.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 417/2561
ศธ.ประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ที่ศรีสะเกษ


7 พฤศจิกายน 2561 - กระทรวงศึกษาธิการ จัดประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ของกระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2561 ที่โรงแรมศรีลำดวน อำเภอเมืองฯ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อชี้แจงแนวนโยบาย สร้างการรับรู้ ระดมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการบูรณาการด้านการศึกษา ปีงบประมาณ 2562-2563 เขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน 3 มิติ คือ 1) การขับเคลื่อนการบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค 2) การส่งเสริมเวทีและประชาคมเพื่อการจัดทำรูปแบบและแนวทางการพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐาน-อาชีวศึกษา-อุดมศึกษา 3) การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ โดย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานรับฟังการนำเสนอผลการประชุม และมอบนโยบาย

นายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการจัดประชุมในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษาระดับภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่ง พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดโครงการประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษาระดับภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่ทั้ง 6 ภาค โดยกำหนดจังหวัดจุดจัดประชุม ได้แก่ ปัตตานี ระยอง กาญจนบุรี เชียงราย สตูล และศรีสะเกษ

วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการรับรู้ในการขับเคลื่อนแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค และสร้างการรับรู้ถึงผลการดำเนินการส่งเสริมเวทีประชาคมเพื่อจัดทำรูปแบบและแนวทางพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐาน กับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาในปีที่ผ่านมา รวมทั้งสร้างการรับรู้ถึงการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ที่สำคัญคือ เพื่อเป็นการระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานทั้งสามในปีงบประมาณ 2562 และ 2563 จากผู้เข้าร่วมประชุม

โดยในครั้งนี้ เป็นการประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญที่ตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล กล่าวคือ "เป็นพื้นที่ที่เป็นฐานการผลิตพืชผลทางการเกษตร การแปรรูปสินค้า การพัฒนาแหล่งน้ำ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สำหรับขับเคลื่อนประเทศให้มีศักยภาพด้านการแข่งขันในภูมิภาคอาเซียน" ซึ่งจำเป็นต้องใช้มิติการศึกษาเพื่อเป็นเป็นฐานรากไปสู่การพัฒนาในด้านต่าง ๆ ดังกล่าว โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษาระดับภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) และคณะอนุกรรมการฯ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา สถานศึกษา ตลอดจนผู้แทนจากส่วนราชการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่จำนวน 400 ท่าน

โอกาสนี้ นายอำนาจ วิชยานุวัติ ได้นำเสนอสรุปสาระสำคัญภาพรวมการประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษาระดับภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ในการประชุมวันแรก ดังนี้

  • ช่วงเช้า ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบถึงทิศทางการพัฒนาภาคทั้ง 6 ภาคของรัฐบาล ซึ่งดำเนินการโดยกลไกคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (อ.ก.บ.ภ.) ทั้ง 5 คณะ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานแต่ละคณะ โดยในส่วนของ อ.ก.บ.ภ. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง) เป็นประธาน ในการนี้ ได้สร้างการรับรู้และชี้แจงให้ที่ประชุมทราบประเด็นและการดำเนินงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
         - ความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาภาคที่มีกรอบแนวคิดการพัฒนาที่เหมาะสมกับศักยภาพและประเด็นความท้าทายของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่แผนงานโครงการสำคัญที่ตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคของแต่ละกระทรวง/หน่วยงาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (หรือสภาพัฒน์ฯ) อยู่ระหว่างการจัดทำแผนแม่บทย่อยด้านต่าง ๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้เน้นย้ำให้ที่ประชุมเล็งเห็นถึงความสำคัญของการติดตามความก้าวหน้าของเรื่องดังกล่าวเพื่อนำไปสู่การพิจารณาดำเนินงานแผนงานโครงการของหน่วยงานทุกระดับให้สอดคล้องกับแผนแม่บทด้านต่าง ๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศที่เกี่ยวข้อง
         - หลักเกณฑ์การวิเคราะห์แผนงานโครงการ ที่จะบรรจุในแผนปฏิบัติการภาค ที่ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ประเด็นการพัฒนา พื้นที่เป้าหมาย และห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตามทิศทางการพัฒนาภาคอย่างชัดเจน มุ่งเน้นผลประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้าง และเกิดผลกระทบบรรลุเป้าหมายในระดับภาค
         - ปฏิทินงบประมาณฯ 2563 และกรอบเวลา (Timeline) การจัดทำแผนปฏิบัติการภาค ซึ่งจากการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ภายใต้ ก.บ.ภ. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และสภาพัฒน์เป็นฝ่ายเลขา ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ได้มีการกำหนดขั้นตอน กรอบเวลาการเสนอแผนงาน โครงการเพื่อบรรจุภายใต้แผนปฏิบัติการภาค ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของรัฐบาล ที่จะสามารถขับเคลื่อน เพื่อตอบทิศทางการพัฒนาภาค ซึ่งการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณภายใต้แผนฯ ภาคนั้น ทุกกระทรวง/หน่วยงานต้องดำเนินการ ให้เป็นไปตามกรอบเวลาและปฏิทินดังกล่าว เป็นสำคัญ
         - ที่มาและการดำเนินงานนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาของ สพฐ.  ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. .... ที่มีวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ 1) คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมด้านการศึกษาและการเรียนรู้ 2) ลดความเหลื่อมล้ำทางศึกษา 3) กระจายอำนาจและให้อิสระในการจัดการศึกษาในระดับสถานศึกษา 4) สร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ร่วมกัน โดยขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติได้ผ่านการอนุมัติในหลักการจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทั้ง 6 ภูมิภาค ได้แก่ สตูล เชียงใหม่ ระยอง กาญจนบุรี ศรีสะเกษ และปัตตานี

  • ช่วงบ่าย เป็นการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อหารือ ระดมความคิดเห็น สร้างการรับรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และขอรับมติ/ข้อเสนอที่ประชุมใน 3 เรื่องหลัก (อ่านสรุปช่วงท้าย)

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังรับฟังการนำเสนอผลการประชุมว่า ถือเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันที่ทุกท่านและทุกหน่วยงานในพื้นที่ได้ทำความดีให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งถือว่ามีคุณค่าอย่างมาก ในระหว่างรับฟังการนำเสนอก็ได้จดประเด็นต่าง ๆ และหารือเกี่ยวกับข้อมูลบางส่วนไปด้วย

สำหรับการจัดทำแผนบูรณาการศึกษาระดับภาค 6 ภาค ซึ่งเริ่มต้นในกรอบเวลาของปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านไปแล้ว แต่ก็ได้นำมาทบทวนต่อเนื่อง หากแผนงานโครงการใดที่ไม่ได้ผลก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ ส่วนปีงบประมาณ 2562 ในช่วงปัจจุบันซึ่งมีแผนงานโครงการแล้ว ก็จำเป็นต้องขับเคลื่อนให้เกิด "ผลสัมฤทธิ์/เป็นรูปธรรม/เกิดความยั่งยืน" ส่วนกรอบการทำงานปีงบประมาณ 2563 ก็จะเป็นการวางแผนนำเสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณตามแผนบูรณาการด้านการศึกษาต่อไป ซึ่งเท่ากับการประชุมครั้งนี้ได้สรุปการทำงานในช่วง 3 ปีงบประมาณให้เห็นภาพชัดเจนเข้าใจง่าย คือ "ทบทวนอดีต พัฒนาปัจจุบัน และสร้างสรรค์คุณค่าในอนาคต"

พล.อ.สุรเชษฐ์ ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของการวางแผนและการทำงานสู่การปฏิบัติด้วยว่า หากเริ่มต้นการวางแผนที่ดีเท่ากับงานสำเร็จไปแล้วกว่า 35% ที่เหลืออีก 65% อยู่ที่การปฏิบัติที่ดี, หากแผนดี-ปฏิบัติดี ก็ถือว่าการทำงานอยู่ในระดับดีมาก, หากแผนไม่ดี-ปฏิบัติดี ก็ยังคงอยู่ในระดับดี, หากแผนดี-ปฏิบัติไม่ดี อยู่ในระดับพอใช้ แต่หากแผนไม่ดี-ปฏิบัติไม่ดี เป็นเรื่องที่ต้องฝากให้ไปคิดทบทวนกันเอง

สำหรับข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในการขับเคลื่อนการบูรณาการด้านการศึกษาภาค รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จะต้องสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564) เพื่อต้องการพัฒนาให้ภาคอีสานเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” เช่น บริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ แก้ปัญหาความยากจน สร้างความเข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจภายใน รถไฟความเร็วสูง มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-นครราชสีมา พัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจภาคกลางและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อพัฒนาเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ๆ ของภาค ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน-ระเบียงเศรษฐกิจ เป็นต้น

อีกทั้งการบูรณาการศึกษาต้องให้ความสำคัญกับการทำงานเชื่อมโยง กับศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NEEC) ซึ่งศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด และมีศูนย์ระดับกลุ่มจังหวัดที่อุดรธานี สกลนคร นครราชสีมา และอุบลราชธานี รวมทั้งเชื่อมโยงกับการทำงานของ กศน.ตำบล เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการมีอาชีพ การมีงานทำ การค้าขายออนไลน์อีกด้วย

พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า การวางแผนและขับเคลื่อนการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ ได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ในหลวงรัชกาลที่ 9) มาเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการทำงาน อาทิ พระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า "งานด้านการศึกษาเป็นงานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชาติ เพราะความเจริญและความเสื่อมของชาตินั้น ขึ้นอยู่กับการศึกษาของพลเมืองเป็นข้อใหญ่ ดังนั้น จึงต้องจัดการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น" (ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 12 ธันวาคม 2512) และพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ในหลวงรัชกาลที่ 10) ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมทั้งมีพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ที่มุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน ได้แก่ การสร้างทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง, การสร้างลักษณะพื้นฐานที่มั่นคง มีคุณธรรม, เรียนแล้วมีงานทำ มีอาชีพ และเป็นพลเมืองดี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง

"ขอฝากให้ทุกท่านร่วมกันทำงานให้การศึกษาเกิดความเข้มแข็ง "Education Strong" ภายใต้บทบาทหน้าที่ของแต่ละคนแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำไปสู่ "ความสำเร็จ ที่เกิดจากความเพียร+ความร่วมมือ+กลไกประชารัฐ" หรืออาจนำหลักคิด "5ร แห่งความสำเร็จ คือ ริเริ่ม รวดเร็ว รอบคอบ รอบด้าน และเรียบร้อย" ไปใช้ในการทำงาน พร้อมทั้งยึดหลักคิดการทำงานให้เกิดความรอบด้านคือ "คิดให้ครบ ทบทวนเป็นห้วงๆ ห่วงการรับรู้ สู่การบูรณาการ สืบสานศาสตร์พระราชา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน" ซึ่งจะส่งผลให้การวางแผนและการทำงานเกิดคุณค่าอย่างมีคุณภาพต่อไป"

 

สรุปผลการประชุมระดมความคิดเห็น
และข้อเสนอแนะการดำเนินงาน
ของการประชุมกลุ่มย่อย 3 กลุ่ม

1) การขับเคลื่อนแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ของ​กระทรวงศึกษาธิการ  ที่ประชุมได้พิจารณาทบทวนกรอบและแนวทางการดำเนินงานเพื่อจัดทำโครงการด้านการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเสนอบรรจุในแผนปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐบาล ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาข้อเสนอแนวคิดโครงการ (Project Idea) ในประเด็นความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ เป้าหมาย และแนวทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ยึดจุดเน้นสำคัญคือ การผลิตกำลังคนรองรับด้านการเกษตร ด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม และด้านการท่องเที่ยว ซึ่งที่ประชุมฯ ได้มีข้อเสนอแนะในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การจัดทำฐานข้อมูลด้านการศึกษา (Big Data) ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การแก้ไขปัญหาสุขภาวะที่ส่งผลกระทบทำให้เด็กมีไอคิว (IQ) ต่ำ และปัญหาพยาธิใบไม้ในตับ พร้อมทั้งได้มีมติ เห็นชอบแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2562 - 2564 และเห็นชอบให้เสนอโครงการพัฒนานักวางแผน ที่ร่วมจัดทำแผนบูรณาการ ด้านการศึกษาระดับภาคจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาจัดสรรงบประมาณสนับสนุนในปี 2562 ด้วย ทั้งนี้ แผนบูรณาการดังกล่าว ประกอบด้วยแผนงานโครงการที่สอดคล้อง ครอบคลุมตามกรอบทิศทางการพัฒนาภาค และสามารถนำไปจัดทำสาระสำคัญของโครงการ (Project Brief) เพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค รวมทั้งแผนงานบูรณาการระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ตลอดจนแผนงานยุทธศาสตร์และแผนงานบูรณาการ ช่องทางอื่น ๆ ต่อไป

2) การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อร่วมกันถอดบทเรียนจากการดำเนินการพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และพิจารณาต่อยอดให้มีความเหมาะสมกับทิศทางพัฒนาภาคและบริบทพื้นที่ เช่น หลักสูตรนวัตกรรมระบบราง หลักสูตรแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ หลักสูตร Internet of Thing ควบคุมระบบเครื่องใช้ไฟฟ้า ในบ้านและชุมชน หลักสูตรปัญญาประดิษฐ์ (หรือ AI) หลักสูตรประมง และหลักสูตรทวิศึกษา โดยที่ประชุมฯ ได้มีข้อค้นพบที่สำคัญคือ จำเป็นต้องมีการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันอาชีวศึกษา และโรงเรียนในพื้นที่ก่อน จากนั้นจึงจะมาร่วมวิเคราะห์ออกแบบหลักสูตรเชื่อมโยงฯ รวมทั้งการพัฒนาระบบเทียบโอนชั่วโมงเรียนให้เป็นหน่วยกิตอย่างเป็นรูปธรรม ลักษณะ Credit Bank ด้วย

สำหรับหลักสูตรที่ได้รับงบประมาณในการพัฒนา จำนวน 144 หลักสูตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่การดำเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการภาค 10 - 14 โดยมี Best Practice ที่สำคัญ เช่น หลักสูตรการทำนาด้วยกระบวนการ STEM Education สู่ธุรกิจค้าปลีกในยุคศตวรรษที่ 21 โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคราม สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 หลักสูตรเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์เพื่อลดต้นทุนการผลิตของ กศน.พังโคน จังหวัดสกลนคร

สิ่งที่จะดำเนินการต่อในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 คือ 1) ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการฯ ติดตามและประเมินผลการจัดทำรูปแบบและแนวทางการพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ระดับจังหวัดและภูมิภาค รูปแบบ 360 องศา 2) วิจัยและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความเชื่อมโยงการจัดการเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ระดับจังหวัดและภูมิภาค รูปแบบ Hub Center สู่ยุคดิจิทัล 3) ขยายผลไปยังสถานศึกษาที่สนใจโดยให้หลักสูตรปี 2561 เป็นต้นแบบโครงข่าย Networks

สำหรับแนวคิดโครงการ (Project Idea) ที่เสนอขอในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 คือ โครงการเตรียมความพร้อมเพื่อเพิ่มทักษะของนักเรียนนักศึกษาแบบบูรณาการให้มีสมรรถนะในการช่วยขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

3) การประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อต่อยอดขยายผลการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ โดยในห้วงที่ผ่านมาได้มีการเสริมสร้างความเข้มแข็งในหลายประการ ได้แก่ 1) การสร้างภาคีเครือข่ายการทำงานที่เข้มแข็ง ภายใต้ชื่อ “Srisaket Learning Partnership” หรือ SLP 2) การกำหนดภาพอนาคตใน 10 ปีข้างหน้า ให้คนศรีสะเกษรุ่นใหม่เป็นคนรู้คิด จิตใจดี มีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ 3) การวิเคราะห์ฐานต้นทุนของโรงเรียนแกนนำ ในส่วนที่เป็นจุดแข็งและส่วนที่เป็นจุดที่ต้องพัฒนา ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ยังมีความเห็นตรงกันว่า การขับเคลื่อนการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาของจังหวัดศรีสะเกษ จะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงขึ้นพร้อมกันใน 6 ด้านคือ หลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้และการประเมินผลการเรียนรู้ บุคลากร สื่อการเรียนการสอน การลดการประเมินโรงเรียน และการเงิน โดยควรเน้นสร้างการมีส่วนร่วม และสร้างแรงจูงใจ ในการสนับสนุนการศึกษาจากชุมชน

 

Written by จงจิตร ฟองละแอ, บัลลังก์ โรหิตเสถียร
ขอบคุณข้อมูล
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สป.
Photo Credit
ยุทธพงศ์​ เลือก​กลั่น​ดี, ปกรณ์ เรืองยิ่ง
Rewriter/Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาและบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค

   
  410 ประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค ภาคใต้
  401 ประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค ภาคเหนือ
  398 ประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค ภาคตะวันออก
  186 สพม.38 RE-X-Ray ยาเสพติด
  183 สพม.34 ประชุมจัดทำมาตรฐาน รร.พักนอน
  056 ศธภ.1 จัดเสวนาพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยง ที่ปทุมธานี
  030 ลงพื้นที่ ครม.สัญจร ที่ระยอง
  028 ศธ.ผลักดันแผนบูรณาการศึกษาภาคตะวันออก และ EEC
  653 งานเปิดโลกกว้างสู่เส้นทางอนาคต ภาคกลาง ที่พระนครศรีอยุธยา
  641 ประชุมจัดทำแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค ภาคตะวันออก ที่นครนายก
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ