.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 130/2561
รมช.ศธ."นพ.อุดม คชินทร" ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ก่อนประชุม ครม.สัญจร ที่นครราชสีมา


เมื่อวันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม 2561 ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ มทร.อีสาน และมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2561 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1) ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

  • ติดตามการเรียนการสอนระบบรางและอุตสาหกรรมการบิน มทร.อีสาน

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ มอบนโยบายและติดตามการจัดการเรียนการสอนระบบรางและอุตสาหกรรมการบิน ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน โดยมีผู้บริหารเข้าร่วม อาทิ นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา, นายสรจักร เกษมสุวรรณ อุปนายกสภา มทร.อีสาน, ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดี มทร.อีสาน, นายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว ปลัดจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา คณาจารย์ และนักศึกษา เข้าร่วม

ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า มทร.อีสาน เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีวิทยาเขตครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นฐานความเชี่ยวชาญใน 3 ด้าน ได้แก่ โลจิสติกส์และการท่องเที่ยว, เทคโนโลยีการเกษตร และการบริการและสุขภาพ โดยมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่เป็นนักปฏิบัติ ให้มีความโดดเด่นด้านเกษตร ช่างเทคนิค และบริหารธุรกิจ ปัจจุบัน มทร.อีสาน มีความร่วมมือกับ มทร. 9 แห่งทั่วประเทศในการดำเนินภารกิจสำคัญ 2 ด้าน คือ

      1) การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านระบบราง โดยเตรียมการผลิตกำลังคนระบบรางในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.ขอนแก่น เนื่องจากเป็นเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อไป สปป.ลาว และเมืองคุนหมิงของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งการดำเนินงานในปี 2560 ได้เน้นการสร้างพันธมิตรกับประเทศที่มีความเชี่ยวชาญระบบราง อาทิ จีน เยอรมนี เป็นต้น เพื่อเตรียมการเปิดหลักสูตรปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกล-ระบบราง, วิศวกรรมโยธา-ระบบราง และการจัดการโลจิสติกส์ ส่วนการดำเนินงานในปี 2561 คาดว่าจะเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และปริญญาโท-เอกเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีทั้งหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรภาษาอังกฤษ และปรับปรุงให้มีความพร้อมด้านอาคาร บุคลากร และเครื่องมือต่าง ๆ มากขึ้น

     ซึ่งในเบื้องต้น มทร.อีสาน มีกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 14,000 คน ที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ อีกทั้งได้ส่งบุคลากรไปอบรมเกี่ยวกับระบบรางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรมีองค์ความรู้อย่างแท้จริง โดยไม่เน้นการใช้เงินซื้อเทคโนโลยีแต่เน้นพัฒนากำลังคนคู่ขนานกับการพัฒนาหลักสูตร พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทยในเรื่องอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ที่จำเป็น

      2) การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งต้องดำเนินการตามมาตรฐานการบินของหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ The International Civil Aviation Organization: ICAO เป็นต้น มทร.อีสาน จึงมีแนวทางในการระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างมาตรฐานการบิน โดยพิจารณาถึงความพร้อมด้านอุปกรณ์ เครื่องมือ และบุคลากร ซึ่งคาดว่าจะจัดการเรียนการสอนในสองส่วน คือ 1) ภาคพื้นดิน เพื่อผลิตช่างซ่อมและผลิตบุคลากรด้านธุรกิจการบิน และ 2) ภาคอากาศ เพื่อสร้างนักบินและแอร์โฮสเตส ซึ่งในระยะแรก มทร.อีสาน ได้เตรียมความพร้อมด้วยการส่งบุคลากรไปอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานการบิน เพื่อขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนด้านอากาศยานให้มีมาตรฐาน ทั้งนี้ ได้มีความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เช่น สถาบันการบินพลเรือน สถาบันอาชีวศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐทุกปี

นพ.อุดม กล่าวว่า มทร.อีสาน เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำด้านระบบรางซึ่งมีความร่วมมือกับจีน จึงเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่คาดว่าน่าจะเป็น Hub ด้านการศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจากการที่ได้เยี่ยมชมและรับฟังผลการจัดการเรียนการสอนพบว่า มทร.อีสานได้มีการปรับตัวด้วยการวางยุทธศาสตร์ใหม่และยึดยุทธศาสตร์ชาติเป็นหลัก พร้อมทั้งวางแผนรองรับการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้ามากว่า 2 ปี

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการพยายามสื่อสารมาตลอด เพราะโลกนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก สถาบันการศึกษาทุกแห่งต้องปรับตัวให้ทัน โดยเฉพาะการอุดมศึกษาที่เปรียบเสมือนหัวรถจักรในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องใช้เวลาต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้ความเสียหายเกิดขึ้นก่อนค่อยปรับตัว

นอกจากนี้ สถาบันอุดมศึกษามีหน้าที่ในการผลิตกำลังคนให้กับประเทศ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่น จำนวนเด็กเกิดน้อยลง อัตราการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของเด็กมัธยมน้อยลง เป็นต้น ดังนั้นสถาบันอุดมศึกษาต้องมุ่งเป้าไปที่คนวัยทำงานกว่า 38 ล้านคน ซึ่ง 20 ล้านคน จบการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) อีกทั้งเป็นกำลังคนที่ต้องการพัฒนาทักษะสมัยใหม่ จึงเป็นความเร่งด่วนอย่างยิ่งที่จะนำคนเหล่านี้มาพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะให้ตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนและความขาดแคลนกำลังคนของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สถาบันการศึกษาก็ควรส่งเสริมให้คนเหล่านี้มีงานทำ มุ่งเน้นให้คนไทยได้รับการศึกษาทุกช่วงวัย โดยเปลี่ยนรูปแบบการจัดการศึกษาใหม่ให้เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนแบบที่เป็นทางการจะลดลง ระบบการเรียนรู้จะเปลี่ยนไปตามการขับเคลื่อนของเทคโนโลยี สถาบันอุดมศึกษาต้องตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ เพื่อปรับตัวให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ใหม่ให้สังคมและประเทศชาติ

รมช.ศึกษาธิการ ได้ย้ำให้สถาบันอุดมศึกษาจัดการเรียนการสอนตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ เน้นนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC เพื่อยกระดับให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว หลุดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการผลิตคนที่มีคุณภาพ ผลิตและสร้างงานวิจัย นวัตกรรม และสินค้าที่มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์ เพื่อลดการนำเข้าพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งสร้างคนไทย 4.0 ที่ทันโลกและเทคโนโลยีเป็น Global Citizen โดยผลิตบัณฑิตให้ทำงานได้จริง คิดเป็น สร้างการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนให้ภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร่วมกับสถาบันการศึกษา เพื่อวิเคราะห์และพัฒนาหลักสูตรให้ผลิตกำลังคนที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดอัตราการว่างงาน

"ขอฝากให้อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาปรับทัศนคติพร้อมทั้งปรับกระบวนการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติให้ได้ อีกทั้งขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการเปิดรับเด็กนักเรียนเข้าไปฝึกประสบการณ์และรับเข้าทำงานมากขึ้น ตลอดจนมีความร่วมมือในการทำวิจัยร่วมกัน" นพ.อุดม กล่าว

  • มอบนโยบายการอุดมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตั้งใจมาเยี่ยมมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล เนื่องจากต้องการมาให้กำลังใจมหาวิทยาลัยเอกชนที่ได้ร่วมกันจัดการศึกษาให้กับประเทศ และได้เห็นว่ามหาวิทยาลัยเอกชนมีการปรับตัวตอบรับต่อนโยบายของประเทศได้ดีกว่ามหาลัยของรัฐ เนื่องจากมีความคล่องตัวในการบริหารงาน อย่างไรก็ตามในอนาคตข้างหน้าอยากให้มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนร่วมมือกันสร้างคนที่มีคุณภาพออกไปสู่สังคม และยกระดับประเทศให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

ดังนั้น ต่อไปข้างหน้าเรื่องของ "ความรู้" ก็มีความสำคัญ แต่ไม่ได้สำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือ "การปฏิบัติ" การมีทักษะและสมรรถนะในวิชาชีพ คือ คิดเป็น มีความคิดสร้างสรรค์ มีการสื่อสารที่ดี และมีการทำงานเป็นทีม รัฐบาลจึงมีโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ขึ้น เพื่อสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะและศักยภาพสูง สำหรับการทำงานในอุตสาหกรรมใหม่สู่อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (New Growth Engines) ของประเทศ มีการบ่มเพาะเรื่องการคิดวิเคราะห์ คุณธรรมจริยธรรม ความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีมและจิตสาธารณะ ให้ภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร่วมกับสถาบันการศึกษา เพื่อวิเคราะห์และพัฒนาหลักสูตรให้ผลิตกำลังคนที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

บทบาทของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ก็ต้องเปลี่ยนเป็นผู้ที่ออกแบบการเรียนการสอนใหม่ ต้องให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสามารถดึงศักยภาพของเด็กออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต่อไปการคุกคามต่าง ๆ ในระบบการศึกษาจะมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยจึงต้องตอบโจทย์การเรียนรู้ของผู้เรียนให้ได้ ซึ่งรัฐบาลก็มีนโยบายที่ชัดเจนแล้วว่า หากหลักสูตรใดในมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่ตอบโจทย์ของประเทศ รัฐบาลก็จะลดงบประมาณลง โดยเฉพาะสายสังคม เนื่องจากขณะนี้ประเทศต้องการกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นหลัก

"ขอชื่นชมมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล เพราะการตั้งมหาวิทยาลัยเอกชนนั้น หากไม่มีความมุ่งมั่นจริง ๆ ก็จะเป็นไปได้ยาก เพราะเป็นการลงทุนสูง และมหาวิทยาลัยต้องมีคุณภาพ สิ่งสำคัญคือมหาวิทยาลัยสามารถสร้างบัณฑิตให้ไปทำงานได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากของการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา" นพ.อุดม กล่าว

โอกาสนี้ นพ.อุดม คชินทร และคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้เยี่ยมชมการสาธิตการแสดงหุ่นยนต์ ที่มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล


Written by อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, อิชยา กัปปา
Photo Credit อิทธิพล รุ่งก่อน, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, อธิชนม์ สลางสิงห์
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี  เกี่ยวกับ สกอ.

   
  113 ติดตามโครงการ KKU Smart Learning มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  098 นายกฯ ปาฐกถาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  096 องคมนตรีประชุมร่วมกับผู้บริหาร ศธ. และนายกสภา มรภ.
  065 มหกรรมอุดมศึกษา
  064 ลงพื้นที่ ครม.สัญจร ที่สมุทรสาครและเพชรบุรี
  060 ผลประชุม ก.พ.อ.2/2561
  053 บรรยายมหาวิทยาลัย 4.0 ที่ ม.ศิลปากร
  044 รับฟังภาคเอกชนผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่รองรับ New S-Curve
  032 ลงพื้นที่ ครม.สัญจร ที่ มจพ.ระยอง และ วท.บ้านค่าย
  029 มอบนโยบาย ทปอ.มรภ.
  004 แนวคิดนโยบายการอุดมศึกษา
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ