.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 227/2561
รมช.
ศธ.(นพ.อุดม คชินทร) มอบนโยบายการประชุมเครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาค


ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพร้อมมอบนโยบายในการประชุมเครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาค 9 เครือข่าย เมื่อวันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2561 ณ ห้องประชุมประเสริฐ ณ นคร สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, ประธานเครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาค 9 เครือข่าย, ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา และคณาจารย์ เข้าร่วมประชุม

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร กล่าวว่า รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการอุดมศึกษาซึ่งเปรียบเสมือนหัวรถจักรในการพัฒนาประเทศ และเพื่อให้มีความอิสระต่อการบริหารงาน จึงแยก สกอ. ออกจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอกฎหมาย พร้อมกำหนดรายละเอียดขอบเขตการทำงานของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน เพื่อลดความซ้ำซ้อนที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้น

จึงขอฝากให้มหาวิทยาลัยเตรียมความพร้อมรองรับความท้าทายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ อาทิ จำนวนผู้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยลดลง, กระบวนการเรียนรู้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก, การบ่มเพาะทักษะ สมรรถนะ และอุปนิสัยในการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีสอนเด็กไม่ได้ พร้อมปรับตัวเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนทุกวัย เฟ้นหาจุดแข็งของตนเองเพื่อช่วยพัฒนาการศึกษาในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นสอนให้เด็กมีหลักคิดที่ถูกต้อง เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี กระตุ้นการใฝ่รู้ใฝ่เรียนเพื่อติดอาวุธให้เด็กสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกได้ทุกสถานการณ์ และการแทนที่คนด้วยเทคโนโลยี

สำหรับรูปแบบการดำเนินงานของเครือข่ายอุดมศึกษา ถือว่าสอดคล้องกับการดำเนินงานของสาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่มีเครือข่ายอุดมศึกษาเช่นกัน ซึ่งการช่วยกันเติมเต็มการทำงาน ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคงไม่มีใครเก่งในทุกเรื่อง มหาวิทยาลัยในเครือข่ายจึงต้องช่วยเหลือกัน เพื่อให้การดำเนินงานต่าง ๆ สำเร็จและเป็นประโยชน์กับประเทศได้อย่างรวดเร็ว

ในส่วนของรัฐบาลยินดีที่จะสนับสนุนงบประมาณ สำหรับโครงการที่มีเป้าหมายสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ อาทิ โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ซึ่งเปิดสอนหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการพัฒนาประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ เครือข่ายอุดมสามารถเสนอโครงการที่เป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัยในเครือข่าย เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลต่อไป

นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ กกอ. กล่าวเพิ่มเติมถึงเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษาด้วยว่า เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 โดยมีรูปแบบโครงสร้าง 3 ระดับ คือ เครือข่ายอำนวยการ (เครือข่าย A), เครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาค (เครือข่าย B) และเครือข่ายเชิงประเด็น (เครือข่าย C) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งผ่านนโยบายของ สกอ. ไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยมีเครือข่ายอุดมศึกษา 9 เครือข่าย ที่ตั้งอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

โดยการประชุมครั้งนี้ ประธานเครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาคทั้ง 9 เครือข่าย ได้รายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ดังนี้

  • เครือข่ายภาคเหนือตอนบน : มีสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิก จำนวน 16 แห่ง และมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธาน โดยได้รับความร่วมมือจากสภาหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ในการส่งเสริมหลักสูตรสหกิจศึกษา เช่น การจัดกิจกรรมค้นหาทักษะและคุณลักษณะของบัณฑิตที่ผู้ประกอบการต้องการ, การอบรมเชิงปฏิบัติการ, คณาจารย์นิเทศสหกิจศึกษา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินโครงการมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง มุ่งเน้น STEM Education ภาษาอังกฤษ และคุณธรรมจริยธรรม, โครงการพัฒนาและสร้างงานวิจัยให้สอดคล้องกับชุมชนเศรษฐกิจฐานราก เน้นการวิจัยแบบมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีผลงานเด่นชัด อาทิ วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต เป็นต้น สำหรับอุปสรรคในการดำเนินงาน คือจำนวนงบประมาณและความต่อเนื่องของการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการต่าง ๆ

  • เครือข่ายภาคเหนือตอนล่าง : มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธาน โดยได้ดำเนินโครงการที่สำคัญ ดังนี้ โครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนฐานราก (8 โครงการ), โครงการปรับปรุงพันธุ์สตรอเบอร์รี่ภายใต้โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาภาครัฐร่วมภาคเอกชนเชิงพาณิชย์, จัดอบรมทักษะอาชีพในโครงการสนับสนุนหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (University Business Incubator: UBI), การพัฒนาหลักสูตรสหกิจศึกษา, การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช, การป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา พร้อมถอดบทเรียน Drug Free University, โครงการมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงที่ดูแลโรงเรียนกว่า 200 แห่ง ทั้งด้านการพัฒนาทักษะวิชาการ และการพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน เป็นต้น

  • เครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน : มีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธาน ซึ่งได้ดำเนินโครงการมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถาบันอุดมศึกษา 14 แห่ง ร่วมดูแลโรงเรียน 286 แห่ง ด้วยการพัฒนาครูและนักเรียนผ่านโครงการ KKU Smart Learning มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ให้ครูผู้สอนโดยใช้สื่อดิจิทัลที่พัฒนาขึ้น นอกจากนี้ ยังมีโครงการด้านอื่น ๆ อาทิ โครงการวิจัยภายใต้เครือข่ายการบริหารการวิจัย จำนวน 14 โครงการ, โครงการป้องกันยาเสพติดในสถาบันอุดมศึกษา เน้นการอบรมนักศึกษาแกนนำ เพื่อสร้างเครือข่ายและผลิตสื่อป้องกันยาเสพติด, หลักสูตรสหกิจศึกษาอาเซียน เป็นต้น ส่วนปัญหาที่พบระหว่างการดำเนินงาน คือการได้รับงบประมาณในระยะเวลาที่กระชั้นชิด อีกทั้งการสื่อสารระหว่างเครือข่าย เขตพื้นที่ และต้นสังกัดของนักวิจัย ทำให้การดำเนินงานเกิดความล่าช้าดำเนินงาน และขาดการสนับสนุนด้านการประเมินผล

  • เครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง : มีสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิก จำนวน 17 แห่ง และมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นประธาน โดยดำเนินโครงการด้านต่าง ๆ อาทิ การสนับสนุนหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (University Business Incubator: UBI) จำนวน 33โครงการ, เครือข่ายสหกิจศึกษา มีนักศึกษาในหลักสูตร จำนวน 4,500 คน และมีองค์กรภาคเอกชนเข้าร่วม 1,445 องค์กร ตลอดจนมีพันธมิตรสหกิจนานาชาติด้วย, โครงการป้องกันยาเสพติดในสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 14 โครงการ, โครงการมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงดูแลโรงเรียน 300 แห่ง นักเรียน 15,000 คน ทั้งนี้ ขอฝากข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความชัดเจนของกรอบการดำเนินงานเครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาคให้มากขึ้น ทั้งในส่วนของระยะเวลา และการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินงานให้เกิดความต่อเนื่องต่อไป

  • เครือข่ายภาคกลางตอนบน : มีสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิก จำนวน 47 แห่ง และมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน โดยเครือข่ายเชิงประเด็นได้มีการหารือร่วมกันเพื่อริเริ่มที่จะพัฒนางานในหลายส่วน อาทิ เครือข่ายพัฒนาอาจารย์ เครือข่ายปฏิรูปการศึกษา เครือข่ายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เป็นต้น พร้อมกำหนดให้มีการประชุมติดตามความก้าวหน้างานทุก 3 เดือน ตลอดจนแลกเปลี่ยน Best Practice ร่วมกัน โดยมีโครงการที่น่าสนใจ อาทิ มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงที่ดูแลโรงเรียน 330 แห่ง, ระบบการศึกษาแบบเปิด หรือ Thai MOOC (Thailand Massive Open Online Course) เป็นต้น ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคก็คือ ความไม่ชัดเจนของแนวทางการดำเนินงานเครือข่ายอุดมศึกษา เช่น กรอบระยะเวลาการดำเนินงาน เป็นต้น เพื่อมหาวิทยาลัยเครือข่ายจะได้ร่วมกันวางกรอบและแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องต่อไป

  • เครือข่ายภาคกลางตอนล่าง : โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นประธาน และมีความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านการวิจัยหลายส่วน ทั้งศูนย์นวัตกรรมด้านการสร้างสรรค์, สร้างเครือข่ายนักวิจัยให้มีความเข้มแข็ง เป็นต้น ในส่วนของการสนับสนุนหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (University Business Incubator: UBI) ได้สร้างผู้ประกอบการใหม่ตามเป้าหมาย พร้อมสร้างคู่มือการเริ่มต้นธุรกิจและพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มีการส่งเสริมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ ด้วย นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินหลักสูตรสหกิจศึกษา, โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่, โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, สถาบันศึกษาพี่เลี้ยง, การศึกษาดูงานข้ามเครือข่าย การจัดตั้งกลุ่มการวิจัย, การสร้างความร่วมมือกับชุมชน และการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ร่วมกับมหาวิทยาลัย 30 แห่ง และมีนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 2.5 แสนคน พร้อมขยายผลโครงการไปสู่ชุมชนด้วย ทั้งนี้ ยังมีปัญหาเรื่องความต่อเนื่องของโครงการ จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ของเครือข่ายร่วมกัน เพื่อความเป็นเอกภาพในการทำงาน และส่งเสริมการส่งต่องานจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อความต่อเนื่องด้วย

  • เครือข่ายภาคใต้ตอนบน : มีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธาน และมีความก้าวหน้าการดำเนินงานของเครือข่ายเชิงประเด็นที่หลากหลาย อาทิ การผลิตบัณฑิต, มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย, การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น รวมทั้งมีการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ในโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา, โครงการสนับสนุนหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (University Business Incubator: UBI) จำนวน 13 โครงการ, หลักสูตรสหกิจศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ในระดับประเทศและระดับนานาชาติ, การสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร, สถาบันอุดมศึกษาพี่เลี้ยง เน้นพัฒนาทักษะภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นต้น ทั้งนี้ มีตัวอย่างความสำเร็จในโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาภาครัฐร่วมเอกชนเชิงพาณิชย์ที่โดดเด่น อาทิ การพัฒนาเครื่องอบแห้งรังนกด้วยคลื่นไมโครเวฟ, Creative Innovation Hub เป็นต้น ในส่วนของปัญหาจากการดำเนินการ พบว่า การสนับสนุนงบประมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง, ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการไทยแลนด์ 4.0 ยังไม่เพียงพอต่อการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนของอาจารย์ และในส่วนของนิสิตนักศึกษายังไม่ให้ความสนใจเรื่องวิสาหกิจชุมชนเท่าที่ควร

  • เครือข่ายภาคใต้ตอนล่าง : มีสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิก จำนวน 14 แห่ง และมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นประธาน โดยได้ดำเนินงานด้านเครือข่ายบริหารการวิจัย อาทิ การลงทุนร่วมกับภาคเอกชน, การนำเสนอผลงานวิจัยในวันนักประดิษฐ์, การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการระดับชาติเครือข่ายวิจัยสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ, จัดกิจกรรมป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา, โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยงดูแลโรงเรียน 218 แห่ง มีครูเข้าร่วม 2,594 คน และมีนักเรียนในโครงการ 18,004 คน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมโครงการสนับสนุนหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (University Business Incubator: UBI) เพื่อสร้างความตระหนักและเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการในสถานศึกษา พร้อมเปิดสอนหลักสูตรสหกิจศึกษาและร่วมมือกับสถานประกอบการด้วย สำหรับปัญหาและอุปสรรคอยู่ที่ความไม่ต่อเนื่องของผู้รับผิดชอบโครงการ, ที่ตั้งของโรงเรียนบางแห่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนความพร้อมของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เป็นต้น

  • เครือข่ายภาคตะวันออก : มีสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิก จำนวน 10 แห่ง และมีมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นประธาน โดยได้ดำเนินการด้านเครือข่ายบริหารการวิจัย อาทิ โครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนฐานราก, โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาภาครัฐร่วมเอกชนเชิงพาณิชย์ เป็นต้น พร้อมดำเนินงานเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาในหลายโครงการ อาทิ โครงการสนับสนุนหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (University Business Incubator: UBI) เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในชุมชน พร้อมเปิดสอนหลักสูตรสหกิจศึกษารวม 49 หลักสูตรใน 4 มหาวิทยาลัย, การศึกษาร่วมกับองค์กรภาคธุรกิจ จำนวน 1,035 แห่ง โดยมีนักศึกษาในหลักสูตร จำนวน 2,990 คน, โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ, โครงการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา, โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยงด้วย ในส่วนของปัญหาจากการดำเนินงาน พบว่า การสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยที่กระจายให้ทุกมหาวิทยาลัยในเครือข่ายยังมีจำนวนน้อย, การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา, การเปิดปิดภาคเรียนที่ไม่ตรงกันของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่ง ส่งผลต่อช่วงเวลาในการจัดกิจกรรม เป็นต้น


Written by อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Photo Credit
สุรัตน์ ภู่สุวรรณ
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor
บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี  เกี่ยวกับ สกอ.

   
  212 โครงการผลิตแพทย์เพิ่มฯ
  203 มทร.ตะวันออกให้ความรู้สร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่
  188 ทิศทางการอุดมศึกษาไทยในอนาคต
  179 ลงพื้นที่ ครม.สัญจร นครสวรรค์
  175 หารือการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม
  172 วันสหกิจศึกษาไทย
  165 TCAS รอบ 3
  158 แนวทางตั้งกระทรวงอุดมศึกษาฯ
  146 นโยบายการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา
  113 ติดตามโครงการ KKU Smart Learning มหาวิทยาลัยขอนแก่น
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ