำงานด้านยกระดับคุณภาพวิชาชีพถือเป็นกลไกสำคัญ ในการร่วมคิดร่วมทำของทั้งภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภาคเอกชน และสถานศึกษา ตลอดจนการแบ่งปันข้อมูลความต้องการกำลังคน ทำให้ได้ข้อมูลความต้องการของภาคเอกชนที่แท้จริง ส่งผลให้งานทุกอย่างขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย การผลิตกำลังคน 4.0 ที่เป็นมากกว่าช่างอุตสาหกรรม หรือนักปฏิบัติ แต่เป็น "นักปฏิบัติมืออาชีพ" ที่มีความรู้ด้านวิศวกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล

ในส่วนของการปรับเพิ่มหลักสูตรนานาชาติ การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน "WIL" (Work-Integrated Learning) ตลอดจนการปรับทัศนคติของครูผู้สอนและผู้ปฏิบัติ เพื่อสร้างคนแบบใหม่ เป็นแนวทางการดำเนินงานที่ต้องคงไว้ และเพิ่มความเข้มข้นให้มากขึ้นเพื่อความต่อเนื่อง

ยืนยันว่าในเรื่องของการพัฒนากำลังคนตอบโจทย์ความต้องการพัฒนาประเทศ จะมีความต่อเนื่องอย่างแน่นอน เพราะได้ระบุไว้ในกรอบการปฏิรูปการศึกษา และร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ดังนั้น ไม่ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งก็ต้องดำเนินการต่อไป สิ่งสำคัญอีกประการคือ การสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้ปกครองและนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เกี่ยวกับการเรียนอาชีวศึกษาในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีการพัฒนาปรับปรุงบนฐานความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถานศึกษา อย่างเข้มข้น ที่จะทำให้ผู้ที่เรียนจบอาชีวะสามารถสร้างอนาคตให้กับตัวเอง และประเทศชาติได้

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี กล่าวว่า เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมกว่า 20 แห่ง ที่หันหน้ามาร่วมกันทำงานปรับปรุงให้การจัดการอาชีวศึกษาให้มีความก้าวหน้าไปมาก เชื่อว่างานด้านอาชีวะมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาได้อีกหลายส่วน โดยเฉพาะในภาคปฏิบัติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคอาเซียนและภูมิภาคอื่น

ทั้งนี้ ความร่วมมือ 3 ปีที่ผ่านมา มีผลการดำเนินงานที่ก้าวหน้าในหลายส่วน ดังนี้

  • คณะทำงาน Re-Branding ประสบความสำเร็จในการสร้างการรับรู้ด้วย One Brand One Logo "อาชีวะ ฝีมือชน คนสร้างชาติ" ให้เป็นที่รู้จัก และเป็นภาพใหม่ของผู้เรียนอาชีวะ พร้อม ๆ กับการสร้างทัศนคติและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่นักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนผู้เรียนอาชีวะสายช่างอุตสาหกรรม และผู้เรียนผู้หญิงด้วย

  • คณะทำงาน Excellent Model School ขยายความร่วมมือไปยังสถานประกอบการ 21 บริษัท เพื่อช่วยพัฒนาโรงเรียน 68 แห่ง ตลอดจนมีนักศึกษาเข้าร่วม 1.3 หมื่นคน ในสาขางานหรือวิชา 37 สาขา พร้อมได้จัดทำและประกาศใช้เกณฑ์การประเมินสถานศึกษาระบบทวิภาคี เป็นสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี สานพลังประชารัฐ  (Excellent Model School) เรียบร้อยแล้ว

  • คณะทำงาน Database of Demand and Supply สำรวจความต้องการใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการจัดทำแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลเป็น Big Data ต่อไป

  • คณะทำงาน Standards & Certification Center ได้มีการกำหนดกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ 8 ระดับ เทียบเท่ากรอบคุณวุฒิอาเซียน และจัดทำข้อเสนอการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อจัดหลักสูตรให้สอดคล้องต่อไป

ขอขอบคุณภาครัฐที่มีความทุ่มเทจริงจังกับการพัฒนาการผลิตกำลังคน ซึ่งในระยะยาวก็ขอให้มีความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงนโยบาย งบประมาณ และการลงทุน ส่วนภาคเอกชน เชื่อว่าทุกองค์กรมีความยินดีจะช่วยตามความถนัด และจะผลักดันให้สถานประกอบการเป็นโรงเรียนมากขึ้น

นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สอศ.ได้ร่วมดำเนินงานที่มีความก้าวหน้าในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์มาตรฐานวิชาชีพเพื่อปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะ พร้อมเทียบกับมาตรฐานสากล การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการ เรียนรู้กับการทำงาน (WIL) โดยใช้โรงงานเป็นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้น ตลอดจนการวัดและประเมินผล ให้เหมาะสมกับการวัดทักษะและคุณลักษณะของผู้จบการศึกษา (Learning Outcome) และเทียบกับมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ และสิ่งสุดท้ายคือสถานศึกษาจะต้องเตรียมเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ และค่าตอบแทนที่เหมาะสมรองรับกำลังคนส่วนนี้ด้วย

ตัวแทนกำลังคนอาชีวะยุคใหม่ ซึ่งจบการศึกษาและมีงานทำแล้ว ได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันพัฒนาให้อาชีวะเจริญก้าวหน้า ทำให้เด็กอาชีวะมีอาชีพ สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ หากเป็นไปได้ ขอให้มีโครงการต่อเนื่องต่อไป เพื่อให้รุ่นน้อง ๆ จบแล้วมีงานทำ และมีรายได้ดูแลตัวเองเช่นเดียวกัน และดีใจที่ทั้งภาครัฐและเอกชนลงมาช่วยเหลืออาชีวะ ทำให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้ทำงานจริง ๆ ได้รับประสบการณ์และความรู้ ที่จะไปสู่การทำงานในตลาดแรงงานอย่างสมบูรณ์


Written by นวรัตน์ รามสูต
Photo Credit
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สอศ.

   
  443 ลงนามกับ Pearson ที่อังกฤษ
  415 พัฒนาอาชีวศึกษาแห่งชาติสู่สากล
  413 ศธ.-รง.ลงนามร่วมมือ Big Data
  406 ลงนามจัดทำหลักสูตรช่างซ่อมหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ที่ปัตตานี
  405 หลักสูตรอาชีวศึกษาไทยมาตรฐานสากลของ William Angliss
  404 รมช.ศธ.(พล.อ.สุรเชษฐ์) ลงพื้นที่ ครม.สัญจร เชียงราย
  403 เดินหน้าปฏิรูปอาชีวศึกษาไทย สู่มาตรฐานสากล
  394 ความก้าวหน้าหลักสูตร BTEC ของ Pearson
  392 วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี แชมป์ EchoVE
  374 รับรองหลักสูตร BTEC ของ Pearson
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ