.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 187/2561
ศธ.หารือเอสโตเนีย แนวทางการใช้เทคโนโลยีช่วยจัดทำระบบฐานข้อมูลด้านการศึกษาให้ทันสมัย และป้องกันคอร์รัปชั่น


รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา (CIO) ให้การต้อนรับและหารือร่วมกับนายนพพร อัจฉริยวนิช เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ มีเขตอาณาครอบคลุมสาธารณรัฐเอสโตเนีย, นายวีระชัย เตชะวิจิตร์ กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐเอสโตเนีย ประจำประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงาน Information System Authority สาธาณรัฐเอสโตเนีย เกี่ยวกับแนวทางการใช้เทคโนโลยีช่วยจัดทำระบบฐานข้อมูล ด้วยระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูล X-road Information System, บัตรประจำตัวแบบ eID ตลอดจน Blockchain เพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่นด้านการศึกษา เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน 2561 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ

จากซ้ายไปขวา

1. ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์ กงสุลใหญ่เอสโตเนีย ประจำประเทศไทย
2. Mr. Andrus Kaarelson, Director Government of Estonia
3. รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผช.รมต.ศธ.
4. นายนพพร อัจฉริยวนิช เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์
5. Mr. Margus Arm, Manager, eID Domain Department Government of Estonia
6. ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการ รมว.ศธ.


รศ.นพ.โศภณ นภาธร กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูประบบการจัดทำฐานข้อมูลด้านการศึกษาสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย ซึ่งพบว่ายังมีปัญหาเรื่องความถูกต้องและความสมบูรณ์ของฐานข้อมูล เช่น ความซ้ำซ้อนของจำนวนผู้เรียนที่เชื่อมโยงกับการจัดสรรงบประมาณรายหัวของเด็ก ส่งผลให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นมานาน

ดังนั้น หากกระทรวงศึกษาธิการมีระบบการจัดการฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถนำฐานข้อมูลนั้นมาพัฒนาการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ

นายนพพร อัจฉริยวนิช กล่าวว่า เอสโตเนียเป็น 1 ใน 5 ประเทศชั้นนำของโลกที่รัฐบาลให้บริการภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Governance มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 อาทิ การจัดให้มีบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ หรือ eID, ระบบ X-road Information System ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อฐานข้อมูลของหน่วยงานในภาครัฐ, ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

ระบบ e-Governance มีความปลอดภัย และรักษาข้อมูลความลับของประชาชนเป็นหลัก แม้ว่าจะมีประชากรเพียง 1.3 ล้านคน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการนำระบบเช่นนี้มาใช้ คือ เจตนารมณ์ของผู้นำประเทศว่าจะนำระบบนี้เข้ามาใช้อย่างไร ประกอบกับประชาชนต้องมีความเชื่อมั่นในระบบที่รักษาข้อมูลความลับต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประเทศไทยกำลังพยายามดำเนินการเช่นเดียวกันนี้ เริ่มจากการติดต่อทำธุรกรรมในหน่วยงานของรัฐโดยไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน

นอกจากนี้ การใช้ระบบ e-Governance ของเอสโตเนีย ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ พร้อมตรวจสอบผู้ที่เข้ามาใช้ข้อมูลของตนโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นการตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ ทั้งเวลาที่เปิดใช้ ใช้ไปทำอะไร และหน่วยงานใดเป็นผู้ใช้ นำไปสู่การฟ้องร้องได้กรณีที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ยินยอม สำหรับผู้สูงอายุจะมีบุคลากรของรัฐคอยให้ความช่วยเหลือแนะนำในการทำธุรกรรมผ่าน eID อีกทั้งรัฐบาลเอสโตเนียมีมาตรการจูงใจให้ประชาชนใช้ eID ด้วย เช่น ส่วนลดค่ารถเดินทาง, ส่วนลดอื่น ๆ เป็นต้น

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ สามารถนำระบบนี้ช่วยบริหารจัดการข้อมูลของกระทรวง โดยเริ่มจากการยินยอมแบ่งปันข้อมูลระหว่างองค์กรหลัก การกำหนดผู้มีอำนาจดูแลและรับผิดชอบข้อมูล นำไปสู่การป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นด้านการศึกษา อาทิ ความซ้ำซ้อนของจำนวนนักเรียน ส่งผลต่อการเบิกค่าใช้จ่ายรายหัว เพราะเด็กแต่ละคนจะมี ID บัตร eID ประจำตัวเพียง 1 ID ทำให้นับจำนวนนักเรียนได้แม่นยำมากขึ้น เป็นต้น

นายวีระชัย เตชะวิจิตร์ กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้เป็นการริเริ่มที่ดีมาก ซึ่งระบบ e-Governance ที่นำเสนอในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสร้างมอเตอร์เวย์เชื่อมทุกกระทรวงที่เอสโตเนียมีอยู่ ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อฐานข้อมูลมีความเสถียร และมีจุดเด่นที่ระบบการรักษาข้อมูลที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เกิดเป็น "Blockchain" สำหรับเก็บข้อมูลบุคคลด้วยกระบวนการที่ปลอดภัย และมีความน่าเชื่อถือสูงฃ

ดังนั้น หากหน่วยงานภาครัฐของไทยต้องการจัดทำระบบในลักษณะดังกล่าว ก็จะต้องมีการข้อมูลรายละเอียดแยกแยะว่า มีกระทรวงหรือหน่วยงานใดที่ยินยอมให้เชื่อมต่อฐานข้อมูลบ้าง

ผู้เชี่ยวชาญจากเอสโตเนีย กล่าวว่า หลักการสำคัญสำหรับการเป็น Digital Country คือ การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับผู้ที่สามารถเข้าถึงและนำข้อมูลของประชาชนไปใช้ได้บ้าง ซึ่งการที่เอสโตเนียมีระบบการให้บริการภาครัฐผ่านบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์หรือ eID ทำให้ประชาชนสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้วยบัตรนี้อย่างปลอดภัยและสะดวกรวดเร็ว ผ่านช่องทาง Government Total ได้ภายในเพียงคลิกเดียว ก็จะสามารถลิ้งค์ไปยัง Database และรับบริการจากภาครัฐได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด

การใช้บริการของรัฐในเอสโตเนีย เกือบ 100% เป็นระบบดิจิทัล ประชาชนไม่ต้องปรากฏตัวเพื่อทำนิติกรรม ยกเว้น การแต่งงาน การหย่า และอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ การใช้ระบบ e-Governance ยังช่วยให้รัฐบาลเอสโตเนียมีข้อมูลของประชาชนทั้งประเทศ อาทิ การลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการผู้ยากไร้ หากใช้วิธีลงทะเบียนเช่นเดิม ก็จะไม่รู้จำนวนที่แท้จริง เพราะบางคนอาจไม่สามารถเดินทางมาได้ แต่ระบบ eID ช่วยให้สามารถจัดการบนฐานข้อมูลของประชาชนที่มีอยู่ จึงเป็นระบบที่มีประโยชน์อย่างมาก

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการก็สามารถนำระบบฐานข้อมูลดังกล่าว มาประยุกต์ใช้ได้ เช่น ระบบ e-School เพื่อให้ผู้ปกครองรู้ข้อมูลการเรียนของบุตรหลาน ทั้งวิชาที่เรียน ผลการเรียน การเข้าเรียน/ขาดเรียน ตลอดจนความคิดเห็นของครูด้วย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเอสโตเนียลงทุนกับเรื่อง e-Governance จำนวนมาก แต่ให้บริการกับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จึงเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านี้ ดังนั้น นโยบายของรัฐบาลจึงเป็นสิ่งสำคัญหากต้องการปฏิรูปประเทศให้เป็น Digital Country

In brief
ผู้เชี่ยวชาญเอสโตเนียบรรยาย
The 3 Cornerstones of E Government:

1. e-ID (ensuring confidiality-ID code+PIN code+time stamped hash - รหัสสามชั้นกว่าจะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว)
2. x-Road (most efficient Point to point connection between thousands of databases concurrently - การเชื่อมโยงที่มีความเร็วสูงระหว่างจุดต่อจุดจะ hackไม่ได้)
3. Blockchained Databases (each data item is immutable until every peron in the chain approves the new block to update it - ฐานข้อมูลที่ไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงได้ จนกว่าทุกคนในห่วงโซ่นั้นอนุมัติให้มีรายการใหม่เข้าไป update ข้อมูลนั้น)


Written by อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Photo Credit อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุดของรัฐมนตรี

   
  185 ปลูกพลังบวกฯ สำหรับเด็กปฐมวัย
  173 ประชุมสมาคมศึกษานิเทศก์แห่งประเทศไทย
  166 ติดตามงานการศึกษาเด็กปฐมวัยที่พิจิตร ก่อนประชุม ครม.สัญจร
  163 CP มอบทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์
  159 มาตรการป้องกันเล่นพนันบอลในสถานศึกษา
  151 ประชุมองค์กรหลัก 11/2561
  149 ยกอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
  140 ผลประชุมองค์กรหลัก 10/61
  132 ผลประชุม คกก.อำนวยการแก้ไขปัญหาการทุจริต ศธ.
  127 ลงนามปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ ชพค.
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ