.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 201/2561
ศธ.จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับการประเมิน “PISA" ปี 2018


นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการ โครงการประเมินนักเรียนร่วมกับนานาชาติ ประจำปี 2561 “PISA 2018" สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ระดับผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา กว่า 300 คน เมื่อวันพุธที่ 20 มิถุนายน 2561 ณ โรงแรมบางกอก พาเลส กรุงเทพฯ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programme for International Student Assessment) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “PISA” ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for the Economic Cooperation and Development: OECD) เมื่อปี 2543 เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาของประเทศต่าง ๆ ด้วยการประเมินความสามารถพื้นฐานด้านการใช้ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยทำการสุ่มประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี อย่างต่อเนื่องทุก 3 ปี ซึ่งเป็นเด็กที่จบการศึกษาภาคบังคับแล้ว สำหรับสาระสำคัญในการประเมินมี 3 ด้าน ได้แก่ การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) ซึ่งการสอบแต่ละครั้งจะให้ค่าน้ำหนักการวัดความสามารถแต่ละด้านแตกต่างกันไป

โดยความสำคัญของการเข้าร่วมสอบ PISA คือการวิเคราะห์ผลหลังการสอบ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดการศึกษาให้มีผลลัพธ์ด้านการจัดการศึกษาที่ดีขึ้น ซึ่งผลการวิเคราะห์คะแนน PISA ของเด็กไทยในแต่ละปี ทำให้ทราบว่าผลการจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีต่าง ๆ ได้ผลเป็นอย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ด้านการศึกษา และความสามารถในการนำความรู้ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่านไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไรบ้าง ดังนั้น PISA จึงเป็นปรอทวัดผลด้านการจัดการศึกษาที่เชื่อถือได้ มีชื่อเสียงและมีการนำไปใช้ในประเทศต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อประกอบการพิจารณาในด้านอื่นที่สอดคล้องกับการจัดการศึกษาของประเทศนั้น ๆ

สำหรับประเทศไทยที่เข้าร่วมสอบ PISA มาตั้งแต่ปี 2543 ผลการวิเคราะห์พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนน PISA ของเด็กไทยห่างจากประเทศสมาชิก OECD ประมาณ 3 ปีการศึกษา แต่เมื่อวิเคราะห์เจาะลึกลงในรายละเอียด จะพบว่าเด็กไทยที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุดของประเทศ อยู่ที่ 550 คะแนน ซึ่งติดอยู่ในอันดับที่ 2-3 ของโลก ในขณะที่เด็กที่ได้คะแนนเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ที่ 150 คะแนน นั่นก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในกลุ่มเด็กไทยเองมากถึง 7 ปีการศึกษา จึงอาจสรุปได้ว่าการปฏิรูปการศึกษาในด้านต่าง ๆ ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรจะเป็น เพราะในขณะที่เราสร้างเด็กเก่งออกไปแข่งขันในระดับโลกได้จำนวนน้อย แต่ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ ช่องว่างของคะแนนซึ่งสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ก็ไม่เคยแคบลงเช่นกัน

ในส่วนของการเข้าร่วมสอบ PISA ปี 2018 ซึ่งให้ค่าน้ำหนักของคะแนนกับการวัดความสามารถ “ด้านการอ่าน” ซึ่งจะเป็นการสะท้อนผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่เข้าร่วม ดังนั้น ขอให้ทุกคนที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้กับเด็กที่จะเข้าสอบ พร้อมชี้แนะและสร้างความคุ้นเคยกับการสอบ PISA ด้วยวิธีต่าง ๆ อาทิ วิเคราะห์ข้อสอบย้อนหลังเพื่อจัดทำเป็นคลังข้อสอบ, การเชิญผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแนะนำครูให้จัดทำแบบประเมินหรือปรับข้อสอบวิชาต่าง ๆ ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับข้อสอบ PISA เพราะ PISA ไม่ใช่ข้อสอบที่จะติวได้ แต่การสร้างให้เด็กเกิดความคุ้นชินกับข้อสอบแนวนี้ อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลการสอบดีขึ้นก็เป็นได้

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “การแปลข้อสอบ PISA” เป็นภาษาไทย เพื่อแก้ปัญหาการอ่านข้อสอบไม่เข้าใจของเด็กไทย เพราะมีโครงสร้างภาษาที่แตกต่างออกไปจากเดิม โดยขอให้ PISA Center ช่วยดูแลให้มีการแปลข้อสอบ พร้อมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบในเรื่องของภาษาอย่างจริงจังเพื่อความถูกต้องด้วย และหากพบว่าไม่มีการตรวจสอบที่เชื่อถือได้ในภายหลัง ก็อาจไม่ส่งเด็กเข้าร่วมสอบเพื่อประเมินในโครงการ PISA ปี 2018 เพราะผลการสอบที่ออกมา ไม่ได้ส่งผลแค่การวัดผลในระดับนานาชาติเท่านั้น แต่จะเป็นพื้นฐานการประเมินผลการจัดการศึกษาด้านอื่น ๆ ต่อไปด้วย

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า การประชุมในครั้งนี้ได้เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากโรงเรียนทุกสังกัดที่เข้าร่วมการสอบ PISA 2018 มาร่วมหารือและถอดบทเรียนจากการสอบ PISA ที่ผ่านมา พร้อมทั้งวางแนวทางและเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ PISA ในอีก 3 ปีข้างหน้า จึงขอให้รับฟังซึ่งกันและกัน และช่วยเหลือดูแลกันอย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับผลคะแนนการสอบของเด็กไทยให้มีแนวโน้มค่าคะแนนเฉลี่ยที่สูงขึ้น และลดช่องว่างคะแนนสูงสุดกับต่ำสุดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


Written by อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Photo Credit ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  199 บดินทร์พัฒนาโรงเรียน Smart School
  195 ยกระดับกล่มรร.พระราชดำริ เฉลิมะพระเกียรติ พท.สูง เกาะ พท.พิเศษ
  176 Thailand-Japan Student Science Fair
  167 คูปองครู
  160 รร.ร่วมพัฒนา (Partnership School) เตรียม MoU กับ 11 ภาคเอกชน
  155 booking หลักสูตรอบรมครู สพฐ.
  148 ติดตามห้องเรียนกีฬา ที่สุโขทัย
  145 ตั้ง คกก.ปฏิรูปการเรียนการสอนพระพุทธศาสนาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  136 ลงพื้นที่ KKU Smart Learning และห้องเรียนจีน ที่ขอนแก่น
  125 สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา ครั้งที่ 2 จ.ประจวบคีรีขันธ์
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ