.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 209/2561
รมว.ศธ.ปาฐกถาพิเศษ Education in THAILAND


นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปาฐกถาพิเศษในงาน BCCT Multi-Chambers Lunch จัดโดยสภาหอการค้าอังกฤษประจำประเทศไทย โดยมี ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, Mr. Chris Thatcher ประธานสภาหอการค้าอังกฤษประจำประเทศไทย, นายชลำ อรรถธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, ผู้แทนจากสภาหอการค้าประเทศต่าง ๆ, สมาคมโรงเรียนนานาชาติ และผู้แทนสถานศึกษา เข้าร่วมงาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เมื่อกล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย แน่นอนว่ามีนักวิชาการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจำนวนมากที่ให้ความสนใจ พร้อมทั้งเสนอแนะให้ใช้รูปแบบการปฏิรูปการศึกษาของประเทศที่ประสบผลสำเร็จแล้ว อาทิ ฟินแลนด์ สิงคโปร์ ไอร์แลนด์ เป็นต้น

แต่หากพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะพบว่าความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาในวันนี้ เป็นผลมาจากการปฏิรูปการศึกษาเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว ดังนั้น ควรศึกษาว่ามีการดำเนินงานอย่างไรบ้างในอดีตที่ส่งผลสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งแน่นอนว่าการปฏิรูปต้องใช้เวลา บางเรื่องอาจจะนานถึง 35 ปีกว่าจะเห็นผล หรือหากเป็นไปอย่างเร็วที่สุดก็ไม่น่าจะน้อยกว่า 10 ปี

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญประการแรกที่หลายประเทศดำเนินการเพื่อปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จคือ "การลดความเหลื่อมล้ำ" กล่าวคือ ผู้ปกครองจะไม่มีความกังวลใจเรื่องการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในสถานศึกษา เพราะไม่ว่าจะอาศัยอยู่พื้นที่ใดของประเทศ ก็สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม

และแม้ว่าที่ผ่านมา ไทยได้มีความพยายามปฏิรูปการศึกษาในหลากหลายวิธี ทั้งการปรับโครงสร้าง การริเริ่มและคิดค้นวิธีการต่าง ๆ เพื่อปฏิรูปการศึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่าการปฏิรูปการศึกษาของไทยยังไม่ประสบผลสำเร็จ ก็คือ ยังไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ เนื่องจากผลการวิเคราะห์ผลสอบ PISA พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนน PISA ของเด็กไทยระหว่างกลุ่มคะแนนสูงกับกลุ่มคะแนนต่ำยังมีช่องว่างคะแนนห่างกันมาก เมื่อเทียบค่าเฉลี่ยความเหลื่อมล้ำนับเป็นเวลาประมาณ 7 ปีการศึกษา และตลอดระยะเวลาที่ไทยเข้าโครงการประเมินตั้งแต่ปี 2543 ช่องว่างของคะแนนนี้ไม่เคยแคบลง

อีกทั้งผลการวิเคราะห์คะแนน PISA ยังพบข้อมูลที่สำคัญหลายประการ อาทิ เด็กจากโรงเรียนที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จะทำคะแนนได้ดี, กลุ่มโรงเรียนสาธิตยังมีช่องว่างคะแนนระหว่างโรงเรียนสาธิตด้วยกันเอง, โรงเรียนมัธยมในเมืองและต่างจังหวัด มีคะแนนเกาะกลุ่มอยู่ที่ค่าเฉลี่ย และมีนักเรียนเพียงส่วนน้อยที่ได้คะแนนสูง, ส่วนโรงเรียนเอกชนมีเพียงบางแห่งที่เด็กได้คะแนนสูง เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าความยากจนไม่ใช่ชะตากรรมที่ส่งผลต่อการศึกษา เพราะมีนักเรียนในหลายประเทศ ทั้งมาเก๊า ฮ่องกง เวียดนาม และเอสโตเนีย ที่มีฐานะยากจนและพ่อแม่ไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องการศึกษา แต่สามารถทำคะแนน PISA ติดอันดับท็อปของโลกเทียบเท่าเด็กในประเทศที่พัฒนาแล้ว

ในส่วนการปฏิรูปการศึกษาของไทยในปัจจุบัน มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศในหลายด้าน อาทิ การพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า ด้วยหลักการการลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การแข่งขันอย่างเสรี ไม่เน้นการสั่งการจากส่วนกลาง ตลอดจนการมีระบบการเงินการคลังที่มั่นคง เช่นเดียวกับการบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะส่งเสริมให้ผู้บริหารและครูในพื้นที่ได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ตามบทบาทหน้าที่ในโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร (คูปองพัฒนาครู) โดยสนับสนุนงบประมาณ 10,000 บาทต่อคน เพื่อเลือกช็อปปิ้งหลักสูตรฝึกอบรมพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ ทางระบบออนไลน์ www.training.obec.go.th ของสำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งในปี 2560 มีครูเข้าลงทะเบียนอบรมกว่า 3.2 แสนคน โดยหลักสูตรฝึกอบรมจัดโดยภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และมหาวิทยาลัย เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในการดำเนินงานเพื่อลดอำนาจการสั่งการจากส่วนกลางหรือหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งเดิมหน่วยงานจะทั้งเป็นผู้จัดอบรมให้กับกลุ่มเป้าหมายเดิม ด้วยวิทยากร หัวข้อการอบรม ตลอดจนสถานที่เดิม ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ได้ผลลัพธ์แบบเดิมเช่นกัน

นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น กระทรวงศึกษาธิการยังมีแนวทางการปฏิรูปในด้านอื่น ๆ ควบคู่กันไป อาทิ การจัดครูที่เก่งที่สุดให้ได้สอนเด็กที่อ่อนที่สุด เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กมีคุณภาพ, ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส พร้อมกับป้องกันการทุจริตในวงการศึกษา ซึ่งเปรียบเสมือนรอยรั่วของเรือลำใหญ่ หากไม่อุดรอยรั่วโดยเร็ว ก็จะส่งผลเสียหายต่อเรือลำใหญ่ที่เป็นองค์กรหรือหน่วยงานได้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือจากต่างประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาไทย โดยปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เข้ามาจัดการศึกษาในประเทศไทย เช่น มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon สหรัฐอเมริกา และล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้ National Taiwan University มาเปิดสาขาในไทยด้วย

สำหรับความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรนั้น ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด อาทิ การอบรมครูภาษาอังกฤษแบบเข้ม (Boot Camp), ระบบประเมินผลภาษาอังกฤษออนไลน์, ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในการปรับปรุงหลักสูตร STEM Education และ PISA Platform, ความร่วมมือในระดับอุดมศึกษา, การจัดตั้งสถาบันการศึกษาและโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย เช่น Harrow, Shrewbury, Rugby เป็นต้น


Written by อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Photo Credit อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี ด้านต่างประเทศ

   
  144 เยี่ยมชม Sendai KOSEN College ญี่ปุ่น
  142 หารือจัดตั้ง KOSEN ประเทศไทย ณ Tokyo KOSEN College ญี่ปุ่น
  129 หารือกับ JICA และเอกอัครราชทูตเวียดนาม
  123 ยกอุทยานธรณีสตูลเป็นอุทยานธรณีโลก
  105 ภารกิจที่ฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น
  104 หารือกับ KOSEN โตเกียว
  103 เยือนญี่ปุ่น
  095 เปิดประชุม SEAMEO RIHED
  079 หารือกับประธานสภา จ.ฟุกุโอกะ
  069 จับมือจีนสอนหลักสูตรอาชีวะระบบราง
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ