.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 197/2561
รมว.ศธ.ลงพื้นที่ EEC ที่ชลบุรี
หารือแนวทางสร้างนักนวัตกร และ
โรงเรียนเตรียมนวัตกร ของไทย


รมว.ศีกษาธิการ ลงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่ชลบุรี หารือการจัดตั้ง "โรงเรียนเตรียมนวัตกร" ในพื้นที่ EEC พร้อมเริ่มต้นสร้าง "นักนวัตกร" ของไทยไปเรียนหลักสูตรมาตรฐาน KOSEN ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 ปีละ 80 คนเป็นเวลา 5 ปี จบแล้วกลับมาพัฒนาเด็กรุ่นหลัง ส่วนเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นแนะไทยต้องมีสถาบัน KOSEN เพื่อให้ประเทศสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยพื้นที่ EEC เหมาะสมที่สุด

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ที่จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและหารือแนวทางการดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนเตรียมนวัตกร ณ​ โรงเรียนหนองรีมงคล​สุขสวัสดิ์ และวิทยาลัย​​อาชีวศึกษา​เทคโนโลยี​ฐาน​วิทยาศาสตร์​ ชลบุรี​ และปาฐกถาพิเศษ "Smart Education and Human Resource  Development Policy in EEC" ที่สถาบันไทย-เยอรมัน นิคมอมตะซิตี้

● ตรวจเยี่ยมโรงเรียนหนองรีมงคลสุขสวัสดิ์ อ.เมืองชลบุรี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ชลบุรี อ.พานทอง

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมหารือในระหว่างตรวจเยี่ยมสถานศึกษาดังกล่าวว่า มีเรื่องสำคัญ 2 ประเด็น คือ

1) การส่งนักเรียนไปเรียนหลักสูตรมาตรฐานโคเซ็นที่ญี่ปุ่น เพื่อผลิตนักนวัตกร

เนื่องจากโครงการเงินกู้ของไจก้า (องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น) ผ่านมติที่ประชุม ครม. แล้ว วงเงินประมาณ 3,500 ล้านบาท โดยเป็นของรัฐบาลไทย 800 ล้านบาท และญี่ปุ่น 2,700 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านั้นรายละเอียดการของบประมาณยังไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของไจก้านัก จึงได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดดังกล่าวเพื่อให้งบประมาณถึงตัวเด็กโคเซ็น (KOSEN) โดยตรง ทั้งนี้เป้าหมายสำคัญของไจก้าคือต้องการทำโครงการโคเซ็นให้สำเร็จ โดยต้องทำความเข้าใจก่อนว่า "โคเซ็นไม่ใช่อาชีวศึกษาขั้นสูง แต่โคเซ็นคือ การเตรียมนวัตกร"

ทั้งนี้ จากการเจรจากับญี่ปุ่นหลายครั้ง ได้ข้อสรุปว่าญี่ปุ่นพร้อมจะรับเด็กไทยไปเรียนที่สถาบันโคเซ็นประเทศญี่ปุ่น จำนวน 80 คนต่อปี หรือจำนวน 400 คนในระยะเวลา 5 ปี ใช้เวลาเรียนทั้งสิ้น 7 ปี ดังนั้นในอีก 7 ปีข้างหน้าเราจะมีนักเรียนที่จบโคเซ็นปีละ 80 คน และในอนาคตเด็กกลุ่มนี้จะกลับมาเป็นครูเพื่อสอนเด็กโคเซ็นของประเทศไทยในรุ่นหลัง

ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายจะเป็นนักเรียนที่จบชั้น ม. 3 มีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และมุ่งมั่นที่จะเป็นนักนวัตกร โดยจะฝากสอบกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปีการศึกษา 2562 หากเด็กสามารถสอบได้ตามมาตรฐานโคเซ็นและมีคุณสมบัติครบถ้วน จะได้รับทุนไปเรียนที่สถาบันโคเซ็นประเทศญี่ปุ่นทันที

2) ญี่ปุ่นเห็นว่าไทยควรมีสถาบันโคเซ็นเป็นของตนเอง เพื่อให้ประเทศสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง ดังนั้นขณะที่เราส่งเด็กไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น จึงควรมีการสร้างโรงเรียนเรียนเตรียมนวัตกรไว้เพื่อรองรับเด็กของเราเองด้วย โดยทางญี่ปุ่นเสนอว่า โรงเรียนเตรียมนวัตกรนั้น ควรอยู่ในพื้นที่ EEC เพื่อรับโจทย์จากพื้นที่แถบนี้ได้ง่าย

สำหรับโรงเรียนหนองรีมงคลสุขสวัสดิ์ เป็นสถานที่แรกที่ได้มาดูความพร้อม เนื่องจากอีก 2-3 ปีข้างหน้าจำนวนเด็กมัธยมปลายจะลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ปัจจัยด้านสถานที่ก็จะเอื้อให้สามารถจัดการเรียนการสอนเตรียมนวัตกรได้ วันนี้จึงมาดูว่าที่นี่เหมาะสมที่จะสร้างเป็นโรงเรียนเตรียมนวัตกรหรือไม่

ขณะที่หลายฝ่ายบอกว่าประเทศไทยมีโรงเรียนเตรียมวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว แต่โรงเรียนวิทยาศาสตร์ของเรานั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เตรียมนวัตกร เมื่อเด็กเรียนจบแล้วส่วนใหญ่จึงไปเรียนต่อแพทย์ เราต้องการโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนเตรียมนวัตกรจริง ๆ เน้นการเรียนอย่างเข้มข้น เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ดิจิทัลใหม่ ๆ การผลิต เทคโนโลยี หุ่นยนต์ เป็นต้น โดยในช่วงแรกของโรงเรียนเตรียมนวัตกร ทางญี่ปุ่นจะเข้ามาช่วยเหลือเต็มที่

ส่วนการที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น เนื่องจากทางญี่ปุ่นได้เริ่มลงทุนโคเซ็นกับสถาบันอาชีวศึกษามาแล้ว 1 ปี จำนวน 2 แห่งแห่งละ 20 คน ที่ผ่านมาพบปัญหาว่าครูเป็นครูช่างไม่ใช่ครูเตรียมนวัตกร ทำให้เด็กทั้ง 40 คนนี้แทนที่จะเป็นนักนวัตกร แต่จะกลายเป็นช่างฝีมือดีไปเสียก่อน หากไม่ต้องการให้เด็กเหล่านี้เสียของ ก็ต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไร ถ้าอาชีวศึกษาไม่สามารถหาครูเก่ง ๆ มาสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้นได้ ทางญี่ปุ่นก็อยากให้เด็กกลุ่มนี้มีทางเลือก โดยอาจจะให้มาเรียนที่โรงเรียนเตรียมนวัตกรของไทยหรือส่งไปเรียนโคเซ็นที่ญี่ปุ่น ทั้งนี้จะมีการศึกษาถึงรายละเอียดเพิ่มเติมกันต่อไป

H.E. Mr.Shiro Sadoshima เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมอย่างมาก แต่โลกก็เปลี่ยนเร็วกว่าที่เราคิดมากเช่นกัน ทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นต่างประสบความท้าทายในการรับมือความเปลี่ยนแปลง ทางญี่ปุ่นเองให้ความสำคัญกับด้านการศึกษาเป็นอย่างมากและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับประเทศไทยอย่างเต็มที่ โดยพื้นที่ EEC มีสถานประกอบการของญี่ปุ่นมาลงทุนมาก จึงน่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้มากที่สุด

พร้อมทั้งฝากข้อคิดว่า "เราต้องคิดว่าเราเปลี่ยนเพื่อใคร อย่าคิดว่าเราเปลี่ยนเพื่อตัวเราเอง แต่ทั้งหมดที่เราทำนั้นเพื่อประเทศของเรา" ไทยและญี่ปุ่นจึงต้องร่วมมือกันเตรียมความพร้อมรับเปลี่ยนแปลงและเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ


ที่โรงเรียนหนองรีมงคลสุขสวัสดิ์

 

ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ชลบุรี

● ปาฐกถาหัวข้อ "Smart Education and Human Resource Development Policy in EEC" ณ สถาบันไทย-เยอรมัน นิคมอมตะนคร

นายวิกรม กรมดิษฐ์ กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้ เป็นโอกาสดีที่อมตะนครได้ต้อนรับ รมว.ศึกษาธิการ และเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยในปัจจุบันมีบริษัทต่าง ๆ ตั้งอยู่ในนิคมอมตะนครกว่า 7,000 บริษัท ซึ่งส่วนมากก็เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น การสัมมนาในครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับฟังนโยบายของรัฐบาล เกี่ยวกับอนาคตด้านการศึกษาในประเทศไทย รวมทั้งแนวคิดของประเทศญี่ปุ่นเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาไทย พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งแสดงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่ต้องการกำลังคนที่มีประสิทธิภาพและเป็นคนดี

สำหรับอมตะนครนั้นมีความมุ่งหวังที่จะเป็น Land of Smart โดยสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญของการเป็น Land of Smart คือการทำให้อมตะเป็นเมืองแห่งการศึกษา (Education Town) ซึ่งมีแนวทางการดำเนินงานหลายประการ เช่น การปรับปรุงระบบใหม่ที่สนับสนุนการเป็นเมืองแห่งการศึกษา นำไปสู่ Land of Smart, การให้ความสำคัญกับ Demand และ Supply ที่ต้องไปในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องเชื่อมโยงกัน เป็นต้น

นอกจากนี้ ในอดีตอมตะนครมีสโลแกนว่า "One Stop Service" แต่ขณะนี้และในอนาคตเราต้องการพัฒนาให้อมตะเป็น "All Services" สำหรับทุกคน ซึ่งการศึกษาก็เป็นหนึ่งใน Service นั้นเพราะทุกคนและทุกบริษัทต่างก็ต้องการทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาการศึกษาหรือการจัดตั้งโรงเรียนเตรียมนวัตกร ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการร่วมกับญี่ปุ่นในขณะนี้ จะช่วยผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศและเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของอมตะในอนาคตด้วย

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เมื่อกล่าวถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทำให้นึกถึงข้อคิดที่ได้จากการหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 2-3 ปีก่อน ที่ได้กล่าวว่า การพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจนั้น ควรมีหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์, การแข่งขันอย่างเสรีไม่เน้นการสั่งการจากส่วนกลาง และการมีระบบการเงินการคลังที่มั่นคง

ในส่วนของการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ด้านการศึกษานั้น กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญและกำลังดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาอย่างมาก ดังนั้นต้องมีแนวทางในการพัฒนากำลังคนเพื่อให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

ย้ำว่า หนึ่งในโครงการที่จะเสริมสร้างความสามารถด้านการแข่งขันด้วยการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ คือ ความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นในการส่งนักเรียนไทยไปเรียนที่ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 80 คนต่อปี โดยจะจัดให้มีการสอบแข่งขันสำหรับนักเรียนอายุ 15 ปี ทั่วประเทศ เพื่อเฟ้นหาเด็กที่มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี หากเด็กเหล่านี้ต้องการเป็นนวัตกรและสามารถสอบผ่านเกณฑ์ ก็จะให้ทุนการศึกษาไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น 7 ปี ตามหลักสูตร KOSEN โดยใช้งบประมาณจากเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของไจก้า เมื่อเรียนจบเด็กเหล่านี้จะกลับมาเป็นผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือเป็นครูอาจารย์สอนในสถานศึกษาพื้นที่ EEC นอกจากนี้ เพื่อการสร้างนวัตกรอย่างยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางจัดตั้งโรงเรียนเตรียมนวัตกร และสถาบัน Thai KOSEN ซึ่งจะหารือในรายละเอียดต่อไป

ที่สถาบันไทย-เยอรมัน นิคมอมตะนคร

การลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, นายฮิโรโอะ ทานากะ หัวหน้าผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), Mr.Matsumoto Tsutomo ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-ญี่ปุ่น โคเซ็น, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายพีระ รัตนวิจิตร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น


Written by ปารัชญ์ ไชยเวช, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Photo Credit ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า, ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุดของรัฐมนตรี

   
  193 บทความปฏิรูปฯ6ด้าน รูปธรรมความสำเร็จการพัฒนาศักยภาพกำลังคน
  187 หารือกับเอสโตเนีย
  185 ปลูกพลังบวกฯ สำหรับเด็กปฐมวัย
  173 ประชุมสมาคมศึกษานิเทศก์แห่งประเทศไทย
  166 ติดตามงานการศึกษาเด็กปฐมวัยที่พิจิตร ก่อนประชุม ครม.สัญจร
  163 CP มอบทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์
  159 มาตรการป้องกันเล่นพนันบอลในสถานศึกษา
  151 ประชุมองค์กรหลัก 11/2561
  149 ยกอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
  140 ผลประชุมองค์กรหลัก 10/61
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ