.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 245/2561
รมช.ศธ."พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์" ลงพื้นที่ ครม.สัญจร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ที่จังหวัดอุบลราชธานี


23 กรกฎาคม 2561 - พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามการดำเนินงานของศูนย์เรียนรวมโรงเรียนบ้านยางน้อย (พรหมพิทยา) และประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา 17 ศูนย์ใน 6 ภาคทั่วประเทศ รวมทั้งเปิดศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ณ วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ซึ่งเป็นภารกิจการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 5/2561 (กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2)

1. ติดตามการดำเนินงานของศูนย์เรียนรวม โรงเรียนบ้านยางน้อย (พรหมพิทยา) อ.เขื่องใน

เวลา 9.30 น. พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ. เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานของศูนย์เรียนรวมโรงเรียนบ้านยางน้อย (พรหมพิทยา) โดยมี น.ส.นิธินันท์ ศรีบุษยาสิทธิ์ ผอ.โรงเรียนบ้านยางน้อยฯ รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียน-คณะครูจากศูนย์เรียนรวมทั้ง 5 แห่ง, พระครูสุขุมวรรโณภาส เจ้าคณะตำบลหัวดอนฯ, นายขวัญเรือน แสบงบาล รอง ผอ.สพป.อุบลราชธานี เขต 1 รวมทั้งผู้บริหารและข้าราชการทุกสังกัดในพื้นที่เข้าร่วม

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามงานการดำเนินงานของโรงเรียนบ้านยางน้อย (พรหมพิทยา) ซึ่งเป็นต้นแบบโรงเรียนคุณธรรมนำวิชาการเฉลิมพระเกียรติ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มาจากความร่วมมือของชุมชนเข้ามาช่วยบริหารจัดการในรูปแบบ "บวร" หรือ "บ้านวัดโรงเรียน" เพื่อร่วมแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 60 คนลงมา โดยใช้รูปแบบวิธีการเคลื่อนย้ายครูและนักเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กอีก 4 โรงเรียนมาเรียนรวมกันในโรงเรียนบ้านยางน้อย คือ บ้านโนนใหญ่ บ้านพับ บ้านก่อ และบ้านท่าวารี

ต่อมาในปีการศึกษา 2561 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้โรงเรียนดังกล่าวเข้าร่วมโครงการ "โรงเรียนประชารัฐจังหวัดอุบลราชธานี (โรงเรียนประจำพักนอน)" เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนที่ผู้ปกครองมีรายได้น้อย อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร โดยมีนักเรียนประจำพักนอน ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.3 จำนวนทั้งสิ้น 29 คน

การลงพื้นที่ติดตามครั้งนี้ จึงเป็นการติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) ที่ต้องการให้โรงเรียนดังกล่าวเป็นต้นแบบการบริหารจัดการในรูปแบบ "บวร" และการรวมโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนประจำพักนอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีมีคุณธรรมนำวิชาการ ภายในปี 2562 ตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียน

ในการนี้ ได้ขอให้ผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ จากกระทรวงศึกษาธิการให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ :

น.ส.นิธินันท์ ศรีบุษยาสิทธิ์ ผอ.โรงเรียนบ้านยางน้อยฯ กล่าวว่า ปัจจุบันโรงเรียนมีภารกิจจัดการศึกษาใน 4 รูปแบบ คือ การเป็นศูนย์เรียนรวม โรงเรียนประจำพักนอน โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาฯ และโรงเรียนคุณธรรมนำวิชาการเฉลิมพระเกียรติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นต้นแบบโรงเรียนประจำพักนอน เพื่อช่วยเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ให้มี "3 ท" คือ ทักษะวิชาการ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต รวมทั้งการเป็นศูนย์เรียนรวม ที่ควบรวมผู้บริหาร ครู ทรัพยากร 5 โรงเรียนใกล้เคียงไว้ด้วยกัน ถือเป็นการแก้ปัญหาได้ดีมาก แต่ในขณะเดียวกันจำเป็นต้องมีการวางแผนบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรด้านต่าง ๆ ร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ ทั้งจำนวนบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ สถานที่  รวมถึงควรจัดระบบการสรรหาผู้บริหารและครูที่เป็นมืออาชีพ มีความพร้อมที่จะทำงานหนัก เพราะภาระในโรงเรียนค่อนข้างหนักมากจากการที่ดำเนินงานในหลายรูปแบบ

ดังนั้น หากส่วนกลางช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าหรือสนับสนุนสวัสดิการด้านต่าง ๆ แก่ข้าราชการและครูอัตราจ้างเพิ่มเติมกว่าโรงเรียนปกติ เช่น เพิ่มค่าตอบแทน จัดให้มีอัตราครูพักประจำ ฯลฯ ก็จะช่วยให้โรงเรียนบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

น.ส.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า รูปแบบการบริหารจัดการของศูนย์เรียนรวมแห่งนี้ ถือเป็นนวัตกรรมการแก้ปัญหาที่สามารถนำนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กมาเรียนรวมกัน ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ และทรัพยากรต่าง ๆ ได้ ซึ่งองค์ความรู้ในการบริหารจัดการถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดที่หลายหน่วยงานต้องเข้ามาช่วยกันคิดและร่วมวางแผนบริหารจัดการ

นายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการ กศน. กล่าวถึงรูปแบบการสรรหาผู้บริหารมืออาชีพ อาจทำในรูปแบบ "กลุ่มโรงเรียน" ที่สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติเคยดำเนินการมาก่อนในอดีต หรืออาจหมุนเวียนผู้บริหาร 5 โรงเรียนในการบริหารจัดการร่วมกัน ส่วนการประเมินสถานศึกษานั้นไม่ควรต่างคนต่างประเมิน ทั้งนี้ สำนักงาน กศน.พร้อมจะสนับสนุนสื่อติวฟรีเติมเต็มความรู้ มาช่วยสอนเสริมร่วมกับระบบ DLIT/DLTV

นายบุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า อาชีวะกำลังเตรียมคนเข้าสู่ตลาดงานในพื้นที่ ซึ่งศูนย์เรียนรวมจะมีส่วนสนับสนุนการดำเนินงานด้านนี้ที่ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

นายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา สกศ. กล่าวว่า การเป็นศูนย์เรียนรวม สกศ.เคยมีการวิจัยมาแล้ว และพร้อมจะผลักดันรูปแบบบริหารจัดการให้เป็นโรงเรียนนิติบุคคลประเภทกลุ่ม เพื่อความมีอิสระในการบริหารจัดการร่วมกันให้มากขึ้น มีการจัดระบบบริหารงบประมาณแบบใหม่ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และช่วยเสริมสร้างความสามารถของผู้บริหารโรงเรียน

น.ส.ชฎารัตน์ สิงหเดชากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเป็นบ้าน-วัด-โรงเรียน เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อปลูกฝังคุณธรรมของผู้เรียนในอนาคต โดยการอุดมศึกษาพร้อมสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เข้ามาช่วยส่งเสริมโดยเป็นมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงในวิชาการด้านต่าง ๆ เช่น STEM ภาษาอังกฤษ ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

นายชาย มะลิลา และนายยศพล เวณุโกเศศ รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวโดยรวมถึงภาระงานของครูและผู้บริหารโรงเรียนนี้มีมากกว่าโรงเรียนปกติทั่วไป จึงเห็นว่าควรมีค่าตอบแทนมากกว่าครูทั่วไป หรือลูกจ้างควรได้รับสิทธิ์ในการสอบเข้าเป็นข้าราชการครูได้มากกว่า ซึ่งกรณีที่มีการให้สิทธิ์ต่างๆ เหล่านี้เพิ่มเติม ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา สำหรับกรอบอัตรากำลังของศูนย์เรียนรวมที่ต้องการเพิ่มนั้น ควรจะพิจารณากรอบอัตรากำลังในรูปแบบการศึกษาพิเศษ

นายประยูร หรั่งทรัพย์ ผชช.เฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษา สช. กล่าวว่า การศึกษาเอกชนนอกระบบ มีการจัดกิจกรรมเสริมทักษะและความถนัดเพิ่มเติมให้แก่ผู้เรียนหลายด้าน เช่น ช่างประปา ช่างรองเท้า โดยจัดหลักสูตรให้ผู้เรียนปีละ 80 ชั่วโมง สช.พร้อมจะสนับสนุนด้านนี้ให้แก่ศูนย์เรียนรวม เพื่อให้เด็กที่จบออกไปมีอาชีพติดตัว

นายธนุ วงศ์จินดา ผอ.สำนักนโยบายและแผน สพฐ. กล่าวว่า แม้ 5 โรงเรียนรวมกลุ่มเป็นศูนย์เรียนรวม แต่ความเป็นนิติบุคคลแต่ละแห่งยังมีอยู่ รวมทั้งการประเมินสถานศึกษาแต่ละแห่งด้วย ซึ่งต้องให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดพิจารณา รวมทั้งการจัดสรรและโอนงบประมาณยังคงโอนไปที่โรงเรียนแต่ละแห่ง แต่หากมีการควบหรือยุบรวมกันได้จะสะดวกต่อการบริหารงบประมาณมาก สำหรับการโอนงบประมาณให้แก่โรงเรียนของศูนย์เรียนรวมนั้น สพฐ.ได้จัดสรรงบประมาณค่าสาธารณูปโภค ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าอาหารรวมมื้อเช้าเย็นมาให้เรียบร้อยแล้ว

พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษา รมช.ศธ. กล่าวว่า ฝากให้พิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการในการคัดเลือกผู้บริหารของศูนย์เรียนรวมให้เกิดการยอมรับกัน เพื่อร่วมใจกันของการบริหารจัดการ

พ.อ.ขจรศักดิ์ ไทยประยูร คณะทำงาน รมช.ศธ. กล่าวว่า การเรียนรวมของ 5 โรงเรียน ระยะสั้นอาจเป็นไปในรูปแบบบอร์ดมาสร้างกติกาและหารือร่วมกัน มีเจ้าภาพเข้ามาดูแลชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการบริหารจัดการ

ในช่วงท้าย พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวสรุปว่า จากการที่ได้รับฟังและประชุมร่วมกัน ต้องขอชื่นชมบุคลากรของโรงเรียนและศูนย์เรียนรวมที่มีความอดทน เสียสละในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้โรงเรียนมีความร่วมมือกับท้องถิ่นและภาคเอกชน ทั้งในรูปแบบความร่วมมือ "บวร" และโรงเรียนประชารัฐ (โรงเรียนประจำพักนอน) อันจะช่วยสร้างโอกาสและความเสมอภาคแก่เด็กด้อยโอกาส

อย่างไรก็ตาม โรงเรียนยังคงมีปัญหาความต้องการในหลายด้าน เช่น งบประมาณ บุคลากร อาคารสถานที่ บ้านพักนักเรียน ถังเก็บน้ำ ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ฯลฯ จึงขอให้หน่วยงานในส่วนกลางร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และวางแผนพัฒนาศูนย์เรียนรวมโรงเรียนบ้านยางน้อยอย่างใกล้ชิด กำหนดแผนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาให้ชัดเจนเป็นรูปธรรมภายใน 1 เดือน


2. ประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา 17 ศูนย์ใน 6 ภาคทั่วประเทศ ที่วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี อ.เมืองอุบลราชธานี

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การจัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา ริเริ่มจากข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการวางแผนผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจึงได้ริเริ่มจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวในพื้นที่ EEC (ภาคตะวันออก ปัจจุบันศูนย์หลักตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคบางแสน จ.ชลบุรี) ก่อนเป็นลำดับแรก และได้ขยายไปยังเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ภาคใต้ชายแดน ศูนย์หลักตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกปัตตานี) จนประสบความสำเร็จ จากนั้นจึงขยายไปยังภาคอื่น ๆ คือ ภาคเหนือ (ศูนย์หลักตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศูนย์หลักตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด) ภาคกลาง (ศูนย์หลักตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ) และภาคใต้ (ศูนย์หลักตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต)

สำหรับการประชุมติดตามความก้าวหน้าในครั้งนี้ ได้รับฟังความก้าวหน้าจากผู้แทนศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา 17 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ต้องการให้ดูรายละเอียดมากขึ้นเพื่อนำไปสู่การวางแผนการผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง ส่งผลให้เกิดความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในกลไกประชารัฐและทวิภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำระบบฐานข้อมูลกลาง (Big Data System) ที่ต้องการให้ไปปรับปรุงและจัดระเบียบข้อมูลระบบให้เกิดความเข้มแข็งบนพื้นฐานที่แน่นขึ้น สรุปรวมเป็นฐานข้อมูลภาพรวมของการวางแผนกำลังคนอาชีวศึกษาระดับประเทศ เพื่อนำเสนอเป็นรายงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบในโอกาสต่อไป โดยขอให้ดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน

สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือให้อาชีวะประเมินสถานศึกษาทั่วประเทศ ทั้งระดับดีเยี่ยม พอใช้ หรือปรับปรุง เพื่อวางแผนพัฒนายกระดับสถานศึกษากลุ่มที่ต้องปรับปรุงให้มีคุณภาพสูงขึ้น อันจะส่งผลถึงสมรรถนะของผู้เรียนอาชีวศึกษาในภาพรวมของประเทศต่อไป

จากนั้น พล.อ.สุรเชษฐ์ เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (NEEC) ณ วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี


Written by บัลลังก์ โรหิตเสถียร
Photo Credit
สุรัตน์ ภู่สุวรรณ, ปกรณ์ เรืองยิ่ง
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 รวมมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

   
  237 ครม.อนุมัติงบกลางยกระดับการศึกษารองรับ EEC
  225 มติ ครม.ความร่วมมือกับโมร็อกโกและตั้งบอร์ดกองทุนเพื่อความเสมอภาคฯ
  198 ครม.เห็นชอบมหาวิทยาลัยอมตะจัดหลักสูตรNTUในพื้นที่EEC
  181 ครม.แต่งตั้งที่ปรึกษาด้านมาตรฐานการอาชีวศึกษา
  168 แต่งตั้ง ศธภ.15
  157 ครม.เห็นชอบเยียวยาข้าราชการพลเรือนใน ส.อุดมศึกษา 8%
  150 ครม.เห็นชอบหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา
  138 ครม.อนุมัติ พรบ.สถาบันวิทยาลัยชุมชนและแต่งตั้ง ศธภ.1
  114 ครม.เห็นชอบผลิตอาชีวะและบัณฑิตพันธุ์ใหม่
  085 ครม.เห็นชอบมาตรการป้องกันปราบปรามการทุจริต
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ